Searching — ฉลาดและมีสติในยุค Big Data

i_behind_you
Sep 8, 2018 · 2 min read

(1) “พ่อแม่ไม่ได้รู้จักลูกไปทั้งหมดหรอก มันไม่ใช่ความผิดของคุณ”

ตำรวจหญิงที่เป็นหัวหน้าสืบสวนปลอบใจเดวิด คิม ในขณะที่เขากำลังโทษตัวเองว่าแทบไม่รู้จักลูกเลย เมื่อไปค้นพบความลับแปลกๆของลูกหลายอย่างในอินเตอร์เน็ต หลังจากที่ลูกหายตัวไปอย่างลึกลับ

ฟังผิวเผิน คำปลอบข้างต้นใช้ได้กับพ่อแม่ทุกครอบครัว เพราะคงไม่มีทางที่พ่อแม่จะรู้ทุกเรื่องของลูกไปเสียหมด

เอาง่ายๆเลย เคยเห็นข่าวมั้ยครับเวลาจับผู้ต้องหาคดีโหดๆแต่เรากลับได้ยินพ่อแม่ให้สัมภาษณ์ว่า “ลูกของฉันเป็นคนดี เขาเป็นคนน่ารัก”

นั่นไม่ได้แปลว่าเขาโกหกนะครับ เพียงแต่ต่อให้พ่อแม่ก็มองเห็นชีวิตของลูกแค่บางส่วนที่เขาเปิดเผยให้เห็นเมื่ออยู่ในบ้าน และบางครั้งก็เป็นที่พ่อแม่มีความรักบังตาจนมองไม่เห็นปัญหาที่ค่อยๆขยายตัวจากลูก แต่ด้วยรักก็ยอมรับได้แล้วเข้าข้างลูกตัวเอง

แต่การไม่รู้จักลูกของเดวิด คิม มาจากภาวะโศกเศร้าหรือ Grief หลังสูญเสียภรรยา ที่แม้จะผ่านไปสองปีแล้วก็ดูเหมือนชีวิตของเขายังไม่เข้าสู่สมดุลปกติ


(2) เชื่อมั้ยครับว่าถ้าลูกสาวของเดวิดไม่หายตัวไป

ต่อให้คุณพูดจนปากฉีกว่า “เดวิด ลูกของนายกำลังมีปัญหานะ นายควรจะใส่ใจลูก รับฟังลูกบ้างดีมั้ย ฯลฯ”

เดวิดก็ไม่เชื่อหรอกครับ ขนาดน้องชายเอ่ยปากเหมือนจะแนะนำอะไรซักอย่างเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเขา เขาก็ไม่รับฟัง

ตั้งแต่เมียตายนานไปเป็นปีๆ เดวิดอาจจะอยู่กับลูก คุยกับลูกก็จริงแต่เราจะเห็นความสัมพันธ์แบบที่เดวิดเรียกร้องฝ่ายเดียว

  • อยากให้ลูกเรียนเปียโน โดยไม่ได้สังเกตเห็นความไม่สบายใจที่ลูกรู้สึกว่าการเรียนเปียโนเป็นการทำให้รำลึกถึงแม่แล้วยิ่งเศร้าใจ
  • อยากให้ลูกมีกิจกรรมร่วมกันเช่นลงมาดูเดอะว๊อยซ์พร้อมๆกัน โดยไม่ได้สังเกตว่าลูกกำลังอมทุกข์ แทบทุกโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะ tumblr หรือ Youcast ระบายถึงความเหงากับโดดเดี่ยว แต่เธอก็ยอมตามพ่อไปโดยไม่ขัด
  • อยากให้ลูกมีความรับผิดชอบเก็บขยะ โทรมารายงานเรื่องเรียนทุกวัน โดยไม่ได้รู้เลยว่าลูกเหงา ไม่มีเพื่อนที่สนิทกับเธอเลย

การที่เดวิดมองแต่ไม่เห็นความเศร้าของลูกสาว หรือฟังแต่ไม่ได้ยินเสียงในใจที่เป็นความทุกข์ของลูกสาว เพราะเขาเองก็ยังจมอยู่กับความเศร้าหลังสูญเสียภรรยาจนความเศร้านั้นปิดหูปิดตา

เขาหวังแค่จะทำหน้าที่พ่อที่ดีพยายามดูแลให้ลูกยังอยู่ใกล้ตัว แต่ทำได้แค่เปิดประตู เปิดfacetime แต่ไม่เคยเปิดใจถามไถ่ลูกถึงสิ่งที่อยู่ในใจ

ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นเดวิด คิมเชี่ยวชาญในการ search ข้อมูลในโลกออนไลน์ แต่เขาพลาดที่ไม่เคย search เจอช่องว่างอันกลวงเปล่าในใจลูกซึ่งใหญ่ไม่แพ้ช่องว่างในใจเขาหลังสูญเสียคนสำคัญคนเดียวกัน


(3) Searching เป็นหนังทริลเลอร์สำหรับประชากรดิจิตอลและยุค Big Data ที่ดีมากๆครับ

เล่าผ่านหน้าจอทั้งเรื่องได้อย่างชาญฉลาด เคยมีหนังเรื่อง Unfriended ที่ตลอดทั้งเรื่องถ่ายทอดผ่านหน้าจอแบบนี้มาแล้ว แต่ Searching มีเทคนิคที่เล่นกับโลกออนไลน์เหนือชั้นกว่าหลายขุม มีลูกล่อลูกชนเยอะกว่า ดูออกเลยว่าทีมงานใช้อินเตอร์เน็ตเป็นไม่ใช่แค่เปิดคอมฯมาเล่นเฟซบุ้ค

แถมการเล่าเรื่องผ่านหน้าจอทั้งเรื่องนี่ยังเล่าซีนทริลเลอร์ได้ระทึก เล่าซีนดราม่าได้ซึ้ง มีการลำดับเรื่องที่ราบรื่นดูสนุกยิ่งกว่าหนังเล่าแบบปกติหลายเรื่องด้วยซ้ำ


นอกจากนี้ยังมีการฉายด้านมืดของโลกออนไลน์ไปพร้อมๆกับฉายด้านสว่างของมันในการช่วยคนยุคใหม่แก้ปัญหาชีวิตซึ่งดีงามมากครับ

เพราะถ้าประเด็นของหนังพูดถึงแต่อันตรายของยุคโซเชียลมีเดียแบบ ไว้ใจคนในโลกออนไลน์ไม่ได้ , การสร้างอัตลักษณ์หลอกลวงในอินเตอร์เน็ต , Cyberbully ฯลฯ ผมคงเบะปากในความเชย เฉิ่ม เด๋อของมันที่คนยุคดิจิตอลรู้กันไปหมดแล้ว

แต่การสืบสวนด้วยตัวเองของพระเอกซึ่งเป็นเพียงคนยุคใหม่ธรรมดาๆไม่ใช่แฮกเกอร์ระดับโลก แต่สามารถสืบสวนไขคดีเพียงนั่งอยู่หน้าจอเสมือน armchair detective แล้วก็ดูน่าเชื่อถือด้วยว่าวิธีการของพระเอกเป็นไปได้จริง

ทำให้ Searching เป็นหนังฮอลลีวูดที่ผมดูแล้วชื่นใจเหลือเกินที่ไม่มาตอกย้ำด้านมืดของเทคโนโลยี , โซเชียลมีเดีย ฯลฯ แบบ Black Mirror แต่ทำให้เห็นว่าถ้าคุณฉลาดใช้เทคโนโลยีก็จะสามารถเปลี่ยนมันเป็นเครื่องมือระดับเทพในการแก้ปัญหาชีวิต


ท่ามกลางข้อมูลมหาศาลทั้งในแง่ปริมาณ ความหลากหลายและความรวดเร็วอย่างที่เรียกกันว่า Big Data , เราจะเห็นว่าเดวิด คิมใช้ประโยชน์จาก ‘ข้อมูล’ ในเวลาจำกัดได้มีประสิทธิภาพจากคุณสมบัติต่อไปนี้

(1) ฉลาดและมีสติ

(2) มีความรู้เกี่ยวกับโลกออนไลน์ (เช่น รู้จักแอพพลิเคชั่น , รู้ว่าเว็บไหนจะใช้หาข้อมูลที่ตัวเองต้องการได้อย่างหาที่มาของเบอร์โทรศัพท์)

(3) คิดก่อนค้นหาข้อมูล , ในเวลาจำกัดเขาไม่ได้ search พร่ำเพรื่อ ทำให้มีประสิทธิภาพในการค้นหา

(4) มีทักษะด้านการ organized ข้อมูลที่รับมา

เขาไม่ได้ไล่หาข้อมูลมั่วๆซั่วๆแต่เขาเป็นคนที่ organized ได้ดี จัดลำดับความคิดว่าจะค้นหาอะไร มีตาราง มีการประมวลข้อมูลแล้วแยกแยะเป็นส่วนๆ หรืออย่างเส้นทางที่ลูกขับรถไป เขาก็มีวิธีใช้โปรแกรมแผนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่จึงเป็น Thriller สำหรับยุค Big Data ที่แสดงให้เห็นคุณค่าของเทคโนโลยีว่าคุณจะใช้มันเป็นเครื่องมือระดับประแจที่แก้ปัญหาได้ไม่กี่อย่าง

หรือจะเสกมันเป็นกระเป๋าวิเศษของโดเรมอนที่แก้ปัญหานับล้านก็ได้ ขึ้นกับว่าผู้ใช้(User)นั้นใช้มันเป็นแค่ไหนและมีคุณลักษณะส่วนตัวอย่างไร


(4) ที่ผมชอบมากไม่แพ้ความตื่นเต้นลึกลับ คือส่วนดราม่า

หนังเปิดเรื่องมาไม่กี่นาทีก็สามารถลำดับเรื่องราวชีวิตครอบครัวตระกูลคิม ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และจบด้วยการสูญเสียแบบที่เรารู้สึกร่วมไปด้วยโดยไม่ต้องใช้คำพูดมาก หากแต่เล่าผ่านเทคโนโลยีทั้งคลิป ทั้งรูปที่เซฟไว้ ฯลฯ

ให้ความรู้สึกเหมือนตอนดูแอนิเมชั่นเรื่อง Up ที่มีซีนเล่าความรักของคุณปู่กับภรรยาแบบไม่ต้องพูดแต่ก็ซึ้งกินใจในเวลาไม่กี่นาที

‘ความรักของพ่อแม่-ลูก’ ผสมผสานกับ ‘การสืบสวนคดีคนหาย’ ได้อย่างกลมกล่อมลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่ฉลาดขึ้นไปอีกก็คือประโยคสำคัญที่ผมเขียนเกริ่นไว้ในข้อ (1)

เป็นประโยคที่ซ่อนความนัยหลายอย่างและเป็นแทบทุกอย่างของหนังเรื่องนี้

“พ่อแม่ไม่ได้รู้จักลูกไปทั้งหมดหรอก

มันไม่ใช่ความผิดของคุณ”


Spoil : เนื้อหาถัดจากนี้เปิดเผยความลับในหนัง


เป็นเรื่องจริงของทุกครอบครัว ที่พ่อแม่ไม่ได้รู้จักลูกไปหมดทุกอย่างและมันไม่ใช่ความผิดของคนเป็นพ่อแม่ที่จะไม่รู้ทุกเรื่อง

แต่ถ้าปัญหาของลูกลุกลามใหญ่โตถึงขนาดคอขาดบาดตายหรือทำผิดกฎหมายร้ายแรงแล้วพ่อแม่ไม่สงสัยอะไรมาก่อนเลยแม้แต่น้อย … คำอธิบายเดียวที่อาจจะพอฟังขึ้นคือพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงลูกเองหรือไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกมากนัก

แต่ถ้าอยู่ใต้ชายคาเดียวกันนานนับปีแบบเดวิด คิม กับ ตำรวจสาว

การไม่รู้จักลูกแบบเดวิด คิม อธิบายได้จาก Grief หรือความโศกเศร้าที่เขายังไม่ก้าวผ่านไปสู่ภาวะปกติจนไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์แบบเปิดใจต่อใจถึงลูกสาว


ตำรวจสาวพูดประโยคข้างต้นเพื่อปลอบใจเดวิด คิม และก็คงเพื่อปลอบใจตัวเองด้วยหลังรู้ว่าลูกฆ่าคนตาย (เพียงแต่ในตอนนั้นเราคนดูยังไม่รู้ว่าคำปลอบนี้มีความหมายสำหรับเธอ)

แต่สำหรับตำรวจสาวนั้นจะบอกว่าว่าไม่รู้จักลูกทั้งหมด ไม่คิดว่าลูกจะทำถึงขนาดนี้ เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น

เธอรู้ระแคะระคายในการทำผิดของลูกมาตลอดแต่เพราะการใช้กลไกทางจิตแบบ (denial)คือไม่อยากยอมรับว่าลูกเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ จนทำให้เธอเหมือนปิดตาข้างเดียว แถมหนักข้อไปอีกด้วยวิธีการเลี้ยงลูกแบบที่ไม่ชี้ถูกผิดและไม่ฝึกให้ลูกรับผิดชอบผลของการกระทำ

คำใบ้หรือ Clue สำคัญที่ตอนดูผมยังนึกไม่ถึงว่ามันสำคัญมาก คือเรื่องที่เธอสารภาพกับเดวิดที่ลูกชายของเธอเคยไปหลอกเรี่ยไร่เงินเพื่อนบ้านโดยอ้างว่าเป็นมูลนิธิตำรวจของสถานีตำรวจของแม่

เดวิด คิม ถามตำรวจหญิงว่าตอนเธอจับได้ เธอจัดการลูกอย่างไร?

ปรากฎว่าสิ่งที่เธอทำคือไม่ลงโทษลูก ไม่บอกลูกว่าการหลอกเงินชาวบ้านมันคือสิ่งผิด แถมยังปิดบังความผิดของลูกและตามไปหลอกเพื่อนบ้านอีกต่อเสมือนกลบเกลื่อนหลักฐานไม่ให้คนจับได้แล้วอ้างว่าที่ทำเพราะ ‘รักลูก’

นั่นคือ mindset ในความเป็นแม่ของเธอที่คิดว่าไม่กล้าให้ลูกรับผิด กลัวลูกจะรับการลงโทษไม่ไหว ดังนั้นก็เลือกจะปิดตาข้างเดียวและคอยตามไปแก้ไขไม่ปล่อยให้ลูกต้องรับผิดชอบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ลูกเธอก็ทำผิดมากขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่เกิดการสำนึกรู้ตัวในความผิด ทำอะไรไม่เกิดความยับยั้งชั่งใจหรือคิดถึงผลของการกระทำ

เช่นเดียวกับเธอในฐานะแม่ก็จะยิ่งทำผิดได้มากขึ้นเรื่อยๆเพื่อปกป้องลูกที่ทำผิดตั้งแต่หลอกลวงเพื่อนบ้าน จนมาถึงเรื่องใหญ่ระดับสมคบคิดอำพรางคดีฆ่าคนตาย


(5) อีกจุดที่ทำให้ผมสนุกมากใน Searching คือมี Clue มากมายในข้อมูลที่เราเห็นผ่านหน้าจอของพระเอก ทำให้หนังเหมือนเกมลับสมองประลองปัญญาคนดูว่าเราจะมี ‘ความเป็นเดวิด คิม’ ที่สังเกตแล้วจับความสำคัญมันได้หรือไม่

เช่น

  • ประโยคกับเรื่องเล่าของตำรวจสาวในฐานะแม่ในข้อข้างต้น
  • ซีนตำรวจสาวตกใจ — ฉากที่เดวิดบอกว่ากำลังจะไปที่ทะเลสาบ เธอควรจะยินดีที่ได้เบาะแสใหม่แต่เธอตกใจผิดวิสัยนิ่งๆคูลๆตั้งแต่ต้นเรื่องเพราะกลัวความลับจะแตก เพียงแต่ตอนนั้นผมยังไม่รู้ความจริงว่าเธอคือคนร้าย ก็เลยแค่แปลกใจว่าทำไมบทเธอฉากนี้เหมือนเล่นผิดคีย์แต่จริงๆแล้วมันสมเหตุสมผล
  • เราจะภูมิใจมากที่จับผิดตัวละครเจ้าของชื่อ fish_n_chips ได้ก่อนหนังเฉลย ถ้าเราจดจำหน้าใน avatar ได้
  • อดีตนักโทษที่ออกมาสารภาพผ่านคลิป หนังฉายใบหน้าตัวละครนี้ไปแล้วรอบนึงตอนที่พระเอกค้นคว้าหาข้อมูลของตำรวจสาว แล้วหนึ่งในสามเว็บที่เขาเปิดเป็นโครงการดูแลอดีตนักโทษที่ทั้งคู่ยืนติดกัน
  • ประโยคที่ตำรวจสาวไล่ลูกชายที่เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะขณะคุยกับเดวิดที่รู้แล้วว่าลูกไปทะเลสาบว่า “ลูกรัก ออกไปก่อน เรื่องนี้แม่จัดการได้” ตอนนั้นผมคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย เพราะคำว่า ‘เรื่องนี้’ ที่ว่าไม่ได้เกี่ยวกับลูกอยู่แล้ว จนพอหนังเฉลยปุ๊บจึงทำให้ประโยคนี้สมเหตุสมผลและสำคัญขึ้นมาทันที
  • Clue อีกอันที่บอกใบ้ให้ผมมั่นใจในตอนท้ายว่าลูกสาวของเดวิดรอดแน่ๆถ้ายังไม่เจอศพ คือตอนเปิดเรื่องที่ข่าวแรกบนหน้าจอที่พระเอกอ่านคือ ‘นักไต่เขาหลงป่าที่รอดชีวิตหลังจากติดอยู่ในป่าเกือบสัปดาห์’ ซึ่งกล้องแช่ไว้นานพอสมควร

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"

Part time Writer / Full-time Learner

i_behind_you

Written by

(“ผมอยู่ข้างหลังคุณ”)

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"

Part time Writer / Full-time Learner

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade