TESA Top Gun Rally 2016

การประชันสุดยอดฝีมือทางด้านสมองกลฝังตัวชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 10 : Smart Class Room

TESA Top Gun Rally 2016
The Best of The Best Embedded System Developers

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมและตัวแทนจากมทร.ล้านนา เชียงใหม่ ได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการการประชันสุดยอดฝีมือทางด้านสมองกลฝังตัวชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 10 : Smart Class Room จัดโดยทีซ่า (TESA) หรือ Thai Embedded Systems Association และได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ในแผนกอิเล็กทรอนิกส์ จัดส่งตัวแทนไปร่วมเข้าแข่งขัน 2 ทีม ได้แก่ทีมชายล้วน และหญิงล้วน โดยเนื้อหาต่อจากนี้ จะเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 7 วันที่ผมได้พบเจอ และสัมผัส อาจมีภาพ เสียง หรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้จักรยานในการรับชมด้วยนะครับ

เคยได้ยินคนอื่นเล่าว่ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นมหาลัยที่สวยงามที่สุดในประเทศ เอาจริง ๆ ผมรู้สึกอิจฉานักศึกษาที่เรียนอยู่ที่นี่ซะเหลือเกิน ที่มีมหาลัยสวยงาม รายล้อมไปด้วยดอยน้อยใหญ่ ต้นไม้เขียวขจี รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และส่งเสริมการเรียนรู้ที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการทดลอง สนามกีฬา โรงอาหาร ร้านขายอุปกรณ์ต่าง ๆ และหอพัก แทบจะเรียกได้ว่า เป็นเมืองขนาดย่อม ๆ ได้เลยทีเดียว โดยวันที่ผมไปถึงนั้นคือเช้าวันเสาร์ที่ 16 มกราคม ไปก่อนล่วงหน้า 2 วันเพื่อเข้าอบรมการใช้งาน MATLAB and Simulink ไปถึงก็เข้าอบรมทันทีเลย โดยภาพบรรยากาศการอบรมทั้ง 2 วันก็มีดังต่อไปนี้ครับ

เริ่มเข้าเนื้อหาแล้ว แต่จอเล็กไปหน่อย โชคดีสายตายาว พอฝืน

ระหว่างอบรมก็มีสตาฟ (Staff ) มาเดินให้สอบถามอยู่บ่อย ๆ ค่อยยังชั่วหน่อย

จบ 2 วันไปกับการใช้งาน MATLAB and Simulink เอาละ พร้อมเข้าสู่รายการต่อไปในวันพรุ่งนี้แล้ว GoGoGo

ระยะทางจากห้องอบรมมายังหอพักประมาณกิโลกว่า ๆ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของมหาลัย เป็นตึกใหม่ที่กำลังสร้าง บรรยากาศนั้นไม่ต้องพูดถึงช่วงที่ผมไปนั้นยังหนาวอยู่เลย อุณหภูมิประมาณ 23–27 องศา อากาศดีมาก อยากนอนทั้งวัน ถถถ

บรรยากาศก็ชวนให้จิบกาแฟร้อน ๆ ซักแก้วซะเหลือเกิน

หน้าห้องก็จะมีลานจอดรถของแต่ละคนอยู่ ที่เห็นรองเท้าเยอะไม่ใช่คนเยอะนะ แค่เอามาหลายคู่เท่านั้นเอง

ห้องนอนจะเป็นห้องโถงโล่ง ๆ จุคนได้ประมาณ 50–60 คน สตาฟของที่นี่เป็นนักศึกษาของแม่ฟ้าหลวง ได้เตรียมหมอน ผ้าห่ม เสื่อ เอาไว้ให้เลือกจับจองที่นอนกันเอาเองตามสบาย

แต่ละทีมก็จะมีสตาฟมาดูแลเป็นพี่เลี้ยงตลอดที่ 5 วัน คงเป็นความโชคร้ายของสตาฟ และความโชคดีของทีมผมที่ได้สตาฟเป็นผู้หญิง ถถถ

เมื่อจับจองที่นอนกันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาอาบน้ำ เอ๊ะ ตึกใหม่แบบนี้จะไปอาบน้ำที่ไหนละ โน้นเลยครับ สตาฟบอกให้ไปอาบที่สนามกีฬา โค๊วว ไกลโฮก ประมาณ 5 กิโล คือเดินไปเองไม่ได้อะต้องนั่งรถไป โดยใช้รถไฟฟ้าของม.แม่ฟ้าหลวงที่เด็กที่นั่นเรียกกันว่า เจมคาร์

ถ้ามัวแต่เขียนโปรแกรมช้า ยิ่งตกดึก อากาศยิ่งหนาว น้ำเริ่มเย็น จำนวนผู้ต้องการอาบน้ำยิ่งมาก เจมคาร์จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถึงทีของรถใหญ่ออกโรงซักที แอ่นแอนแอ๊น…

ผู้ร่วมงานเป็นร้อย ๆ คน จะหาที่อาบน้ำได้ที่ไหน คำตอบคือที่นี่และครับ อย่างที่เกิ่นไปแรก ๆ ครับว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเค้าพร้อมจริง ๆ

เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลองนึกดูสิครับ อากาศข้างนอกยัง 24–25 องศา แล้วน้ำจะขนาดไหน บรึ๊ยยย ว่าแล้วก็แกล้งกันซักหน่อย อาบนาน ๆ จะได้หายหนาว ถถถ


เข้าเรื่องมาถึงพิธีเปิดงานจริง ๆ จัง ๆ กันซักทีครับ

หลังจากเปิดพิธีเสร็จก็มีการบรรยายพิเศษเรื่อง Smart Class Room ที่ใช้งานจริง ๆ ให้ฟังด้วยครับ

เมื่อทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มอบรม และแข่งขันแบบเต็มรูปแบบ นับแต่นี้ต่อไปจะเป็นการเขียนบทความจากความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ เล่าถึงประสบการณ์จริง ความคิด ความรู้สึก ที่ได้รับตลอดทั้ง 5 วันที่ได้เข้าร่วม บางคำพูดอาจจะกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง ผู้เขียนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าถึงสถานการณ์จริงที่ได้เจอ


เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเปิดก็ถึงเวลาเข้าห้องอบรม เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในมีโต๊ะโรงอาหาร และปลั๊กไฟพร้อมสายอินเทอร์เน็ตมาให้ ด้านหน้าห้องจะมีจอโปรเจคเตอร์ฉายอยู่ และจะมีจอโทรทัศน์กระจายภาพเป็นระยะให้ทั่วห้อง สำหรับคนที่อยู่ด้านหลังอย่างทีมผมแล้ว เมื่อมองไปดูจอโปรเจคเตอร์ด้านหน้า ด้วยการแสดงข้อความฟ้อนต์ 18 แทบจะมองไม่เห็นกันเลยทีเดียว แต่เอาวะ ยังมีโทรทัศน์ด้านข้าง

เอิ่ม…นี่ขนาดยืนถ่ายหัวพี่แกยังบังจอเลย แถมแสงจากหน้าต่างยังกระทบจอแทบมองอะไรไม่เห็นเลย แต่ไม่เป็นไร เรามีวิธีแก้

ไปยืนถ่ายหน้าจอแม่มเลย

ยืนนาน ๆ ซักเมื่อย

ยิ่งเข้าเนื้อหาหนัก ๆ ยิ่งละสายตาไม่ได้ เลยต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงถ่ายวิดีโอแบบไม่เมื่อยมือด้วยรูปด้านล่างนี้

บางครั้งบางที ที่ตามไม่ทันหรือติดปัญหา เพื่อนนี่แหละครับ สำคัญที่สุด ไม่ว่าจากทีมตัวเอง หรือจากทีมข้าง ๆ

ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน เราก็อยู่ด้วยกัน ไม่ทิ้งกันไปไหน

แม้จะเขียนโค้ดจนคอมพังก็ตาม ถถถ

ในสองวันแรกยังไม่อนุญาตเข้าไปนั่งเล่นในห้องแข่ง พวกเราก็ไม้ท้อ เปิดห้อง ปูเสื่อ จับกลุ่ม นั่งลุยกันต่อ

กองทัพ ต้องเดินด้วยท้อง เอาละ มาถึงเรื่องอาหารการกินดูบ้าง ในวันแรกนั้นมีกิจกรรม Welcome Party

กติกาของการกินข้าวคือ จะต้องนั่งคละทีม โต๊ะละ 1 คน / 1 ทีม ซึ่งจะทำให้เราได้เจอเพื่อนใหม่ ทั้งเพื่อนที่อยากเจอ และไม่อยากเจอ

จำไม่ได้เหมือนกันว่าเค้าเลี้ยงอาหารอะไร แต่ที่แน่ ๆ พวกเราหนีไปกินไอติม ถถถ

เมื่อพูดถึงอาหารกลางวันแล้ว มีทั้งข้าวกล่อง บุฟเฟ่ตักเอง บุฟเฟ่ตักให้ และมาไม่ทัน เอาจริง ๆ ผมลืมเรื่องของว่างไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่นั่งทำงานในห้องแข่ง จนลืมไปแล้วว่าเค้าแจกอะไรกันบ้าง

สำหรับที่รับประทานอาหารแล้ว จะจัดอยู่บนชั้น 3 ด้านบนห้องแข่งขัน ซึ่งเป็นชั้นโล่ง ๆ กระจกรอบทิ้ง มองออกไปด้านนอกจะเห็นวิวของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เนื่องจากเป็นการแข่งแบบ Rally ผู้มาช้าก็ต้องทำใจ เพราะโต๊ะเต็ม ถถถ

หรืออาหารหมด เหลือแค่อย่างเดียวเราก็กิน

จนในที่สุดก็ออกมาตรการบุฟเฟ่แบบตักให้ขึ้นมา ทำให้ชีวิตผู้มาสายดูดีขึ้นเยอะเลย

หัวข้อในการแข่ง และโจทย์แต่ละวันนั้น เรียกได้ว่าไม่ซ้ำกัน และคาดเดาได้ยากมาก โจทย์ออกเป็นรายวันเลยทีเดียว ขอไม่ลงรายละเอียดโจทย์ในการแข่งขันมากนะครับ เพราะผมก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกัน ถถถ

ในวันแข่งขันถึงกับแบ่งแยกดินแดนกันเลยทีเดียว ล้อเล่นนะครับ เผ่นละ ฟริ้วววว

ในคืนวันแข่งขันสุดท้าย คงเป็นวันที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนดูผ่อนคลายมากที่สุด เพราะวันนี้เราได้กินขันโตกกันคร้าฟฟฟ

หลังจากทานขันโตก สนุกสนานกันพอสมควรแล้ว ก็ตื่นเช้ามาเข้าร่วมพิธีปิด และแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนเดินทางกลับครับ

ที่เที่ยวก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล นั่งเจมคาร์ผ่านทุกเย็น นั่นก็คือ ศูนย์ภาษาและวัฒนาธรรมจีนสิรินธร ครับ

ระดับความสวยงามนี่มี 10 ให้ 100 ไปเลยครับ อิจฉาชาวแม่ฟ้าหลวงจริม ๆ

จากประสบการณ์ทั้ง 7 วันที่ผ่านมา ได้รับทั้งความรู้ ความสุข สนุกสนาน ได้เจอเพื่อนใหม่ทั้งต่างสถานศึกษา ต่างคณะ แต่เราก็ร่วมทุกร่วมสุข ช่วยกันแก้ไขปัญหา คอยให้คำปรึกษาและร่วมล่มหัวจมท้าย ถึงแม้งานนี้จะไม่ได้รับรางวัลกลับมา แต่ก็ถือว่าคุ้มมากแล้ว สำหรับการเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ครับ สวัสดี (-/\-)

Like what you read? Give Apirak Sang-ngenchai a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.