กำลังร่วมกัน…กำลังแยกกัน

ในหนังสือ โลกาภิวัตน์ ของ ความเหลื่อมล้ำ François Bourguignon ได้อธิบายไว้โดยง่ายและชัดเจน เกี่ยวกับ ความเหลื่อมล้ำระหว่างชาติได้ลดลงอย่างไร โดยโลกาภิวัตน์ได้ช่วยไว้ ในขณะที่ ความเหลื่อมล้ำในประเทศต่างๆนั้นได้เพิ่มขึ้น ด้วยผลตอบแทนที่มากขึ้นอย่างมั่นคงได้กลับไปสู่ นายทุนมากกว่าที่จะถึง แรงงาน เพราะ เรามักรู้สึกอย่างแรงกล้าถึงอะไรที่ใกล้กับตัวเรา มากกว่า อะไรที่ห่างไกลจากตัวเรา พวกเราก็เลยไม่สนใจที่จะช่วยเหลือคนเป็นพันล้านคนให้พ้นจากความยากจน

ในขณะที่ช่วงครึ่งแรกของหนังสือที่น่าสนใจและอ่านได้ให้ความเข้าใจที่ชัดกว่าในปัญหาการนิยาม และ ประวัติศาสตร์ มันน่าตื่นเต้นในช่วงครึ่งสอง และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในในช่วงสุดท้ายของหนังสือ ผู้เขียนเจาะลึกไปถึงนัยสำคัญบางประการและนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ ยังรวมถึงนโยบายวิธีการต่างๆที่เราสามารถทำได้ในการเราต่อสู้กับการเพิ่มขึ้นของความเหลื่อมล้ำซึ่ง ปรากฏในประเทศส่วนใหญ่ของโลก ขณะที่เขาระมัดระวังที่จะไม่พูดเกินเลยจากหลักฐานที่มี คำอธิบายของเขาเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ ปี 2008 นำภาพที่มีชีวิตชีวาของการซ่อนเงื่อนของการเติบโตของความเหลื่อมล้ำ และ ความเสียหายซึ่งนโยบายไม่กล้าท้าทายและบางทีเป็นการส่งเสริมมันด้วย

ผู้เขียนเฝ้าจดจ่อต่อมิติความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนผู้เขียนไม่ได้ให้พื้นที่แก่มิติด้านสังคมอื่นๆเอาเลย โดยเฉพาะในส่วนผลกระทบที่รัฐบาลได้ใ้ช้จ่ายเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ และ บริการทางสุขภาพซึ่งสามารถให้โอกาสที่เท่าเทียมกว่าแก่คนยากจนและก็ยับยั้งการฝังตัวของความเหลื่อมล้ำได้

เขายังไม่ได้เขียนอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำที่ได้ทำให้กับสังคม และ การที่มันถูกเสริมสร้างโดยการได้รับการสนับสนุนทางการเมือง มันเป็นสิ่งที่รู็สึกแน่นอนที่ชนชั้นนำของแอฟริกาและครอบครัวซึ่งเพลิดเพลินกับบริการทางสุขภาพในโรงพยาบาลเอกชนในประเทศที่ร่ำรวยจะให้ความสำคัญต่อบริการสุขภาพในชนบทของประเทศเขาน้อยกว่าคนที่ต้องใช้บริการนั้น ผู้นำชาวตะวันตกผู้ที่กิจกรรมรณรงค์ทางการเมืองของเขาและเส้นทางสู่อำนาจได้รับการสนับสนุนโดยความสนใจของบรรษัทก็ไม่น่าเชื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายเก็บภาษีที่สูงขึ้น หรือ ผ่านกฎหมายอื่นๆที่จะลดความเหลื่อมซ้ำซึ่งจะเป็นอันตรายต่อกำไรของบรรษัทซึ่งได้รับการประกาศให้อยู่ในดินแดนเลี่ยงภาษีได้

ผู้เขียนยังให้ภาพประเมินค่าที่ชัดเจนถึงการใช้ระบบเก็บภาษีเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำลงได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนนี่เป็นสิ่งที่คุณคงจะคาดหวังจากผู้เขียนในฐานะอดีตประธานนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ผู้เขียนประเมินค่าและผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและเศรษฐกิจอย่างอย่างระมัดระวังและหาส่วนสำคัญที่สุด ข้อสรุปของเขาได้มาคือมีสิ่งที่เราสามารถทำได้มากกว่านี้และแน่นอนเราควรจะทำมัน

หลังจากสังคมทั่วโลกได้เห็นพ้องตกลงในการมุ่งหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ สิ่งหนึ่งที่สำคัญตามมาอย่างรวดเร็วคือการตกลงลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ซึ่งโครงการที่จะทำในเรื่องนี้ต่างได้รับการสนับสนุนตามเป้าหมายที่จะไม่ให้มีใครถูกทิ้งในเป้าหมายการพัฒนานี้ ในปี 2014 Oxfam ได้พยากรณ์ว่าในปี 2016 คนที่รวยที่สุด 1% ของประชากรทั้งหมดในโลกใบนี้ จะครอบครองทรัพย์สิน เท่ากับ ครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ดัชนี Credit Suisee ได้แสดงว่าตัวเลข ในปี 2015 ได้แสดงว่าพวกเราได้อยู่ตรงนั้นแล้ว มันไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ในการกำจัดความยากจนหรือมีความเสถียร สังคมที่สุขภาพดี ด้วยความแตกต่างที่สุดขั้วเช่นนี้ ดังนั้นแล้ว ถ้าเราฟัง Bourguignon,Piketty,ATKINSON และคนอื่นๆ เร็วเท่าไหร่ โลกก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น

จาก นิตยสาร Resurgence & Ecologist

Like what you read? Give IceApinan a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.