Phahurat Wander

วันนั้นเราเริ่มจากสถานีรถไฟใต้ดินหัวลำโพง นัดเจอกับเพื่อนตอนประมาณบ่ายสอง ขึ้นจากรถไปใต้ดินตรงไปที่ทางออก 1 กะว่าจะเรียกตุ๊กตุ๊กไปลงพาหุรัด เป้าหมายคืออยากดูผ้าไปทำกระเป๋าแล้วก็อยากลองกินอาหารอินเดียด้วย พอดีกับเพื่อนทักมาเมื่อวันก่อนว่ามีเวลาว่างก่อนไปเรียนตอนเย็น เลยชวนกันไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยดีกว่า กลับมาต่อเรื่องตุ๊กตุ๊ก เจอราคาคนไทยกันเองเข้าไปพี่คนขับคิด 150 บาทถ้วน อืม ไปขึ้นรถเมล์ก็ได้ นั่งสาย 40 ไปลงพาหุรัดในราคาคนละ 13 บาท ประหยัดไปตั้งเยอะเลยคนไทย

รถพาไปส่งตรงไหนก็ไม่รู้ของพาหุรัดแต่กระเป๋ารถเมล์บอกว่าพาหุรัดเราก็เลยเชื่อว่าพาหุรัด ทั้งๆที่ตามเซ้นส์แล้วเราว่านี่มันสำเพ็งมากกว่า แต่ช่างเถอะ หิว หาอะไรกินดีกว่า

เป้าหมายคือร้านอาหารอินเดียชื่อ Punjab Sweets Bangkok เห็นในอินสตาแกรมของพี่คนนึงเมื่อสองสามวันก่อนเลยอยากลองบ้าง เปิดแผนที่จากในกูเกิลแมพแล้วเดินตามเข้าตรอกเข้าซอย โผล่มาอีกทีก็มายืนงงๆอยู่สะพานหันแล้ว หันซ้ายหันขวาเจอป้ายร้านอะไร Pun นี่แหละ ใช่แล้วร้านที่ตามหา หลับหูหลับตาเดินเข้าไปมึนๆนั่นแหละ ความพีคอยู่ตรงที่กลับมาถึงห้องแล้วถึงรู้ว่ามันคนละร้านกับในลายแทง ร้านที่เรากินมันชื่อ Punjabi Dhaba

รูปถ่ายจากหลังร้าน อินดงอินเดียมากมีแต่พี่แขก

บรรยากาศในร้านก็เหมือนร้านอาหารชาติอื่น ต่างกันตรงที่ทุกคนในร้านเป็นอินเดีย พูดกันแต่ภาษาอินเดีย ทีวีเปิดเอ็มวีเพลงอินเดียที่เพื่อนบอกว่าพระเอกหล่อมาก แล้วในร้านก็ไม่ได้ฉุนเครื่องเทศแบบที่จินตนาการไว้ ซึ่งดีแล้วเดี๋ยวหัวเหม็น

ความบันเทิงเริ่มที่สั่งอาหารนี่แหละ ภาษาอังกฤษน่ะอ่านออก แต่อ่านออกแล้วไงในเมื่อเมนูเป็นแบบ Samosa Masala แล้วก็บลาๆๆซึ่งเป็นทับศัพท์ภาษาอินเดีย อ่านออกก็ไม่รู้อยู่ดีว่าที่สั่งคืออะไร สุดท้ายขอเพลย์เซฟสั่งที่พอจะรู้จักไปสี่ห้าอย่างมี Chicken Curry, Cheese Naan, Masala Tea, Samosa, แล้วก็ขนม Gulab Jamun

แค่แก้วก็ชนะแล้ว
อันนี้ Samosa เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย คล้ายกะหรี่ปั๊บไส้ถั่วบ้านเราแล้วมีน้ำราดหวานๆ โอเคเลย กินได้
Cheese Naan กับแกงกะหรี่ไก่รสชาติเข้ากันดี อิ่มมากด้วย กินกันบ่ายสามอิ่มไปถึงสองทุ่มเลย
ขนม Gulab Jamun ขนมไส้นมกับอะไรก็ไม่รู้ หวานมาก มากๆๆ หอมๆกลิ่นนมด้วย
Masala Tea อร่อยสุดในมื้อนี้ละ ชานมต้มกับขิง กระวาน พริกไทยดำ กานพลู อบเชย กินกับขนม Gulab Jamun เข้ากันมาก อุ่นๆหอมๆ ถ้าได้กินตอนป่วยๆคงจะดีไม่น้อย
สภาพความเลอะเทอะ ตอนแรกก็ใช้ช้อนส้อมอยู่ดีๆทำไปทำมาเกิดเข้าถึงจิตวิญญาณอาหารอินเดียเลยใช้มือจ้วงมันเลย บ้านๆแมนๆนี่หละ แล้วที่ต้องใช้มือก็เพราะนานน่ะถ้าปล่อยไว้นานๆนานจะกลายเป็นเหนียว (อ่านรู้เรื่องมั้ยน่ะมีแต่คำว่านาน)

อิ่มแล้วเรียบร้อย มื้อนี้ 205 บาท ออกมาจากร้านแบบอิ่มเอมมาก อิ่มเหมือนงูเหลือมกินหมา แทบเดินไม่ไหว อาหารอินเดียครั้งแรกก็ไม่ได้น่าเกลียดนะ ก็กินได้ ไม่แย่อย่างที่โดนสปอยล์มา ไม่เหม็นเครื่องเทศด้วยหรือเพราะเราชอบก็ไม่รู้

จุดหมายต่อไปคือห้างดิโอลด์สยาม เคยนั่งรถผ่านแล้วรู้สึกว่าตึกนี้สีสวยดี อยากไปดูผ้าด้วยเพราะอ่านเจอมาว่ามีร้านขายผ้าญี่ปุ่นสวยๆอยู่ แต่ระหว่างทางหันไปไปหันมารอบตัวมีแต่อาคารสวยๆเลยถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยเลย

แต่ก่อนใครๆก็เรียกว่าเราเป็นสายคาเฟ่ คือตระเวนไปตามร้านกาแฟสวยๆเท่ๆถ่ายรูป ทำตัวเป็นฮิปสเตอร์ประมาณนั้นแหละมั้ง แต่ช่วงนี้กลายเป็นสายถ่ายตึกถ่ายอาคารไปแล้ว หลงรักสี โดยเฉพาะตึกเก่าสีจะค่อนข้างซีดกลายเป็นแพนโทน พออยู่รวมกับชีวิตแล้วกลายเป็นงานศิลปะที่เราชอบ ดูมีเรื่องเล่า ดูขัดกัน หรืออะไรก็ไม่รู้อธิบายไม่ถูกแต่เวลามองแล้วรู้สึกสนุก ช่วงนี้เลยกลายเป็นนักท่องเที่ยวสายนั่งรถเมล์ไปดูตึก ใจจริงอยากไปเดินเล่นถ่ายรูปแต่ละย่านในกรุงเทพ ไว้ว่างๆจะค่อยๆทยอยทำไปแล้วกัน

เดินมาถึงดิโอลด์สยามก็อยากกรี๊ดจนเสียบุคลิก ตึกบ้าอะไรก็ไม่รู้สีสวยมาก มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด คุ้มค่ากับการเดินมามากๆ เสียเวลาถ่ายรูปอยู่นานเลย หันไปทางไหนก็ดีไปหมด

เจอตึกสีแบบนนี้แล้วท่องฟ้าสวยขนาดนั้นก็ชื่นใจแล้ว วันนี้ออกมาไม่เสียเที่ยวแล้ว ได้รูปถูกใจเยอะเลย พอใจแล้วก็เข้าไปเดินในห้างดีกว่า

ในดิโอลด์แบ่งเป็นโซนขายของต่างกันไป ชั้นสองเป็นผ้าไทย ชั้นบนสุดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วก็มีร้านอาหารฟาสฟู้ดด้วย โซนอาหารไทยขนมไทยก็มี มาที่เดียวครบเลย คนก็ไม่ค่อยพลุกพล่านมากเดินได้สบายๆ ส่วนเรื่องตามหาร้านผ้าก็หาร้านไม่เจอ ไม่รู้เราเซ่อหรือร้านหายไปแล้วก็ไม่รู้

จากในดิโอลด์มองไปจะเห็นอะไรไม่รู้ยอดแหลมๆสีทองๆ เพื่อนเปิดกูเกิลดูบอกว่าเป็นวัดสิกข์คุรุดวารา เวลายังพอมีอยู่เลยชวนกันไปดูสักหน่อย เดินออกมาเจอห้างไนติงเกลในตำนานจดลงไว้ว่าโอกาสหน้าจะมาช้อปปิ้ง

สุดท้ายเราไปจบทริปนี้กันที่วัดสิกข์แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะทางวัดไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านใน ข้างในวัดจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำว่าต้องทำอะไรตรงไหนบ้าง ทุกคนใจดีหมดเลย รู้สึกดีๆมากๆ เดินเล่นอยู่พักนึงก็ถึงเวลาเพื่อนต้องกลับไปเรียนเลยแยกย้ายกันไปเป็นอันจบทริปวันนั้น

เป็นทริปที่สนุกมาก ไม่เคยคิดว่าเดินเล่นตามซอยจะสนุกแบบนี้ ส่วนนึงเพราะเราไม่คุ้นเคยด้วยแหละเลยรู้สึกได้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวเต็มตัว เห็นอะไรก็ตื่นตาตื่นใจไปหมด อีกส่วนนึงก็มีเพื่อนรู้ใจ ปกติชอบไปไหนมาไหนคนเดียวเพราะกลัวพาใครไปแล้วเค้าจะไม่สนุก แต่เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนที่สนิทมักทำให้ทริปสนุก จริงๆวันนั้นที่อาหารอร่อยส่วนนึงก็เป็นเพราะไปกับเพื่อนด้วยแหละ เลยไม่ต้องเขินที่จะสั่งจะกินอะไร มีเพื่อนรู้ใจไว้ใกล้ๆตัวสักคนสองคนมันก็ดีเหมือนกันนะ

จบทริปนี้เดี๋ยวต้องมีทริปต่อไปในเร็ววันแน่ๆ รถเมล์ฟรีก็มีไม่ต้องกลัวเปลืองเงินด้วย แล้วเจอกันนะคุณตึกเก่า

Show your support

Clapping shows how much you appreciated HAVEATHEART’s story.