ราคาหุ้น & RSI (Relative Strength Index)

RSI (Relative Strength Index) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวขและทิศทางราคาหุ้น เราจะมีมาดูรูปแบบในการตีความของกราฟหุ้นที่แสดงผ่านเครื่องมือ RSI (Relative Strength Index)นี้กัน

1 . Overbought — Oversold identification (บ่งชี้ภาวะซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป) 1.1 RSI เข้าสู่ Overbought เมื่อ RSI > 70 [ในภาพ เส้นสีเหลือง อยู่เหนือ เส้นสีเขียว]

1.2 RSI เข้าสู่ Oversold เมื่อ RSI < 30 [ในภาพ เส้นสีเหลือง อยู่ใต้เส้น เส้นสีน้ำเงิน]

2. Divergence : Bullish Divergence (สัญญาณซื้อที่เกิดในช่วงขาลง และกำลังจะกลับตัวเป็นขาขึ้น)& Bearish Divergence (สัญญาณขายที่เกิดในช่วงขาขึ้น และกำลังกลับตัวลง)

3. Failure Swing (รูปแบบจะคล้ายกับ การเกิด Divergence และเกิดบริเวณจุดสูงสุด/ต่ำสุด สัมพัทธ์บริเวณนั้น) 3.1 Bullish Failure Swing เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นของแนวโน้มขาลงก่อนหน้า (มักเกิดที่จุดต่ำสุดสัมพัทธ์บริเวณนั้น)

3.2 Bearish Failure Swing เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลงของแนวโน้มขาขึ้นก่อนหน้า (มักเกิดที่จุดสูงสุดสัมพัทธ์บริเวณนั้น)

4. Trend identification (Trend ID)

Bull Market : ในตลาดขาขึ้น RSI จะเคลื่อนที่ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 40–90 และ Zone 40–50 จะทำหน้าที่เป็นแนวรับในแนวโน้มขาขึ้น ดังภาพ

Bear Market : ในตลาดขาลง RSI จะเคลื่อนที่ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 10–60 และ Zone 50–60 จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านในแนวโน้มขาลง ดังภาพ

5. Positive & Negative Reversal (จะเกิดหลังจากผ่านจุดสูงสุด/ต่ำสุดไปแล้ว)

5.1 Positive Reversal : ราคาทำ Higher Low ในขณะที่ RSI. ทำให้ Lower Low ใน Zone 30–50 แสดงถึง การกลับทิศทาง + ราคามีโอกาสขึ้นต่อ ดังภาพ

5.2 Negative Reversal : ราคาทำ Lower High ในขณะที่ RSI. ทำให้ Higher High ใน Zone 50–70 แสดงถึง การกลับทิศทาง — ราคามีโอกาสลงต่อ ดังภาพ

ตัวอย่าง RSI divergence ของ หุ้นBBL

http://www.bidschart.com/

Show your support

Clapping shows how much you appreciated 12SET’s story.