ชนชราแห่งอนาคต

อะไรๆก็ “สังคมผู้สูงอายุ”​

คำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เป็นคำที่เราได้ยินคุ้นหูกันถี่ขึ้นเรื่อยๆ บทสนทนาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นแตกต่างกันไปแล้วแต่บริบท อาทิเช่น

สำหรับคนทั่วไป : แก่แล้วฉันจะไปอยู่ไหนดี เงินฉันเพียงพอไหมหลังเกษียณ ?

สำหรับภาครัฐ : ระบบบำนาญ ระบบประกันสุขภาพ ของเรารองรับไหวหรือไม่ ?

สำหรับภาคธรุกิจ:นี่เป็นตลาดที่กำลังเติบโต ธรุกิจเรามีโอกาสด้วยหรือไม่ ?

จริงๆคนไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ คนทั้งโลกก็กำลังพูดคุยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพราะอีกแค่ 34 ปี โลกของเราก็จะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ พูดง่ายๆคือถ้าท่านๆที่อ่านบทความนี้อายุไม่เกิน 50 ปี ในปี พ.ศ 2593 เราจะได้อยู่ในโลกที่ 1 ใน 5 ของประชากรมีอายุมากกว่า 60 ปี ( คิดภาพว่า 5 คนเดินมา 1 คนต้องอายุมากกว่า 60 ปี )​ ดังนั้นคำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” คงจะไม่ใช่แค่กระแสที่มาแล้วก็ไป แต่มันจะอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเราเลยทีเดียว

วันนี้ผมได้มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการ “ชนชราแห่งอนาคต : นิยาม โอกาส และ ความท้าทายใหม่ “ ของ TCDC ที่จัดได้เจ๋งมากๆ ผมจึงขออนุญาตินำเสนอส่วนที่น่าสนใจของงานให้ทุกท่านดูนะครับ

คุณคือ Generation ไหน ?

ส่วนแรกของงานนั้นจะให้เราดูว่าเราเป็น Generation ไหน? จากนั้นให้หยิบ Sticker ไปแปะเพื่อร่วมตอบคำถาม เรื่องของ Generation นั้นมีการแบ่งหลากหลาย มาดูกันว่าคุณอยู่ Generation ไหนกัน

Silent Generation : อายุมากกว่า 71 ปี (เกิดระหว่างปี พศ 2568–2488) เติบโตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องอยู่ลำบากและทำงานหนักช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ และแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีเช่นทุกวันนี้

Baby Boomer : อายุ 52–70 ปี (เกิดระหว่างปี พศ 2489–2507) เติบโตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เป็นรุ่นที่มีเด็กเกิดเยอะ เพราะทั่วโลกเน้นการเพิ่มประชากร เนื่องจากรุ่นพ่อแม่มีชีวิตในช่วงเศรษกิจตกต่ำ ค่านิยมที่ถูกปลูกฝังในรุ่นนี้คือการเลือกทำงานในบริษัทที่มีความมั่นคง รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่เริ่มมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

Generation X : อายุ 36–51 ปี (เกิดระหว่างปี พ.ศ 2508–2523 ) เติบโตในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคแอนะล๊อกกับดิจิทัล เทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัยและแพร่หลายมากขึ้น ไม่ยึดติดกับการทำงานในบริษัทมากเท่ากับคนรุ่นก่อน

Generation Y : อายุ 22–35 ปี (เกิดระหว่างปี พ.ศ 2524–2537 ) ถูกเรียกว่าเป็น “ รุ่นมิลเลนเนียล “ เพราะเติบโตในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่สหัสวรรษและเข้าสู่ยุค IT อย่างเต็มตัว รุ่นนี้จะใช้อุปกรณ์ไอทีได้คล่องแคล่ว ยืดหยุ่นกับการงาน

Generation Z : อายุ 6–21 ปี ( เกิดหลังปี 2538 เป็นต้นไป ) เติบโตในยุคของดิจิทัลเต็มรูปแบบ ชอบการสื่อสารกับคนอื่นตลอดเวลา และสนใจทำธรุกิจตั้งแต่อายุยังน้อย

Questionnaire “Net Aged Citizens” by Piyakorn Chaiverapundech

มีคำถามให้ร่วมสนุกมากมาย เช่น สิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อพูดถึงคำว่า “แก่”, ใครคือผู้รับผิดชอบดูแลผู้สูงวัย?, อะไรคือปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุไทยในความคิดคุณ​ ?

ส่วนคำถามที่ผมรู้สึกโดนใจคือข้อนี้ “คุณคิดว่าประเทศไทยพร้อมจะรับมือกับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้วหรือยัง ?” ซึ่งเสียงโหวตจากทุกเจเนอเรชั่นเป็นเอกฉันท์

100 ปีประชากรโลก

สื่ออินเตอร์แอคทีฟ ที่ให้เราดูพีระมิดของประชากรโลกใน 100 ปี และมีการเปรียบเทียบให้ดูระหว่างไทยกับประเทศอื่นๆ

ประเทศไทยสังคมผู้สูงระดับสุดยอดในอีก 15 ปี

ไทย VS สิงคโปร์ ==> ใน AEC นั้นเรามีสิงคโปร์เป็นผู้นำประเทศแรกที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

ในอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศไทยเราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (ซึ่งคือการมีประชากรสูงอายุมากว่า 20% ของประชากรรวมทั้งหมด ) และในอีก 15 ปีข้างจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด ( มีผู้สูงอายุมากกว่า 30%)

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือรายได้จากการประมาณการณ์ยังอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ (แก่ก่อนรวย ) แรงงานหนุ่มสาวจะลดลงเหลือเพียง 1.7 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คนเท่านั้น

อายุเป็นเพียงตัวเลข ?

2021 by Chulayarnnon Siriphol

หนังสั้นที่นำเสียงสัมภาษณ์ของผู้สูงอายุ มาเล่าเรื่องผ่านหนุ่มสาว ถือว่าเป็นการนำเสนอที่น่าสนใจมาก ตอนแรกเราจะไม่รู้ แค่รู้สึกว่าเสียงมันโทนแปลกๆ แต่จังหวะการเล่ามันตรงอยู่ แต่พอดูไปซักพักได้ฟังเรื่องราวก็จะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวของผู้สูงอายุ

Always put yourself in other people’s shoes

แว่นตาจำลองการมองเห็นโรคต่างๆ

มีการทำอุปกรณ์ให้เราใส่เพื่อมีประสบการณ์ร่วมว่าผู้สูงอายุเขามองเห็นภาพแบบไหน เขาได้ยินเสียงแบบใด เขาหยิบจับลำบากนั้นเป็นอย่างไร

แว่นตาจำลองการมองเห็นที่ลดลงของผู้สูงอายุ
หูฟังจำลองเสียงในหู ( Tinnitus )
ถุงมือจำลองข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวส่วนมือ

Designing with empathy

การออกแบบเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะเครื่องมือเครื่องใช้ในปัจจุบันล้วนถูกออกแบบมาสำหรับหนุ่มสาว

การออกแบบเครื่องช่วยยกของหนัก

Wearable muscle suit : ออกแบบโดยวิศวกรแดนปลาดิบ ใช้เวลาพัฒนาต้นแบบนานกว่า 10 ปี โดยทดลองใช้ในผู้ทำงานในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (ผู้ดูแลตัวเล็กที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ) และ เกษตรกรสูงวัยที่มักบาดเจ็บจากการยกของหนัก ชุดนี้มีน้ำหนัก 5.5 kg และสามารถช่วยยกของหนักได้ 30 kg

การออกแบบอุปกรณ์เครื่องครัว ให้หยิบจับใช้งานง่าย โดย OXO Good Grips

OXO Good Grips kitchen utensils : คุณปู่ แซม ฟาร์เมอร์ ในวัยอายุ 66 ปี ได้สังเกตเห็นภรรยาเริ่มเจ็บข้อมือเวลาใช้ที่ปอกเปลือกแอปเปิ้ล จึงได้ล้มเลิกแผนเกษียณแล้วก่อต้องบริษัทเครื่องครัวอ๊อกโซ โดยได้ออกแบบเครื่องครัวที่หยิบจับได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ หรือ ผู้เป็นโรคไขข้ออักเสบ โดยได้แรงบันดาลใจจากแฮนด์จักรยาน วางจำหน่ายในปี 2533 และเป็นกรณีศึกษาในการออกแบบที่มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ( คุณปู่ร๊อคมากฮะ นับถือเลย )

เก้าอี้แกรนี่ส์

Granny’s Chair : เก้าอี้ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวดัทซ์ ที่ออกแบบเก้าอี้สำหรับใช้ในศูนย์ดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมในเนเธอร์แลนด์ โดยให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ที่บ้าน ทำให้ผู้สูงอายุแม้จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย นอกจากนั้นเบาะรองนั่งก็มีคุณสมบัติกันน้ำปัสสวะ

Your digital personal doctor

Wearable device

Digital health : จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถเก็บข้อมูลประจำวันต่อเนื่องได้ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น การเผาพลาญพลังงานในแต่ละวัน ชั่วโมงนอน การเต้นของหัวใจ ฯลฯ ในมุมมองของผมคิดว่าน่าสนใจทีเดียว เพราะปัจจุบันนี้แนวทางการรักษาของแพทย์นั้น อ้างอิงข้อมูลที่เป็น Static เช่นความดันถ้าเกินค่านี้ต้องปรับยา น้ำตาลห้ามสูงกว่านี้ แต่ถ้าเราได้รับข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้ามาวิเคราะห์ แนวทางการรักษาอาจเปลี่ยนแปลงไป เช่น เทรนของความดันของผู้ป่วยรายนี้อาจจะต้องใช้ยาตัวนี้

เมื่อคนสนใจสุขภาพมากขึ้น ตลาดนี้ก็มีแนบโน้มจะสร้างมูลค่าถึง 5.4 พันล้านเหรียญสหัรฐฯ ในปี พ.ศ 2562 ( อีกสามปีเองนะครับพี่น้อง )

ฯลฯ — อื่นๆอีกมากมาย ( หมดแรงเขียน )

Adam and Eve : Thakol Khao Sa- FabCafe Bangkok
เขียนจดหมายใส่ขวดแก้วถึงวัยชราของเราในอนาคต
คุณจะทำงานถึงอายุเท่าไหร่ ?
ใครสนใจก็มาชมได้ที่ TCDC นะครับ งานจัดถึงวันที่ 29 พ.ค 2559 ที่สำคัญฟรีนะครับ

สังคมผู้สูงอายุ” ณ เวลานี้สำหรับท่านผู้อ่านหลายท่านคงยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว มันไม่ใช่สังคมของเรา มันยังไม่ใช่เรื่องคูลๆที่เราจะมาใส่ใจอะไรมากในเวลานี้ แต่เชื่อผมเถอะครับว่าเวลามันผ่านไปเร็วกว่าที่คิด เพราะอย่างน้อยๆอีกเพียง 34 ปีมันก็จะกลายเป็นสังคมของเรา……เหล่าชนชราแห่งอนาคต”