Ohm Woraphat
Sep 9, 2018 · 1 min read

IN INDIA

วันนี้จะครบ1เดือน ที่ออกจากบ้านมาอินเดีย

สำหรับเราการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆมันน่าตื่นเต้นเสมอ ผู้คนจะเป็นยังไงนะ สถานที่จะเป็นยังไง จะมีอะไรๆสนุกๆไว้เล่าให้คนอื่นฟังบ้างไหม แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องไม่ลืมที่จะบอกกับตัวเองว่า กูมาเรียนนะ เพื่อที่จะได้ไม่หลงไปกับสภาวะแวดล้อมมากจนเกินไป

ก็ต้องขอบคุณตัวเองที่เตรียมตัววางแผนมาเกือบดี มันไม่ง่ายเลยที่จะมาอินเดียคนเดียวแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณโชคชะตาด้วยจริงๆ

คุณจะไปถึงที่พักได้ยังไงเมื่อมาถึงสนามบินตอนตี3 กับเมืองที่เราก็ไม่รู้ทิศรู้ทาง…เราโชคดีมากที่มีคนไทยมารับเรา ตอนแรกเราเรียกเขาว่าพี่แต่สุดท้ายดันอายุเท่ากันแล้วหนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันแต่จำกันไม่ได้ จนคุยไปได้สัก2–3วันถึงรู้ (เรารู้สึกว่าที่นี่มีคนไทยใจดีๆคอยช่วยเหลือกันอยู่มากมายก็ถือว่าเป็นหนึ่งในความโชคดีเล็กๆของเราไปเลย)

วันแรกเราเริ่มต้นที่การไปซื้อข้าวของเข้าที่พัก บางอย่างก็ไม่รู้จะต้องซื้อไปทำไมแต่ก็ซื้อๆไปก่อน(ซึ่งในตอนหลังมันก็ได้ใช้จริงๆ) เราส่งท้ายวันแรกของการอยู่อินเดียได้อย่างสวยงามนั่นก็คือการได้ไปเตะบอล(หนึ่งในความสุข5อย่างของเราก็คือ การเตะบอล ขอบคุณพระเจ้า!!)

เราซื้อมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่วันแรกๆหลังจากมีคนเสนอขายในราคาไม่แพง เราตัดปัญหาเรื่องการเดินทางของตัวเองทันทีที่มีโอกาส เพราะอยู่ที่นี่ถ้าคุณไม่มีมอเตอร์ไซค์คุณก็ต้องเรียกสามล้อที่รอโก่งราคาจากคุณ ไม่งั้นคุณก็เรียกรถอูเบอร์หรืออะไรก็ตาม แต่สำหรับเรามันไม่คล่องตัวที่จะไปไหนมาไหนคนเดียว เราคิดว่านั่นคือหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้อง

การจราจรในอินเดียก็เหี้ยสมคำร่ำรือ นึกอยากจะไปก็ไป นึกอยากจะหยุดก็หยุดแถมเสียงแตรที่ดังเป็นปกติก็น่ารำคาญชิบหาย มึงจะรีบอะไรนักหนา แต่ที่น่ากลัวกว่าคนขับรถก็คือตำรวจ โชคดีที่ไม่เจอกับตัวแต่ได้ยินประสบการณ์จากคนอื่นก็ถือว่าเลวร้าย

สิ่งที่ไม่ได้คิดแต่สำคัญสำหรับเรามากๆก็คือเรื่องกิน คือมันไม่ได้ง่ายเหมือนบ้านเราที่จะตื่นตอนเช้ากินข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอย ตอนกลางวันสั่งก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ตกเย็นจัดกะเพราหมูกรอบไข่ดาวราดข้าว ทั้งหมดนี้มันไม่มีอยู่แล้วเราเข้าใจได้ ว่าต่างเมือง อาหารก็ต่างกัน ซึ่งที่นี่ก็มีสตรีทฟู๊ดโลคัลๆ แบบที่คนเขาชอบกินกันนะ แต่ประเด็นก็คือมันแดกไม่ได้ไง ไม่ใช่ว่ากระแดะนะแต่มันแดกไม่ได้จริงๆ คือมันก็ได้บางเมนูแต่ส่วนใหญ่แล้วไม่!!

ก็ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาทำอาหารกินเอง ทุกวัน!! ย้ำว่าทุกวันจริงๆ คือเราต้องออกไปจ่ายตลาด ซื้อผัก ซื้อไก่ ซื้อไข่ อะไรประมาณนั้น แล้วมันก็ต้องมานั่งคิดว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรกินดี ต้องเตรียมกับข้าวอะไรหรือเปล่า แล้วตอนเช้าก็ต้องตื่นมาหุงข้าวทำกับข้าว ตกดึกก็เตรียมวัตถุดิบ หั่นต้นหอม ซอยแครอท ปลอกกระเทียม ว๊อทเดอะฟัค(แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันก็สนุกดีนะ ยอมรับว่าไม่ได้เป็นคนทำอาหารเก่งอยู่แล้ว แต่แม่งมีความสุขที่ได้กินของที่ตัวเองทำน่ะ เหมือนว่ามันอร่อยๆยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน)

ยอมรับเลยว่า กับการมาต่างประเทศรอบนี้เราไม่ได้ทำตัวตื่นเต้นอะไรมากนัก เราจะไม่ออกไปลั้ลลาทำตัวฮิปๆเดินหลงไปในที่คูลๆอัพลงอินสตราแกรมแบบที่ผ่านมาแน่นอน พูดก็พูดเหอะว่ากลัวจริงๆ แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ได้เหยียดนะ มันเป็นเพราะความรู้สึกที่เกิดจากคำบอกเล่าของคนอื่นบอกกันต่อๆมาอีกที ซึ่งเราก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ แล้วอีกอย่างก็คือเราจะมาเรียนไม่ได้มาเที่ยวไง

อันที่จริงก็มีความคิดประมาณว่า เฮ้ยอุตส่าได้มาต่างประเทศทั้งทีใช้ชีวิตให้มันคุ้มสิ! แต่ก็ต้องกลับมาคิดว่าความคุ้มมันคืออะไร สำหรับการที่เราจ่ายเงินที่เก็บมาเป็นปีๆเพื่อมาเรียนภาษา ถ้ามาเรียนแล้วไม่ได้ภาษาอันนี้คือไม่คุ้มแล้ว ยังไงขอให้คล่องๆก่อนนะ ตอนนี้ก็ขอไปเรียน กลับมาทำการบ้าน,อ่านหนังสือ,ดูซีรี,ฝึกๆไปก่อนละกัน

ถ้าคล่องเมื่อไรมีหรือที่คนอย่างเราจะอยู่เฉยๆ หึๆๆๆๆ ; )

Ohm Woraphat

Written by

1991 , BKK , Thailand , Creative&Industrial Design , Liverpool supporter