ถ้า Bitcoin เดินตามรอย 4 ปีก่อน !?

หากราคาของ BTC เดินตามรอยเดิมของตัวเอง เราก็จะสามารถคาดเดาผลลัพธ์ในช่วงหลายเดือนหรือหลายปีต่อไปในอนาคตได้

คาดเดาราคาในช่วงปีใหม่ของปีถัด ๆ ไป ( รูปที่ 1 , USD / BTC):

  • ปี 2019 ~ = 4,000 เหรียญ
  • ปี 2020 ~ = 7,000 เหรียญ
  • ปี 2021 ~ = 16,000 เหรียญ
  • ปี 2022 ~ = 300,000 เหรียญ
  • ปี 2023 ~ = 110,000 เหรียญ
รูปที่ 1 แนวโน้มราคาย้อนหลังมาซ้อนทับกันเพื่อวิเคราะห์ คาดการณ์ในอนาคต

การไต่ขึ้นไปที่ All Time High (ATH) ของ Bitcoin เป็นที่ชัดเจนว่ากราฟราคา BTC ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีลักษณะคล้ายคลึงกับแนวโน้มของปี 2013–2014 ( รูปที่ 1 ) ที่มีกราฟเป็นรูปแบบขาขึ้นมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์Bitcoin ซึ่งรูปแบบโบวเวอร์เล็ก ๆ แบบนี้จะปรากฏตลอดทั้งกราฟ

กรณีของปรากฏการณ์นี้ในตลาดอื่น ๆ ของ Altcoin ที่นอกเหนือจาก Bitcoin จะเรียกว่า ‘hyper waves’ หรือ fractally repeating exponentially increasing Gartner Hype Cycles

ส่วนตัวผมคิดว่าคุณลักษณะของรูปแบบนี้จะเป็น pattern ที่ดีที่สุดชื่อว่า ‘ fractal hype cycles ‘ ซึ่งผมเคยใช้มันในอดีตและจะใช้มันอีกครั้งในบทความนี้

รูปแบบ fractal ส่วนใหญ่จะไม่เกิดขึ้นซ้ำในระดับที่ใกล้ ๆ เดิม แต่ยังไงก็ตามพวกมันจะมีรูปแบบการซ้ำเดิม ๆ ในวงจรของมันอย่างน่าอัศจรรย์ ยกตัวอย่าง fractal ที่มีชื่อเสียงที่สุดของคือ the Mandelbrot Set

รูปแบบ fractal ที่คล้ายตัวมันเองในอดีตเป็นที่แพร่หลายในด้านคณิตศาสตร์และเป็นธรรมชาติ อาทิเช่น ในวิชาฟิสิกส์ , เคมี , ดาราศาสตร์ , ชีววิทยาธรณีวิทยา ฯลฯ

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่รูปแบบ fractal จะปรากฏขึ้นในตลาดและเครือข่ายคริปโตเป็นระยะ ๆ

ในรูปที่ 1 เป็นเพียงการซ้ำรอยแนวโน้มการเทรดเดิมในอดีตและเป็นการซ้อนทับที่ใหญ่ที่สุดในช่วง 2013–2014 และ 2017–2018 จากพฤติกรรมรูปแบบกราฟนี้จะช่วยทำให้เกิดการคาดเดาราคาที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ หากราคาของ Bitcoin ยังคงเดินตามรอยวงจรการหมุนเวียน fractal นี้อยู่ แน่นอนว่ารูปที่ 1 ไม่ได้หมายความว่าราคา BTC จะเป็นแบบนี้ในอนาคต แต่เป็นแนวทางที่น่าจะเป็นของมันซะมากกว่า

Bitcoin มีอายุมาแล้ว 10 ปีและต้องใช้ข้อมูลสถิติด้านราคาที่เชื่อถือได้ในการพัฒนาเมื่อโครงสร้างพื้นฐานของมันเติบโตขึ้น ซึ่งถ้าขยายกราฟ time-frame เล็ก ๆ ดูจะเห็นได้ชัดว่าวงจรการหมุนวนในทิศทางขาขึ้นแบบเดิม ๆ เหมือนกับคำพูดที่ว่า “เต่ายังไงก็ยังเป็นเต่าวันยังค่ำ”


ที่มา : chainrift-research

ช่องทางรับข้อมูลข่าวสาร : Facebook , Line , Tweet , Google+ , Youtube

กลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง crypto : ที่นี่