Yaowarat Rover

คราวก่อนไปพาหุรัดเลยติดใจอยากไปดูตึกที่เยาวราชบ้าง ปกติไปเยาวราชบ่อยแต่ไปช่วงเย็นๆดึกๆตลอด ไม่เคยเดินเยาวราชตอนกลางวันเลย ด้วยความเป็นปีชงของเพื่อนคนนึงในกลุ่มหรือเปล่าไม่รู้ทำให้หยิบจับอะไรก็วอดวายไปหมดจนจิตตกทวีตมาว่าพาไปทำบุญหน่อย ไอ้เราก็เป็นห่วงเพื่อน(เหรอ)เลยอาสาพาไปสะเดาะเคราะห์ ไปทั้งทีก็ไปเยาวราชเลยแล้วกัน ตกลงกันเรียบร้อยเป็นอันว่าเจอกันที่รถไฟใต้ดินหัวลำโพงตอนแปดโมงเช้า

เดินตามแผนที่ไปเรื่อยก็มาถึงวัดมังกรกมลาวาศหรือที่เรียกกันติดปากว่าวัดเล่งเน่ยยี่ ปล่อยเพื่อนไปไหว้พระสะเดาะเคราะห์ไปส่วนเราก็เดินถ่ายรูปดูผู้ดูคน วัดมังกรตอนเช้าคนไม่ค่อยเยอะมาก เดินได้สบายๆแต่ก็ยังไม่วายโดนธูปจี้แขน ถือซะว่าฟาดเคราะห์ละกัน

ทำบุญเสร็จแล้วก็ถึงตาเราบ้าง เดินเข้าซอยทะลุไปเยาวราชกันต่อ ที่คิดไว้คือเยาวราชตอนกลางวันจะเงียบๆ ร้านไม่ค่อยเปิด ไม่ค่อยมีคนเดิน สรุปว่าผิดหมดเลย รถเยอะคนแยะร้านค้าเปิดหมดทุกร้านเว้นแต่ร้านรถเข็นกับแผงลอยที่จะมีมาเสริมตอนช่วงเย็น ตั้งใจว่าจะกินแป๊ะก๊วยนมสดแต่ร้านก็ยังไม่มาเปิด หงอยไปเลย

เยาวราชเป็นย่านที่ของกินอร่อย หมูกรอบอร่อย เป็ดย่างอร่อย แป๊ะก๊วยนมสดอร่อย ไอติมโบราณอร่อย เกาลัดก็อร่อย เรียกได้ว่ามีแต่ของอร่อยไปตลอดตั้งแต่หัวถนนยันปลายถนน วันนั้นเราทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านข้าวหมูกรอบเจ้าประจำที่ตอนเย็นจะมีร้านข้าวหน้าเป็ดมาเปิดซ้อนหน้าร้าน บรรยากาศตอนกลางวันต่างกับกลางคืนตรงที่กลางวันคนไทยจะเยอะ แต่ถ้าตกเย็นปุ๊บชาวต่างชาติจะเริ่มยึดครองย่านนี้ไปแล้ว

กินข้าวอิ่มแล้วเรียกเก็บเงิน 2 คนกับเพื่อนรวมกันเป็นเงิน 102 บาท จังหวะที่ถามเพื่อนว่ามี 2 บาท ไหม ลุงเจ้าของร้านก็บอกว่าไม่เป็นไรๆ เอาแค่นี้แหละ มาเดินเที่ยวกันสินะลูก ขอให้สนุกๆ แล้วลุงก็ยิ้มหวานจนเสียจริตอาเฮียเจ้าของร้านแล้วไปเก็บโต๊ะให้ลูกค้าโต๊ะอื่นต่อ อะไรจะขนาดนั้นล่ะ ออกจากวัดมาแป๊บเดียวก็เจอเรื่องดีเลย ลุงทำเอาเรายิ้มแก้มแตก ไม่ใช่เพราะงกเงิน 2 บาท แต่ดีใจที่มีคนใจดีด้วย น้ำใจจากคนไม่รู้จักทำให้เราประทับใจได้เสมอ ยิ่งเรียกเราด้วยคำแสดงความเอ็นดูพวกหนู ลูก หนุ่มอะไรพวกนี้ด้วยนะ อยากเข้าไปกอดแรงๆเลย ไม่รู้สิครับ เราว่าเรามักจะมีดวงเรื่องเจอคนใจดีเวลาไปเที่ยว อย่างนึงอาจเป็นเพราะหน้าตาเราเด๋อๆ แต่ในใจเราก็คิดนะว่าความใจดีมีอยู่ในตัวคนไทยอยู่แล้ว แค่บางคนเค้าอาจจะเขินมากไปหน่อยเลยไม่ค่อยแสดงออกน่ะ

กินอิ่มแล้วก็นึกไม่ออกว่าจะไปไหนต่อ ร้านขนมก็ไม่เปิด ท้องฟ้าก็ไม่สวยถ่ายรูปมาไม่ค่อยจะถูกใจเลย เพื่อนเลยขอให้พาไปโรงพยาบาลหน่อยจะไปล้างแผล ตกลงกันว่าไปราชวิถีแล้วกันเพราะหากจะไปไหนต่อจะได้ตั้งหลักที่อนุสาวรีย์ชัยได้ ระหว่างที่รอรถเมล์ก็มีตาคนนึงเดินค้ำไม่เท้ามารอรถ รถเมล์จอดเทียบท่าคุณตากำลังจะก้าวขึ้นรถแต่อยู่ๆก็ล้มลงไปนอน ตกใจอยู่สองวินาทีก่อนจะวิ่งเข้าไปพยุงคุณตาลุกขึ้นพร้อมกับพี่สาวร้านน้ำทับทิมแถวนั้นที่เข้ามาช่วย กระเป๋ารถเมล์ลงมาพยุงคุณตาจนขึ้นรถไป ทุกอย่างจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง บางคนอาจพูดให้ดูเท่ว่านี่ไง ความดีมีไว้ส่งต่อ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้คิดแบบนั้น เราเห็นแค่ว่ามีคนต้องการความช่วยเหลือแล้วเราสามารถช่วยได้เราก็ช่วย

เคยมีครั้งนึงรถมอเตอร์ไซค์โดนรถยนต์ชนจนขนขับมอเตอร์ไซค์กระเด็นไปกระแทกกระจกแล้วตกลงมานั่งมึน แต่ตอนนั้นเราตกใจมากเพราะทุกอย่างใกล้มากและเสียงดังมาก ในครั้งนั้นเราเลือกที่จะเดินออกไปจากจุดนั้น ซึ่งจนถึงวันนี้ความรู้สึกผิดยังอยู่กับเราตลอด เรายังคิดว่าทำไมตอนนั้นเราไม่เข้าไปช่วย ทำไมเราถึงไม่แม้แต่จะหันไปมอง จากความรู้สึกผิดตอนนั้นเราเลยตั้งใจไว้แล้วว่าจะมีสติให้มากขึ้นจะได้ไม่ตกใจเวลาเกิดอะไรที่ไม่คาดคิด อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง

รู้สึกดีจากการได้ช่วยคนอื่นแล้วรถเมล์ก็มาแต่ปรากฎว่าขึ้นผิดฝั่ง พี่กระเป๋ารถเมล์บอกว่าต้องข้ามไปขึ้นอีกทางนึง พอใกล้จะถึงป้ายรถเมล์เราเลยลุกขึ้นเตรียมลง อยู่ๆลุงที่นั่งอยู่ด้านหลังก็เดินมาบอกเพื่อนว่าให้ขึ้นรถตรงไหนจะได้ไปถึงที่หมาย เอาอีกแล้ว มีคนใจดีด้วยอีกแล้ว ทริปนี้ถ้าไม่ติดว่าเราง่วงไปหน่อยจะถือเป็นทริปที่ดีมากเลย ได้ทำบุญ ได้ถ่ายรูป ได้กินอะไรที่อยากกิน ได้เจอแต่คนใจดี แถมยังได้ทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่นด้วย นี่แค่ไปเที่ยวนิดๆหน่อยๆเองยังรู้สึกได้ว่ากลับมาแล้วมีแรงทำอะไรๆมากขึ้นเยอะเลย ขอบคุณความใจดีที่มนุษย์มีต่อกัน :3

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.