หนูทำได้ สไตล์ มอนเตสซอรี

GoodDay356
Aug 26, 2017 · 2 min read
montessori

รู้ไหม? ความสำเร็จระดับโลก เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ อย่างวัยเด็ก

Miki Kannari เขียน

เมื่อเราอยากพัฒนาศักยภาพและความเชื่อมั่นในตัวลูกๆ ต้องไม่ลืมจุดยืนที่จะ “ช่วยเหลือพวกเขาเพียงเล็กน้อย” เด็กจะได้ทำกิจกรรมแบบมีชีวิตชีวา พ่อแม่ก็จะมีรอยยิ้มได้ทุกวัน

หนังสือแนะนำวิธีเลี้ยงลูกให้พึ่งตัวเองได้ เป็นแนวทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก

การเลี้ยงลูกแบบ “เข้าใจ” และ “เฝ้าดู” ช่วยเหลือลูกๆ เมื่อจำเป็น ไม่เข้าไปแทรกแซงกิจกรรม หรือช่วยเหลือลูกมากเกินไป เพราะส่งผลต่อพัฒนาการและเส้นทางที่ลูกจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทีพึ่งพาตัวเองได้ไม่ดี

หนูทำได้ สไตล์ มอนเตสซอรี

Miki Kannari บอกกับพวกเราว่า การศึกษาแบบมอนเตสเซอรี คือ การเชื่อมั่นในศักยภาพในตัวเด็ก ให้เด็กรับบทนำ ในขณะที่พ่อแม่รับหน้าที่สนับสนุน จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมให้ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและเฝ้าดูลูกๆ

ซึ่งลูกๆของพวกเราจะมีพฤติกรรมจดจ่อยึดติดกับบางสิ่งบางอย่าง(จำเป็นต่อพัฒนาการของพวกเขา) แต่พ่อแม่กลับมองว่าเป็นพฤติกรรมในช่วงวัยต่อต้าน ถ้าพ่อแม่ตำหนิ ห้าม หรือขัดขวางก็เท่ากับขัดขวางการเจริญเติบโตของลูกๆเช่นกัน

โลกของเด็กๆมีการรับรู้และเรียนรู้ที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ พวกเขาจะทำบางอย่างซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งพ่อแม่มองดูแล้วจะไม่เข้าใจ

ทำไมความสำเร็จระดับโลกเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ อย่างวัยเด็ก และหนังสือเล่มนี้ให้อะไรกับเรา?

  1. หาคำตอบของพฤติกรรมของลูกๆที่ทำให้เรางุนงง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วลูกๆจะมีเหตุผลในแบบของพวกเขา
  2. วิธีการรับมือพฤติกรรมต่างๆจากมุมมองการศึกษาแบบมอนเตสเซอรี
  3. ลูกๆจะได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ที่ทำสิ่งเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา จนรู้ด้วยตัวเองว่า นี่แหละวิธีการของตัวเขาเอง
  4. วิธีการสนับสนุน และจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมให้ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ที่สร้างแรงกระตุ้น ช่วยให้ลูกๆเติบโตอย่างรวดเร็ว
  5. พัฒนาการและเส้นทางที่ลูกจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทีพึ่งพาตัวเองและดูแลตัวเองได้

คอยสังเกตว่าลูกๆมองโลกอย่างไร และเฝ้าดูแลพวกเขา

7 สัญญาณอัจฉริยภาพและศักยภาพ

  1. ลูกๆยึดติดกับ “ลำดับขั้นตอน” >>> พัฒนาศักยภาพด้านการจัดการ
    ลูกๆจะเรียนรู้ว่าทุกเรื่องมีระเบียบขั้นตอนเมื่อพ่อแม่ทำอะไรผิดไปจากลำดับขั้นตอนของพวกเขา จะทำให้ลูกๆรู้สึกสับสน ขัดขืน งอแง แต่ความเป็นจริงแล้ว พวกเขาแค่เคร่งครัดกับกฎของตัวเองมากกว่า ลูกเรียนรู้ว่าต้องทำตามลำดับขั้นตอนเพื่อที่จะ “บรรลุเป้าหมาย” เขากำลังฝึกใช้ความคิดและจัดการด้วยตนเอง
  2. ลูกๆยึดติดกับ “กิจวัตร” >>> พัฒนาศักยภาพด้านการสร้างนิสัยให้ทำอะไรได้อย่างต่อเนื่อง
    ลูกๆไม่ชอบทำอะไรที่ต่างจากเดิม พวกเขาจะงอแงเมื่อ “ไม่ได้ทำสิ่งเดิมด้วยวิธีเดิมๆ” พ่อแม่ต้องเข้าใจว่า ถ้าจะให้ทำต้องให้ทำตลอด ถ้าจะไม่ให้ทำ ต้องไม่ให้ทำตลอด เราต้องคอยสังเกตว่ากิจวัตรลูกเป็นแบบไหน พยายามส่งเสริมให้เป็นนิสัยในอนาคต
  3. ลูกๆยึดติดกับ “ความเป็นเจ้าของ” >>> พัฒนาศักยภาพด้านการรู้จัก “ครอบครอง” ก่อนรู้จัก “แบ่งปัน”
    แท้จริงแล้วลูกๆกำลังเรียนรู้ “ความเป็นเจ้าของ” สิ่งของที่อยู่กับเขาคือของของเขาและเขาจะไม่สนใจสิ่งรอบๆข้าง พ่อแม่ต้องให้ลูกรู้จักเลือกของเล่นเพื่อเติมเต็มความรู้สึกเป็นเจ้าของ และให้เพื่อนยืมของเล่นที่ตัวเองไม่เล่น หรือกำหนดเวลาในการเล่นแล้วสลับเล่นกับเพื่อน เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารกับคนอื่น
  4. ลูกๆยึดติดกับ “สถานที่” >>> พัฒนาศักยภาพด้านตรรกะและหัดประเมิน
    ลูกๆจะสบายใจเมื่อของต่างๆอยู่ที่เดิม และจดจำตำแหน่งเดิมๆ ลูกให้ความสำคัญกับของอะไรก็ควรอยู่ที่เดิม เมื่อคนเดิมหรือของชิ้นเดิมถูกเปลี่ยนตำแหน่งลูกจะสับสนและรู้สึกแย่ ลูกๆกำลังเรียนรู้ว่าโลกนี้เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ที่ตรงไหนเป็นของใคร พยายามทำความเข้าใจว่าทำแบบนี้ถูกต้องรึเปล่า(จริยธรรม)
  5. ลูกๆยึดติดกับ “การออกกำลัง” >>> พัฒนาศักยภาพด้านความสมดุลสมองและร่างกายให้ทำงานประสานกัน เคลื่อนไหวปลายนิ้วช่วยกระตุ้นสมอง
    ลูกๆจะมีความสุขมากเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกาย และพื้นที่ต่างระดับ ลูกๆอยากปีนบันไดเพื่อใช้กำลังขา อยากปีนโต๊ะเพื่อใช้กำลังแขน อยากหยิบของเล็กเพื่อฝึกใช้นิ้วสามนิ้ว เมื่อออกกำลังกายสมองและร่างกายจะได้ฝึกการทำงานประสานกันและหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว
  6. ลูกๆยึดติดกับ “การช่วยเหลือคนอื่น” >>> พัฒนาศักยภาพด้านความรู้สึกยินดีเมื่อได้ทำเพื่อส่วนรวม
    พ่อแม่ชอบคิดว่าลูกๆมากวน จริงๆแล้ว ลูกๆต้องการมาช่วยต่างหาก ลูกๆอยากทำตัวเป็นประโยชน์และช่วยเหลือเพราะอยากให้เป็นที่ยอมรับฐานะของสมาชิกในครอบครัว เมื่อลูกมาช่วยให้พ่อแม่ตอบรับด้วยคำว่า “ขอบคุณ”
  7. ลูกๆยึดติดกับ “ภาษา” >>> พัฒนาศักยภาพด้านคำพูด ตัวอักษร และความใฝ่รู้
    ลูกจะขยับปากอ้อแอ้หรือส่งเสียงแบบต่างๆเพื่อฝึกพัฒนาการด้านการพูด พ่อแม่อาจช่วยลูกๆด้วยการชี้สิ่งต่างๆหรือป้ายต่างๆแล้วสอนลูกวิธีการออกเสียง ลูกๆจะชอบตั้งคำถาม “ทำไม” เพราะอยากรู้อยากเห็น ความอยากรู้อยากเห็นของลูกๆจะเชื่อมโยงสู่การพัฒนาสติปัญญาของเด็กๆ ลองให้ลูกๆหาคำตอบจากหนังสือเองก็ได้ ถ้าเด็กๆมีประสบการณ์การค้นหาเองมาก จะสนุกกับการค้นคว้าด้วยตนเอง และจะรู้ว่า “ทุกคำถาม ก็มีทุกคำตอบ”

10 ข้อที่เริ่มทำได้เลย

  1. สังเกตและค้นหาความสนใจของลูก
  2. ให้ลูกได้ตัดสินใจอย่างอิสระ จะได้พัฒนาความสามารถในการตัดสินใจ
  3. ให้ลูกได้ลองทำดู ไม่สอนจนกว่าลูกเอ่ยปากขอ
  4. ทำให้ดูช้าๆ กระชับ อย่าพูดไปด้วย และไม่ต้องถามว่า “เข้าใจไหม”
  5. ให้ลูกลองทำ และรอ
  6. เลิกเดาใจ ให้ลูกๆได้อธิบาย
  7. ตั้งกฎกติกา ถึงปล่อยให้เล่นตามใจแต่ต้องมีกฎ
  8. อย่าชมลูกมากเกินไป
  9. แสดงความรู้สึกร่วมไปกับลูก ทั้งเรื่องที่ลูกดีใจและไม่ชอบใจ
  10. ยอมให้ลูกผิดพลาด

จัดเตรียมสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ลูกพึ่งพาตัวเอง

  1. ใช้กล่องมีสีสันแยกของเป็นประเภท
  2. เก็บของไว้ที่เดิม กำหนดสถานที่ที่ชัดเจน
  3. ให้ความมั่นใจ “ทำได้สิ!”
  4. เลือกของใช้ให้เหมาะกับลูกๆ ให้ลูกมั่นใจเวลาใช้อุปกรณ์
  5. ให้ลูกเจอของจริงมากๆ ให้ได้สัมผัสบรรยากาศ
  6. พ่อแม่คือสิ่งแวดล้อมของลูก เราต้องสุภาพ ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง
)
Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade