Review : King Arthur : Legend of Sword (2017) เล่าเรื่องแนว เต็มไปด้วยลูกเล่นเทคนิคแพรวพราว พลังดาบเอ๊กซ์คาริเบอร์ก็ดีงามเหลือล้นจนอยากจะเอากลับไปหัดฟันดาบที่บ้านดูบ้าง | 7.5/10

ในช่วงที่หนังดังอย่าง ฉลาดเกมส์โกง ยังคงกระแสแรงไม่หยุดไม่หย่อน และมี Alien : Covenant หนังไซไฟสยองขวัญกำลังเป็นที่ต้องการเสพของคนดูหนังสมัยนี้ หนังพีเรียดแอ๊กชั่นแฟนตาซีที่มีชื่อว่า King Arthur : Legend of Sword ก็เข้าสู่โรงอย่างเงียบๆ แถมคอมเมนต์จากนักวิจาณ์ต่างประเทศก็ออกไปในทางลบ ด้วยกระแสที่เบาเฉียบ…หนังเรื่องนี้ถือว่ากลายเป็นหนังที่ซบเซาที่สุดตอนนี้เลยก็ว่าได้ แต่ใครจะรู้ว่าพอได้ดู มันกลับเกินคาดหมายโดยที่ไม่ได้คาดหวัง…

หนังนำเสนอ ‘ความเป็นลูกผู้ชาย’ ผ่านตำนานคิงอาเธอร์ ที่มีมาหลายฉบับมานมนาน ซึ่งผมก็ไม่เคยดูมาสักภาค รู้แค่ว่าในเวอร์ชั่นนี้หนังทำออกมาได้มันส์ แมน และมีความดิบ เชื่อว่าตำนานนี้คงคุ้นหูกันมาบ้าง ใครไม่รู้จักก็ไปดูในหนังเอา เพราะเนื้อเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อน พูดถึงพลังดาบเอ๊กซ์คาริเบอร์ และการต่อสู้ที่ดุเดือดของคิงอาเธอร์เองที่ยิ่งใหญ่ฟอร์มยักษ์เหมือนกัน แถมการเล่าเรื่องของหนังก็สนุกน่าติดตามเอามากๆ

สไตล์การทำหนังของ Guy Ritchie ทำหนังออกมาได้เก๋ มีความเฟี้ยว และลูกเล่นกวนๆอยู่ในนั้น ทำให้หนังพีเรียด/แอ๊กชั่น/แฟนตาซี เรื่องนี้มีความน่าสนใจ งานครีเอทต่างๆ…มุมกล้อง ดูไปดูมาก็เหมือนเล่นวิดิโอเกม ที่เดินเรื่องด้วยมันสมอง มีมุกธรรมดาๆแต่ทำเอาหลุดขำได้ พูดง่ายๆมันมีความโมเดิร์นอยู่ในนั้นด้วย

สิ่งที่ผมชอบคือการเล่าเรื่องพีเรียดให้โจ๋ไปเลย การตัดต่อไวฉึบฉับ ใส่ดนตรีเร้าใจแนวกวนๆที่ทำให้หนังน่าสนใจไปอีก เทคนิกสโลว์โมชั่นในซีนแอ๊กชั่นที่แพรวพราว สำหรับผมมันคือการเล่าเรื่องที่ผสมความเป็นหนังวัยรุ่น แบบดูง่าย ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจเยอะจนกลัวหลับหรือเบื่อ เพราะจริงๆแล้วตัวหนังไม่เน้นพูดถึงตำนานแบบโดดเด่นขนาดนั้น หลังๆมีเซอร์ไพรส์เพราะอีกหลายลูกเล่นที่มีบางช่วงที่นึกว่าดูหนังจารกรรมวางแผนมันส์ๆอยู่เลย

ครึ่งหลังหนังจัดเต็มมาก หลังจากครึ่งแรกเฉยๆเอื่อยๆจนแอบมีเบื่อ ทั้งความเข้มข้น ดุเดือด ระดับความพีคพุ่งเอาๆ ฉากแอ๊กชั่นถล่มทลาย มีลูกเล่นสโลว์โมชั่นที่ว่า มาทำให้การต่อสู้พื้นๆดูมีมิติน่าตื่นตากว่าเดิมเยอะ ซีจีเอฟเฟ็คได้ใส่อย่างสะใจ ไหนในหนังจะมีเรื่องของเวทมนต์เข้ามาข้องเกี่ยว ซีจีที่เสกงูยักษ์ก็ทำเอาอ้าปากค้างไปเลย ไคลแมกซ์ทำได้ดีกระชากหัวใจทีเดียวครับ ถือว่าเป็นความสำเร็จสำหรับปิดบทสรุปเรื่องราวที่ลงจังหวะอย่างพอดีไม่มีขาดเกิน

Charlie Hunnam หล่อเท่สาวเห็นมีกรี๊ดเก้งกวางมีหลง ยิ่งอยู่ในหนังที่มีความดิบ แมนแบบเลือดลูกผู้ชายสูง ต้องยืนยันเลยครับ ว่าถึงแม้ชาร์ลี หั่นแหนมของเราจะไม่ได้มีบทบาทเป็นคนมีพลังวิเศษ แต่แค่จับดาบสะบัดไปมา แค่นี้พี่แกก็สามารถเอาหนังอยู่และดูเทพไปเลย

สรุปรวมดูเอามันส์ก็สะใจผู้ชายแมนๆอย่างเรามาก ซื้อตั๋วเข้าไปดูเถอะครับ ไม่ผิดหวัง จากก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้ กลับรู้สึกว่าชอบและรู้สึกว่ามันสุดกว่า Alien : Covenant ที่ไปดูมาและแอบผิดหวัง เพิ่มเติมในระบบ 4DX รู้สึกว่าภาพดีทะลุมิติ เบาะสั่นรุนแรงสะใจมาก ในส่วนตัวหนังจริงๆที่ชอบเพราะมันมีความกวนแบบสมัยไหม กล่าวได้ว่า. Guy Ritchie ผู้กำกับหนังเรื่องนี้สามารถนำส่วนผสมอันเฟี้ยวฟ้าวนี้มาเล่นกับหนังพีเรียด /แอ๊กชั่น/แฟนตาซี ที่ถึงแม้มันจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของคำวิจารณ์ที่ดี แต่ความสนุกที่เดินออกมาจากโรงหนังแล้วรู้สึกอยากได้ดาบเอ็กซ์คาริเบอร์ไปฟันกับใครสักคนจริงๆ…มันได้ใจผมไปเลยยยยยย

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.