
กล้ารับรองไหมครับว่าผมจะรอด
ตอน: พระโลหิตและการตายของพระเยซูคริสต์เจ้าไม่มีค่าพอหรือ
ถาม: ขออภัยครับอาจารย์ ผู้ที่ต้อนรับพระเยซูคริสต์แล้ว บัพติศมาแล้ว แต่ดำเนินฝ่ายเนื้อหนัง ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงจิตใจ ถาม… จะรอดในวันสุดท้ายไหม กล้ารับประกันไหมครับ ไม่มั่นใจครับ กลัวไม่รอดในวันสุดท้าย ขออภัยครับ
ตอบ: ไม่ใช่คริสเตียนทุกวันนี้เท่านั้นที่กลัว และวิตกว่าเมื่อต้อนรับพระเยซูเท่านั้นก็ได้รอดแล้วจริงหรือ ตั้งแต่สมัยเริ่มแรก คริสเตียนยิวและคริสเตียนในหลายๆ เมืองก็เป็น เป็นเหตุให้เปาโลต้องเขียนจดหมายไปเตือน และหนุนใจพวกเขาว่าไม่ต้องกลัวว่าเชื่อผิด เพราะว่าพระโลหิตพระเยซู และการตายของพระองค์มีค่ามากพอ ที่พระบิดาจะยอมรับ เพื่อเป็นค่าไถ่บาปโลก ความรอดไม่ได้ได้มาด้วยการทำดีเชื่อฟัง ความรอดเป็นของขวัญ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้ และความรอดเป็นพระคุณของพระเจ้า พระคุณจะเรียกว่าพระคุณไม่ได้โดยเด็ดขาด ถ้ามีการกระทำดีเข้ามาเกี่ยวข้อง (อฟ. 2:8–9; โรม 11:6)
ทันทีที่เราเชื่อ เราได้กลายเป็นคนชอบธรรมเท่ากับยิวที่รักษาพระบัญญัติอย่างเคร่งครัด (โรม 4:22–25; 5:1, 19–21) พระวิญญาณประทับตรา และเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณเรา เพื่อให้เรารอดในวันสุดท้าย (อฟ. 4:30) ไม่มีใครจะแย่งชิงเราไปจากพระเจ้าได้เป็นอันขาด (ยน. 10:28) นี่คือผลของการได้เชื่อด้วยปากและรับด้วยใจ ก็คือรอดแล้ว (ยน. 10:8–9) ภาษากรีกเขียนในทำนองเป็นอดีตกาลทุกครั้ง คือ “รอดแล้ว” ไม่ใช่จะรอด หรือหวังว่าจะรอด หรือพยายามรอด หรืออาจจะรอด แต่ “รอดแล้ว” เพียงแต่เราจะถูกตีสอนในชีวิตนี้ และในยุคพันปี ถ้าหากเรายังมาไม่ถึงชีวิตคริสเตียนที่ปกติ เรายังป่วยในเรื่องการบาป ชีวิตยังสามวันสุขสี่วันทุกข์ สามวันดีหกวันบาป แต่โทษของคริสเตียนที่เป็นบุตรพระเจ้า จะไม่ถึงบึงไฟโดยเด็ดขาด (1 คร. 3:12–15; 5:5)
…
#1. ถ้าหากเราเข้าใจเรื่องความรอดมีสองรอดใหญ่ๆ และเข้าใจคำว่า “พระคุณ” ของพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ เราจะมั่นใจที่สุดร้อยเปอร์เซ็นต์
พระเจ้าลงมาเป็นมนุษย์ พระเจ้ายอมรับความผิดบาปของคนทั้งโลก ยอมรับฐานะคนบาปชั่วที่สุดในจักรวาล พระเจ้ายอมถูกเฆี่ยนตีเพราะบาปของเรา พระเจ้ายอมตายบนกางเขนแทนที่ของเรา นี่คือพระคุณที่ไม่ได้ต้องการการช่วยเหลือจากเรา เพื่อไถ่เราให้รอด
#2. หลายๆ ครั้งเมื่อพระคัมภีร์พูดถึงเรื่องการทำดี เชื่อฟัง และผลงานการก่อ ถ้าหากเชื่อฟังไม่พอ หรือถ้าก่อขึ้นไม่เป็น เพราะใช้มนุษย์เนื้อหนังเดินในทางของพระเจ้า และกลายเป็นศาสนา คือพระเยซูและเปาโลเน้นถึงการไม่ได้เข้าในอาณาจักร ซึ่งเป็นความรอดแบบรับรางวัล และมีตำแหน่งครอบครอง พระเยซูจะเน้นคำว่าได้เข้าในอาณาจักร หรือไม่ได้เข้าบ่อยมาก
#3. หลายๆ ครั้งที่เราอ่านเจอพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงเชื่อเท่านั้นก็ได้รอด คือความรอดในวันสุดท้าย หรือรอดจากบึงไฟนั่นเอง
เมื่อเราอ่านหนังสือมัทธิว ขอพระบิดาเปิดเผยให้เราพบความจริงว่า เป็นหนังสือที่กล่าวถึงข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักร ที่พระเยซูจะนำลงมายังโลกนี้ และกล่าวถึงคริสเตียนสองประเภท มากกว่าพูดถึงสวรรค์นรก และคริสเตียนกับคนที่ไม่เชื่อ (อาจพูดถึงบ้างแต่น้อยมาก)
#4. สมัยก่อนมีคริสเตียนยิวออกไปประกาศว่า เชื่อพระเยซูไม่พอ ต้องรักษาพระบัญญัติเชื่อฟัง และเข้าสู่ธรรมเนียมประเพณีของยิว ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่รอด เปาโลกล่าวโดยพระวิญญาณว่า คือคำสอนเท็จ และคำสอนเท็จนี้กำลังระบาดท่ามกลางคริสจักรมากมายทั่วโลก
#5. ถ้าหากเราเห็นว่าการตายของพระเยซู และการหลั่งไหลพระโลหิตของพระองค์เพื่อไถ่บาปเราไม่พอเพื่อความรอดของเรา เราก็ได้ดูหมิ่นพระเยซู และพระโลหิตของพระองค์ว่าไม่มีคุณค่ามากพอ ต้องพึ่งการทำดีของเราด้วยเพื่อให้ได้รอด
ขอพระบิดาเปิดเผยน้ำพระทัยของพระองค์ต่อเรานะครับ
…
พระโลหิตและการตายของพระเจ้าเยซู ไม่มีค่าพอที่จะเป็นค่าชดใช้หนี้บาปของคุณหรือ
“พระองค์เสด็จเข้าไปในที่บริสุทธิ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และพระองค์ไม่ได้ทรงนำเลือดแพะและเลือดลูกวัวเข้าไป แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไป และทรงสำเร็จการไถ่บาปชั่วนิรันดร์แก่เรา” (ฮบ. 9:12)
