Dark (TV series 2017-) | 9.5/10
Season 1
****บทความนี้ไร้การสปอยล์ 100%***

The Question is not where. But when.
ม้ามืดจากเน็ตฟลิกส์ของปี 2017 สำหรับเราขอยกให้กับซีรีส์เยอรมันเรื่อง Dark ที่ดูแล้วมีเหวอกันอยู่แน่นอน ความธรรมดาแต่ซับซ้อนเริ่มต้นขึ้นจากการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ ‘เด็กสิบขวบ’ ในปี 2019 นั้น ทำให้ทั้งตำรวจและหลายคนไคร่รู้อาจต้องคิดออกไปนอกกรอบ ซึ่งนั้นหมายถึงเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วแต่นานนม เกี่ยวเนื่องไปกับการเดินทางข้ามมิติเวลาผ่าน ‘ถ้ำลึกลับ’ ที่เสมือนกับเป็น ‘ศูนย์กลาง’ ที่ไม่มีใครคาดคิดถึง



ซีรีส์พาไปสำรวจความลึกลับของเหตุการณ์การ ‘หายตัวไป’ อย่างไร้ร่องรอยของเด็กชายราวๆสิบขวบ ซึ่งพาโยงไปถึงก่อนหน้านี้เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เหตุการณ์เช่นเดียวกันก็เคยเกิดขึ้น บรรยากาศของซีรีส์เต็มไปด้วยความลึกลับและปริศนาที่ต้องบอกว่ามีความ ‘หลอน’ ไม่น้อยอยู่ด้วย ทุกๆตอนที่ผ่านไปจะมี ‘คำถาม’ และ ‘ความสับสน’ เกิดขึ้นกับเราในฐานะคนดูตลอดเวลา ความอยากรู้อยากเห็น ความน่าสนใจของเรื่องทำให้เรายิ่งต้องติดตามเข้าไปใหญ่ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนถูกดูดเข้าไปในเหตุการณ์ของซีรีส์เลย เนื้อเรื่องมีความซับซ้อน เส้นเรื่องมากมายและตัวละครที่หลากหลาย ไหนจะเซ็ตของสถานที่ ห้วงเวลา ที่ซีรีส์มีการจับปมเหล่านั้นมาผูก แต่ค่อยๆเล่ามันออกมาในแง่ที่ป้อนข้อมูลทีละนิด ตรงนั้นที ตรงนี้ที คาดเดาไม่ได้และยังมีการหักมุมอยู่เป็นช่วงๆ ทำให้มันโคตรน่าสับสนเลยจริงๆ ลำพังตัวละครก็เยอะจนจำไม่ได้ ไหนจะต้องใช้สมาธิในการติดตาม และทุกครั้งที่เหมือนมีการเฉลยก็มีปมใหม่เกิดขึ้นไม่รู้จบ แต่มันไม่ได้ทำให้ซีรีส์มีความ ‘มั่วซั่ว’ แต่มันคือความยอดเยี่ยมที่สุดต่างหาก

นานๆทีจะเห็นซีรีส์ที่มี ‘คุณภาพ’ อย่างนี้ ทุกวินาทีคือต้องมีสมาธิในการปะติดต่อและติดตามเรื่องราว ซีรีส์มีโทนเรื่องที่ ‘ดาร์ค’ งานภาพดีเยี่ยม ซาวนด์ประกอบหลอน แปลกใหม่และ original ดูไม่ถึงครึ่งทางของซีรีส์เราก็รู้ตัวแล้วว่า ‘เสพติด’ ซีรีส์เรื่องนี้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผสมกับการเดินเรื่องที่ไม่เอื่อย ไม่น่าเบื่อ ถึงแม้มันจะอาจดูช้าและค่อยเป็นค่อยไป แต่เรารู้สึกระทึกและลุ้นไปกับมัน ทำให้การจะหยุดดูแทบเป็นไปไม่ได้ การเล่าเรื่องเฉียบขาดมาก รวมถึงนักแสดงที่ทำหน้าที่ตัวละครได้ออกมาน่าทึ่ง เราไม่รู้จักนักแสดงเยอรมันเหล่านี้หรอกนะ เพียงแต่ด้านบทและไดอาล็อคที่นักแสดงแต่ละคนรับส่งกัน มันโคตรมีมิติและเอาอยู่มากๆ มีดราม่าที่หนักหน่วง งานไซไฟและพล็อตระดับ mind-blowing ที่ชวนนั่งไม่ติดอยู่กับที่ตลอดระยะเวลาสิบ episode



มันน่าสนุกที่เราคาดเดาอะไรไม่ได้ แต่ละห้วงเวลาที่ต่างกันเช่นการที่มีตัวละครหลุดเข้าไปในอดีตอย่างปี 1986 และ 1956 นั้น แน่นอนว่านี่คือความน่าสนใจมากๆ เพราะนอกจากปีเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับปี 2019 (ปัจจุบันในซีรีส์) แล้ว เรายังได้ติดตามว่าตัวละครจะไปเจอใครในอดีตบ้าง เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร มันจะบ้าแค่ไหนหากเจอพ่อ/แม่/คนรู้จักในวัยเด็กขณะที่เราอายุมากกว่าเขา ณ ตอนนั้น และจะมีการทำอะไร พูดคุยอะไร และจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้น ทั้งน่าสนใจ ทั้งบ้าบอ ทั้งน่าสนุก และซีรีส์ยังนำเสนอเรื่องราวออกมาได้ลื่นไหล พอเก็ตอะไรหลายๆอย่างมันก็น่าตื่นเต้นดีจริงๆ

นี่ไม่ใช่อะไรที่ควรมาลังเลแล้วอะว่าจะดูหรือไม่ดูซีรีส์เรื่องนี้ดี เพราะ ‘Dark’ คือซีรีส์ที่เราบอกได้คำเดียวว่าเป็น ‘ม้ามืดแห่งเน็ตฟลิกส์ 2017’ มันเกินคำว่าเหนือคาดไปแล้ว มันมีความซับซ้อน มันมีความเชื่อมโยง มันมีความตัวละครที่มีมิติทางความคิด บทบาท การตัดสินใจ และมีรายละเอียดที่ดีเกินไปมากๆ ข้อเสียอาจจะเป็นความที่พอปมเยอะเกินไปและยังไม่ได้คำตอบจากหงุดหงิดก็แอบจะรำคาญ แต่ข้อดีคือระหว่างทางมันมีบรรยากาศที่ชวนขนลุก หลอน และติดหัวสมอง แต่ละตอนที่ดูจบไปนอนแล้วก็ยังนึกถึงมันไม่ตก และมันทำให้ช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่เราดูมันนั้นรู้สึก ‘จม’ และ ‘ดาร์ค’ มากๆ ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าตอนจบจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น แต่เปล่าเลย…ชีวิตไม่ได้สดใสขึ้นเลย

อีกหนึ่งซีรีส์ม้ามืดที่ดีมากๆและไม่มีเหตุผลใดที่ควรพลาดเลย แต่อาจต้องเตรียมตัวเตรียมใจกับความสับสนระดับได้วัดไอคิวกันก็งานนี้

