ความซับซ้อนภายใต้ความเรียบง่ายของเกม Pokemon: Countdown to Pokemon World Championships 2016

ติดตามเชียร์ผู้เล่นไทยได้ที่ Pokemon.com/Live. August 19–21 2016

ปีนี้มี Pokemon Trainer จากประเทศไทยได้ผ่านเข้ารอบเข้าไปแข่งขัน Pokemon World Championships ซึ่งเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการแข่งขันโปเกมอนระดับโลกซึ่งการที่จะได้เข้าร่วมนั้นต้องใช้ความสามารถอย่างมาก

ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนเคยเล่นเกม Pokemon มาก่อน ตั้งแต่สมัย Gameboy แต่หลาย ๆ คนคงยังไม่รู้ว่าเค้ามีการจัดแข่งขันเกม Pokemon อย่างจริงจังด้วย

“บางคนยังคิดว่าเกม Pokemon นี่มันเป็นเกมสำหรับเด็กนี่นา มันจะใช้ฝีมือซักขนาดไหนเชียว ต้องมีแข่งจริงจังด้วยหรอ”
“Pokemon มันเกมเด็ก ๆ ที่แค่เอา Pokemon ในตำนาน level 100 มาสู้กันเท่านั้นเอง?”
“ซับซ้อนขึ้นหน่อย ก็แค่เอาตัวที่ชนะธาตุอีกฝั่งมาก็ชนะแล้ว”

ผมเลยอยากจะใช้โอกาสนี้ในการอธิบายว่า Pokemon ในระดับโลกนี้เค้าเล่นกันอย่างไร ง่าย ๆ เหมือนที่หลาย ๆ คนคิดกันไหม และจะได้เป็นการเตรียมความรู้เบื้องต้นเพื่อที่จะเชียร์เค้าแข่งกันอย่างสนุกสนานไปด้วยกัน

ผมจะขอแบ่งบทความนี้เป็น 2 Part นะครับ

  1. อธิบายว่า Pokemon เค้าแข่งกันอย่างไร
  2. อธิบายว่าเกม Pokemon เวลาแข่งกันนั้น ต้องคิดกันเยอะขนาดไหน ใช่เหมือนที่หลาย ๆ คนคิดว่า เกมเด็ก ๆ แข่งกันหรือไม่

Part 1: แข่งกันอย่างไร?

การแข่งโปเกมอนก็ต้องมีกฎมาให้ทุกคนมีการแข่งขันกันอย่างเท่าเทียมกัน หลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่าการแข่งขันสมัยนี้ไม่ต้องจัดทีมมาหกตัวแล้วดวลตัวต่อตัวกัน โดยปีนี้ ทางนินเทนโด้ได้ประกาศกฎสำหรับแข่งขันดังนี้

หลาย ๆ คนที่คุ้นเคยกับ Pokemon ในยุค Gameboy อาจจะยังมีภาพในหัวว่า เวลาแข่งกันต้องจัดทีมที่ประกอบไปด้วย Pokemon 6 ตัว แล้วสู้กันทีละตัว แต่หลายปีมานี้ทาง Nintendo ได้กำหนดกฏสำหรับการแข่งขัน Pokemon เรียกว่า “Video Game Championship (VGC)”

กฎ Video Game Championship (VGC) คืออะไร?

  1. จะแข่งกันแบบ Double Battle ซึ่งต่างจากการแข่ง Pokemon ที่เราคุ้นเคยกันในสมัยเด็ก ๆ ตรงที่ ใน Double Battle เราจะบังคับ Pokemon พร้อมกันทีเดียว 2 ตัว จากเดิมที่บังคับทีละตัว
  2. สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือจัดทีม Pokemon 6 ตัว แต่เวลาจะสู้กันต่างฝ่ายต่างเลือก Pokemon ออกมา 4 ตัว โดยที่ 2 ตัวแรกที่เลือกจะออกมาสู้ก่อน
  3. ผู้ชนะ2ใน3เกมถือว่าเป็นผู้ชนะในแมทช์นั้น
  4. Pokemon ทุกตัวจะถูกปรับให้เป็น level 50 เท่ากันหมด
  5. สำหรับในปีนี้มีกฏพิเศษ (VGC 2016) นั่นก็คือเราสามารถเอา Pokemon ในตำนาน เช่น Mewtwo, Lugia, Ho-Oh มาสู้ได้ถึง 2 ตัว ซึ่งปกติแล้ว โปเกม่อนในตำนานทุกตัวไม่สามารถนำมาแข่งขันได้
Double Battle (สีเขียว คือ Pokemon ของเราที่กำลังสู้อยู่ สีส้มคือของคู่แข่ง)
Legendary Pokemon ที่ทุกคนรู้จักดี

ระบบต่อสู้ของเกม

Pokemonไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 20 ปีก่อนเลย

จะดูเค้าแข่ง Pokemon ให้สนุก เราก็ต้องรู้ว่า เค้าเล่นกันอย่างไร จะได้ไม่สับสนว่า เค้ากำลังทำอะไรกันอยู่

ในแต่ละตา เราต้องเลือกให้ Pokemon ของเรา ทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง

  1. เลือกให้ Pokemon ของเราสู้ด้วยท่าต่าง ๆ ที่ Pokemon ตัวนั้น ๆ มี (Fight)
  2. หรือเปลี่ยนเอา Pokemon ตัวอื่นของเราเข้ามาต่อสู้แทน (Pokemon)
เวลาแข่งกันจะไม่สามารถใช้ Item ได้เลย เช่น การใช้ Potion เพื่อเพิ่ม HP ให้กับ Pokemon เรา หรือ Revive เพื่อชุบชีวิต Pokemon
ในรูปด้านบน ถ้ากด Fight ก็จะไปเจอเมนูให้เลือก Moves ที่มีและถ้ากด Pokemon ก็จะมีให้เราเลือก Pokemon ที่ต้องการเปลี่ยนเข้ามาต่อสู้แทน

Part 2: สิ่งที่เหล่า Pokemon Trainer ต้องคิดระหว่างการแข่งขัน

จาก Part 1: เรารู้แล้วว่าในแต่ละตาคู่แข่งของเราก็ต้องตัดสินใจเหมือนกับเรา นั่นก็คือ สู้ หรือ เปลี่ยนตัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้ Pokemon Trainer คนหนึ่งโดดเด่นออกมาจากผู้เล่นทั่ว ๆ ไปก็คือ

  1. ความได้เปรียบด้านข้อมูล (Hidden Information)
  2. ความสามารถในการคาดการณ์ (Prediction)
  3. แผนสำรอง (Backup Plan)

#1 ความได้เปรียบด้านข้อมูล

ก่อนที่จะเริ่มตาที่หนึ่งของการต่อสู้ ผู้เล่นแต่ละคนต่างเห็น Pokemon ทั้ง 6 ตัว ของแต่ละคน โดยมีกฏดังนี้

  • แต่ละคนเลือก Pokemon มา 4 ตัว จากทั้งหมด 6 ตัว
  • Pokemon ตัวที่ 1 และตัวที่ 2 ที่เลือกจะออกมาสู้ก่อน
  • มีเวลาให้ 90 วินาที ในการตัดสินใจ
Pokemon 6 ตัวด้านบนคือ ของคู่แข่ง ส่วนด้านล่าง คือ Pokemon ของเรา

จะสังเกตได้ว่าคนทั่วไปแทบจะรู้ข้อมูลของคู่แข่งน้อยมาก ซึ่งต่อไปเราจะมาดูสิ่งที่ Pokemon Trainer ที่เก่ง ๆ เค้าเห็นกัน

จากภาพ จะสังเกตว่า คนที่เก่ง ๆ เค้าแทบจะรู้ข้อมูลของ Pokemon แต่ละตัวของคู่แข่ง ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อสู้กันด้วยซ้ำ

Note: จริง ๆ คือ เค้าต้องเห็นข้อมูลของ Pokemon ทั้ง 6 ตัว อย่างละเอียด แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ทำให้สามารถแสดงได้แค่ 2 ตัว

การที่รู้ข้อมูลมากกว่าทำให้ได้เปรียบอย่างไร?

ในการแข่งขันเค้าจะให้เราเลือก Pokemon ออกมา 4 ตัว จาก ในทีมทั้งหมด 6 ตัว ซึ่งถ้าเราเลือกโดยไม่รู้อะไรเลย สุดท้าย Pokemon ที่เราเลือกมาทั้ง 4 ตัว ก็จะเสียเปรียบคู่แข่งเรา ทำให้โอกาสที่เราจะชนะนั้นยากมาก

ตัวอย่างการใช้ข้อมูลที่จะทำให้เราได้เปรียบตั้งแต่เริ่มเกม (ในภาพนี้เป็นภาพประกอบการเลือก Pokemon มาสู้ตอนแรก)

เรารู้ว่า Pokemon ของเรา (Landorus) สามารถชนะธาตุฝั่งตรงข้ามถึง 4 ตัวด้วยกัน รวมไปถึงไม่มีท่าไหนของ Pokemon ของฝั่งตรงข้าม ที่สามารถ KO Landorus เราได้ภายในครั้งเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงควรส่ง Landorus ไปสู้เป็นตัวแรก เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เราได้เปรียบตั้งแต่เริ่มเกมสูงมาก

และที่เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ 90 วินาที ก่อนเริ่มต่อสู้กันเท่านั้น

แล้วทำไงยังถึงจะได้เปรียบเรื่องข้อมูล?

คำตอบ

  1. ประสบการณ์จากการแข่งกับคนหลาย ๆ คน จนรู้ว่าถ้าเจอ Pokemon ตัวนี้ เค้าจะมีโอกาสใช้ท่า (Move) อะไรบ้าง
  2. ระหว่างที่ต่อสู้กัน Pokemon แต่ละตัวก็จะค่อย ๆ เผยข้อมูลของตัวเอง ผ่านท่าที่ตัวเองได้เลือกใช้ในแต่ละตา ซึ่งผู้เล่นที่เก่ง ๆ จะพยายามกั๊กข้อมูลของตัวเองไว้ให้มากที่สุด และพยายามเก็บข้อมูลอีกฝั่งให้ได้มากที่สุดเช่นกัน

#2 ความสามารถในการคาดการณ์ (Prediction)

และนี่คือสิ่งที่ผู้เล่นเก่ง ๆ เจอในแต่ละตา

  1. Pokemon ที่คู่แข่งส่งมาต่อสู้ 2 ตัว
  2. Pokemon ของคู่แข่งที่มีโอกาสจะเปลี่ยนตัวออกมาสู้แทน อีก 2 ตัว
  3. ท่า (Move) ต่าง ๆ ของ Pokemon คู่แข่ง ตัวละ 4 ท่า
  4. Stat ของ Pokemon คู่แข่งทุกตัว เช่น ตัวนี้จะเร็วกว่าเราไหม ตัวนี้จะสามารถทำให้ Pokemon เราหมดสภาพด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวไหม (One-Hit KO)
ด้านบน คือ Pokemon ของคู่แข่งเรา โดยสองตัวที่อยู่ตรงกลาง คือ Pokemon ที่กำลังต่อสู้ ส่วนด้านล่าง คือ Pokemon ของเรา

จาก Part 1 ที่บอกว่า สิ่งที่ผู้เล่นแต่ละคนต้องเลือกทำในแต่ละตา คือ สั่ง Pokemon ทั้งสองตัว สู้ หรือ เปลี่ยนตัว เท่านั้น แต่ถ้าลองมองดูดี ๆ จะสังเกตว่า แต่ละฝั่งต่างมีตัวเลือกมากมาย

อย่างในภาพด้านล่างนี้ Pokemon ตัวแรกของเรา (Landorus) มีตัวเลือกให้ทำอยู่ 7 อย่าง ส่วน Pokemon อีกตัวของเรา (Thundurus) มีตัวเลือกให้ทำอยู่ 9 อย่าง 
เพราะฉะนั้นเราจะมีตัวเลือกจริง ๆ ทั้งหมด 9*7 = 63 อย่าง

ส่วนในฝั่งคู่แข่งของเรา Pokemon ตัวแรก (Salamence) มีตัวเลือกให้ทำอยู่ 7 อย่าง ส่วน Pokemon อีกตัวของเค้า (Xerneas) มีตัวเลือกให้ทำอยู่ 7 อย่าง 
เพราะฉะนั้นคู่แข่งเราจะมีตัวเลือกจริง ๆ ทั้งหมด 7*7 = 49 อย่าง

ฝั่งน้ำเงิน (ซ้ายมือ) คือฝั่งเรา ส่วนฝั่งแดง(ขวามือ) คือ คู่แข่งของเรา
แล้วมันเกี่ยวกับการคาดการณ์ (Prediction) อย่างไรล่ะ?

คำตอบ เปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า Pokemon เหมือนเกมเป่า ยิ้ง ฉุบ (Rock Paper Scissors) ที่แต่ละฝั่งไม่ได้มีแค่ ค้อน กรรไกร และ กระดาษ แต่มีตัวเลือกเป็นสิบ ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำให้เราได้เปรียบได้แต่ละตานั้นก็คือ การคาดการณ์ นั่นเอง ผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถคาดการณ์ได้ว่า คู่แข่ง จะเลือกทำอะไร แล้วเค้าก็จะเลือกในสิ่งที่ชนะ

ถ้าให้คาดการณ์จากความเป็นไปได้ทั้งหมด 49 แบบ ที่คู่แข่งของเราสามารถเลือกมาได้ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องค่อย ๆ ตัดตัวเลือกของคู่แข่ง เช่น

จากรูป จะเห็นได้ว่าตัวเลือกของฝั่งตรงข้ามหายไปพอสมควร

Pokemon ตัวแรก (Salamence) เหลือตัวเลือกให้ทำแค่ 2 อย่างเท่านั้น ส่วน Pokemon อีกตัวของเค้า (Xerneas) ก็เหลือตัวเลือกให้ทำแค่ 2 อย่างเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเค้าจะเหลือตัวเลือกจริง ๆ แค่ 4 อย่างเท่านั้น

ทีนี้เราก็สามารถเลือกในสิ่งที่จะทำให้เราชนะ หรือ ได้เปรียบในเกมนี้ได้แล้ว

อ่านแล้วดูเหมือนง่าย แต่การพิจารณาตัดตัวเลือกของคู่แข่งแต่ละอย่างเรานั้นต้องใช้ประสบการณ์และข้อมูลต่าง ๆ เยอะมาก และทุกอย่างต้องทำภายใน 45 วินาที สำหรับการแข่งระดับโลก (ถ้าสู้กันทั่วไป จะใช้ 60 วินาที )

#3 แผนสำรอง (Backup Plan)

ไม่เหมือนกับเกมเป่า ยิ้ง ฉุบ ที่ตัดสินผลแพ้ชนะได้อย่างชัดเจนภายในตาเดียว Pokemon ตัดสินผลแพ้ชนะกันเมื่อPokemon ของฝ่ายใดฝ่ายนึงหมดสภาพจากการต่อสู้ทุกตัว หรือมีใครยอมแพ้ก่อน เพราะฉะนั้นในบางครั้งที่สิ่งที่เราคาดการณ์ไว้มันผิด หรือเกิดสิ่งไม่คาดหวังขึ้นมา เราจึงต้องมีแผนรับมือเหตุการณ์เหล่านี้ เรียกว่า แผนสำรอง (Backup Plan) ซึ่งข้อนี้แหละที่จะแยกผู้เล่นที่เก่งออกมาจากผู้เล่นธรรมดา ๆ ที่บังเอิญโชคดี เพราะไม่มีใครที่จะโชคดีได้ตลอดเวลา


จากที่กล่าวมา 3 ข้อ จะเห็นว่า เกม Pokemon นั้นเหมาะที่จะนำมาเป็นเกมที่ใช้การแข่งขันเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้ทักษะ หลาย ๆ อย่าง ภายในเวลาที่จำกัดด้วย ซึ่งเวลาดูคนเก่ง ๆ แข่งกัน นี่มันตื่นเต้นมาก ได้วิเคราะห์แต่ละตาไปกับผู้แข่งขัน และดูว่าแต่ละคนมีแผนสำรองในแต่ละตาอย่างไร

ภาพจากการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่ USA นะครับ ในอีกไม่กี่วันนี้ก็จะได้เห็นในระดับโลกกันแล้ว ก็หวังว่าจะได้เห็นผู้เล่นไทยบนจอถ่ายทอดสดให้เหล่า Pokemon Trainer ทั่วโลกได้ดูกัน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับคนที่ไม่เคยแข่ง Pokemon แบบจริงจังได้เข้าใจว่า Pokemon นั้นมีอะไรมากกว่าที่คิด และร่วมเชียร์ Trainers จากประเทศไทยกันอย่างสนุกสนานนะครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.