[Feb2017] Software Developer Exp
Feb 23, 2017 · 1 min read
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์รับงาน software ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2560

- ปัญหาสุด classic ของการรับงาน software จากการที่ได้คุยกับคนที่รับงานระดับ enterprise ลงมาถึงงาน freelance ก็คือ “งานงอก” ซึ่งสาเหตุจริงๆก็คือคุยไม่ละเอียดพอ หรือ ลูกค้าขอแก้กลางทาง ต้องมีวิธีบริหารจัดการงานงอกเหล่านี้เพื่อไม่ให้ขาดทุน จะดัน phase 2 หรือแลกกับอะไรบางอย่างออกไป ก็แล้วแต่
- การแตก task ช่วยได้มาก ยิ่งแตกออกมาละเอียดเท่าไหร่ จะยิ่งเห็นว่าต้องใช้เวลากับงานแต่ละงานกี่ชั่วโมง ก็เอาไปคำนวณได้ว่ามีค่าใช้จ่ายในโปรเจคเท่าไหร่
- การอธิบายเป็นภาพเครื่องมือชั้นเยี่ยมของการคุยงาน การวาดผังการทำงานบน whiteboard หรือ flip chart ทำให้ทีมเห็นภาพตรงกันกว่าการพิมพ์ตัวหนังสือยาวๆที่ไม่รู้ว่าคนในทีมจะอ่านได้ทุกตัวอักษรไหม (อันนี้ได้มาจากการเข้า workshop scrum master)
- และการคุยด้วยภาพ ยังทำให้ยิ่งเห็นเนื้องานชัดให้ความเข้าใจตรงกันทุกฝั่ง ตกลงกันได้จริงๆว่าจ่ายเงินเท่านี้จะได้อะไรบ้าง
- ปัญหาอีกอย่างที่เจอก็คือ ลูกค้าเห็นสิ่งที่อยู่ในจอนิดเดียว แต่ความจริงกว่าจะทำข้อมูลให้เชื่อมต่อจากส่วนต่างๆออกมาได้ กว่าจะ setup งานที่เกี่ยวข้องให้มันทำงานได้ก่อน มันใช้เวลามาก แค่ไม่มีผลลัพธ์เป็น user interface ให้ลูกค้าเห็น ดังนั้นอาจจะมีการงอแงว่าราคาที่ประเมินสูงจัง อันนี้ก็แก้ด้วยการอธิบายอย่างเดียวแหละ
- ในกรณีที่งานชิ้นใหญ่มากกว่า 3 เดือน การแบ่งงานเป็นช่วงๆ ช่วยให้ไม่ต้องคุยทุกอย่างทีเดียวจบแต่เลือกทำทีละไม่กี่ feature คุยกันแค่ feature นั้นๆ และช่วงเวลา 1 รอบการทำงาน ก็ทำแต่ feature ที่ตกลงไว้ ทำให้ค่อยๆ deliver งานออกไปทีละ feature ได้ดีกว่ารีบคุยทุกอย่างวันแรกแล้วลืม หรือคุยไม่ครบแล้วเกิด “งานงอก”
- ระหว่างวันจะมีคนมาขอความช่วยเหลือเยอะ ทั้ง message หรือทั้งโทรเข้ามา ควรจัดการบริหารเวลาตรงนี้ดีดีเพราะถ้าลงไปแก้ทุกปัญหาของคนอื่น วันนึงอาจจะไม่ได้งาน มีน้ำใจได้บ้างแต่ต้องเอาตัวให้รอดด้วย
- เจอคำถามว่า ทำไมการทำ software จึงมีราคาสูง ลูกค้ามักจะเอาราคาการทำ software ไปเทียบกับราคา software ที่มีในท้องตลาด ผมมักยกตัวอย่างการตัดเสื้อสูทว่าเสื้อสูทที่ขายตามห้างมักจะออกแบบให้คนทั่วไปใส่มันจึงไม่พอดีตัวซักเท่าไหร่ และแน่นอนการตัดเสื้อสูทที่พอดีตัวย่อมราคาสูงกว่าการตัดเสื้อสูทที่ให้คนทั่วไปซื้อใส่ การทำ software ก็เหมือนกัน ก็เพราะว่า software ในท้องตลาดไม่ตอบโจทย์ธุรกิจเลยต้องทำ software ขึ้นมาใหม่ และแน่นอนมันได้อย่างที่ใจต้องการแน่ๆ ดังนั้นมันก็ต้องใช้แรงเยอะ ใช้เวลาผลิตเยอะกว่า ราคาการจัดทำมันจึงสูงกว่าแน่นอน
- โอกาสรับงานอย่างต่อเนื่องที่ดีที่สุดคือทำงานที่รับมาให้มีคุณภาพ แล้วคุณภาพงานจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ลูกค้าออกไปบอกกันปากต่อปาก
- หลายคนมักจะคิดว่าการเป็น freelance คืองานในฝันได้มีเวลาอิสระในการทำงานของตัวเอง ซึ่งในความจริงแล้วงาน freelance มีเวลามากดดันเรื่องเงิน ต้องอยู่ใน survive mode (เอาตัวรอด) และต้องรับผิดชอบตัวเองอย่างมาก ทั้งเรื่องส่งมอบงานตามที่ได้รับ และพัฒนาตัวเองให้ทันโลกอยู่เสมอเพื่อเพิ่มโอกาสในการรับงานต่อไป
