
ยอห์น: บทที่ 19
พระโลหิตและน้ำที่ไหลออกมาจากสีข้างของพระเยซูคืออะไร
19:7 พวกยิวตอบท่านว่า “พวกเรามีกฎหมาย และตามกฎหมายนั้นเขาควรจะตาย เพราะเขาได้ตั้งตัวเป็นพระบุตรของพระเจ้า”
- ยิวสามารถจับตัวผู้ร้ายมาสอบสวน และลงโทษอะไรก็ได้ แต่การประหารชีวิตจะต้องผ่านการตัดสินของเจ้าเมือง หรือข้าราชการโรมันเสียก่อน จึงประหารชีวิตนักโทษได้ด้วยการเอาหินขว้าง หรือมอบนักโทษที่มีความผิดทางการเมืองนั้นให้เจ้าหน้าที่และทหารโรมันเอาไปตรึงที่กางเขน การตรึงที่กางเขนอยู่นอกนครเยรูซาเล็ม และเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่โรมัน
19:11 พระเยซูตรัสตอบว่า “ท่านจะมีอำนาจเหนือเราไม่ได้ นอกจากจะประทานจากเบื้องบนให้แก่ท่าน
- พระเจ้าทรงเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หรือผู้ทรงยอมให้พระเยซูถูกประหารชีวิต และเพื่อไถ่บาปโลก พระเจ้าทรงใช้โลกและทุกคน แม้กระทั่งซาตาน เพื่องานของพระเจ้าจะสำเร็จ หลายครั้งที่มารซาตานและมนุษย์ถูกพระเจ้าใช้เพื่อแผนการของพระองค์ แต่พวกเขาไม่รู้ตัว
เหตุฉะนั้น ผู้ที่มอบเราไว้กับท่านจึงมีความผิดบาปมากกว่าท่าน”
- ผู้ที่มอบ ในที่นี้คือชาวยิว ความบาปของพวกเขาจะตกไปอยู่ที่ชั่วลูกชั่วหลานเหลนอีกด้วย (มธ. 27:25)
19:26 ฉะนั้นเมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และสาวกคนที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้ พระองค์ตรัสกับมารดาของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย จงดูบุตรของท่านเถิด”
- สาวกที่ทรงรักคนนี้ คือยอห์น
- เมื่อท่านมัทธิวเขียนหนังสือมัทธิว ท่านจะไม่ชอบเอ่ยชื่อท่านเอง เปาโลและยอห์นก็ไม่ค่อยจะเอ่ยว่าเป็นตัวท่าน ในเรื่องที่เขียนเช่นกัน เพื่อความถ่อมใจ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ เปาโลก็ต้องบอกว่า เป็นท่านเองที่เขียน
19:30 เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำองุ่นเปรี้ยวแล้ว พระองค์ตรัสว่า “สำเร็จแล้ว” และทรงก้มพระเศียรลง ปล่อยพระวิญญาณออกไป
- สำเร็จแล้ว และพระวิญญาณก็ออกไปจากพระเยซู (ความตายก็เข้ามา) คืออะไร? คือสำเร็จการทำลายเชื้อชาติเผ่าพันธ์ุอาดัม และทุกสิ่งที่เป็นด้านลบเพราะการบาป
ส่วนภารกิจอื่นอีกมากมายของพระเยซูยังไม่สำเร็จ เช่น
- ต้องฟื้นขึ้นมาเพื่อนำพระโลหิตไปถวายพระเจ้า เป็นค่าจ่ายหนี้บาป (ฮบ. 9:12)
- ต้องได้รับเกียรติจากพระบิดา และสามารถแบ่งชีวิตพระเจ้าได้ (ยน. 7:39; 1 คร. 15:45–47)
- ต้องกลับมาอยู่กับผู้เชื่อทุกคน เพื่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน (กท. 2:20; คส. 1:27; ฟป. 1:21)
- ต้องกลับมาเพื่อเปิดราชอาณาจักรสวรรค์ในโลกนี้ (วว. 11:15)
- ต้องทำลายซาตานและลูกน้องของมัน และพิพากษาคนที่ไม่เชื่อด้วย (วว. 20:11–15)
- ต้องคืนราชอาณาจักรให้พระบิดา และครอบครองอาณาจักรของพระเจ้าร่วมกันในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ (วิวรณ์บทที่ 21–22)
มัทธิวและมาระโกเน้นเรื่อง พระเยซูมารับแบกบาปของทุกคน ทรงยอมกลายเป็นคนบาปเอง — “ทำไมทรงละทิ้งข้าพระองค์เสีย” (มธ. 27:46; มก. 15:34) — แต่ยอห์นเขียนเพื่อเน้นเรื่อง พระเยซูจะนำพระเจ้าเข้ามาอยู่ในเรา และต้องประหารชีวิตเก่าของเราก่อน ยอห์นจึงเป็นเล่มเดียวที่เขียนว่า “สำเร็จแล้ว” คือสำเร็จในการนำพระบิดาเข้ามาอยู่ในเรา
19:34 แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์ และโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที
- พระโลหิตของพระเยซูเพื่อการไถ่บาป การจัดการกับความบาปทั้งหมด และเพื่อซื้อผู้เชื่อทุกคน คือคริสตจักรของพระองค์ (ยน. 1:29; ฮบ. 9:22; กจ. 20:28; 1 คร. 6:19–20)
- น้ำ คือการบังเกิดใหม่ รับชีวิตใหม่ และรับพระเจ้าเข้ามาอยู่ในเรา เพื่อการก่อตัวและขยายตัวของพระกายของพระคริสต์ ทั้งผู้เชื่อและคริสตจักรด้วย (ยน. 12:24; 3:14–15; อฟ. 5:29–30)
ในกิตติคุณอีกสามเล่ม (มัทธิว, มาระโก และลูกา) ได้บรรยายถึงเรื่องการไถ่ด้วยการตายของพระเยซูเท่านั้น แต่หนังสือยอห์น ไม่เพียงได้บรรยายถึงด้านการไถ่เท่านั้น แต่ยังบรรยายถึงด้านการประทานชีวิตอีกด้วย
ใน มธ. 27:45, 51; มก. 15:33, และ ลก. 23:44–45 ได้มีความมืดซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบาปปรากฏออกมา และม่านในพระวิหาร ซึ่งได้กั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้านั้นได้ขาดจากกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านการไถ่แห่งการตายของพระเยซู
ใน ลก. 23:34 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสบนกางเขนว่า “พระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดยกโทษให้พวกเขา” และใน มธ. 27:46 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้าๆ เหตุไฉนพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเสีย?” (เพราะในขณะนั้นพระองค์ทรงแบกรับความบาปของเรา) ถ้อยคำเหล่านี้ก็ได้บรรยายถึงด้านการไถ่แห่งการตายของพระองค์เช่นกัน
แต่น้ำที่ไหลออกมา และกระดูกที่ไม่ได้ถูกทำให้หัก ซึ่งยอห์นได้กล่าวไว้ในข้อ 34, 36 นั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านการแจกจ่ายชีวิต ผ่านการตายของพระองค์
การตายแห่งการแจกจ่ายชีวิตนี้ ได้ปลดปล่อยชีวิตของพระเจ้า (โซเอ้) ออกมาจากภายในพระองค์ เพื่อก่อกำเนิดคริสตจักร ซึ่งประกอบขึ้นจากบรรดาผู้เชื่อของพระองค์ ที่ได้รับการแจกจ่ายชีวิตพระเจ้าเข้าสู่ภายในเขา
