Day18 - จับฉ่ายเดย์

เรื่องวันนี้จะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยต่อเนื่องกัน คนนู้นทำนี่ คนนี้ทำนั่น


วันนี้พี่ตองและมิวขับผ่านโรงเรียนสาธิตมศว.แม่แจ่ม อาสาสมัครชาวต่างชาติที่นี่ทำงานร่วมกับเด็กๆในโรงเรียนกำลังทำทางเพื่อเชื่อมต่อศูนย์ศึกษาชั่วคราวกับศูนย์การศึกษาใหม่ตามแนวเขา รวมทั้งสร้างถนนบริเวณทางเข้า

เราเลยได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ “Hitomi” รุ่นน้องชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็น BSA Volunteer ผ่านทางองค์กรอาสามัครของประเทศญี่ปุ่น เธอกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่1 สาขาชีววิทยา เธอบอกว่าที่ตัดสินใจมาเป็นอาสาสมัครที่ได้เพราะต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ โดยสนใจเกี่ยวกับระบบนิเวศเขตป่าของประเทศไทยซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากที่ญี่ปุ่นอยู่มาก

Hitomi ยังเล่าอีกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเป็นอาสาสมัครนอกประเทศแบบนี้ ในวันแรกที่มาก็รู้สึกกังวลว่าจะเข้ากับคนอื่นได้รึเปล่า แต่เมื่อผ่านมาสองสามวันทุกอย่างก็ดีขึ้นผู้คนเป็นมิตรและพยายามจะสื่อสารกับเธอแม้จากลำบากอยู่บ้างก็ตาม ตอนนี้เธอเริ่มมีเพื่อนบ้างแล้ว ซึ่งเป็นชาวเกาหลีสองคนและฝรั่งเศสอีกสองคน รวมทั้งเด็กๆที่นี่ด้วย ทำให้เธอปรับตัวได้ง่ายกว่าที่คิด ทั้งนี้เรื่องอาหารก็ยังถือว่าปรับตัวยาก โดยเฉพาะอาหารรสจัด

Hitomi เล่นกับเด็กที่ผ่านไปผ่านมาอยู่เสมอ เราคิดว่าเพราะเธอมีลักษณะนิสัยเช่นนี้แหละที่ทำให้เป็นที่รักของเด็กๆได้ง่ายกว่าอาสาสมัครคนอื่นๆ เราคุยกับHitomi อยู่ประมาณสิบห้านาทีก็ต้องขอตัวออกมาเพราะแยกกับพี่ตองไปสักพักแล้ว

ทางด้านพี่ตองก็กำลังคุยเล่นกับเด็กๆอยู่ เด็กผู้หญิงหนึ่งในนั้นเก็บมะเฟืองมายื่นให้เราและเหล่าอาสาสมัครต่างชาติ พี่ตองไม่รอช้ารับมาแล้วงับเข้าไปเต็มคำระหว่างเดินกลับจากการทำถนน จากสิ่งที่ได้คุยไปกินไปกับเด็กผู้หญิงใน‘มือขวาถือมะเฟืองกัดกิน มือซ้ายถือจอบขุดดินพาดบ่า’ แม้จะเป็นการพูดคุยทั่วไป แต่สิ่งที่เรารู้สึกมันมากกว่านั้นมาก แต่ก่อนเราคิดเราสงสัยกันมาตลอดว่าเขาลำบากขนาดนี้จะมีความสุขกันยังไง แต่ความจริงที่สัมผัสคือเด็กพอใจกับชีวิตเขา เขารู้ว่าเรามาจากกทม.แต่ก็ไม่เคยถามว่าเด็กที่นั่นเป็นยังไง เขาเรียนรู้ที่จะมีความสุขตามอัธภาพ คนเมืองอย่างเราๆนี่แหละที่มัวแต่โทษนั่น โทษนี่ ไม่มีความสุขกันเลยสักที

ก่อนจะกลับเราฟังอาจารย์ที่นั่นปรึกษากันว่าอาจจะได้ผสมปูนเอง เพราะรถผสมปูนในเมืองคิวเต็มไปถึงเดือนหน้า ตอนนั้นเราได้แต่อุทานในใจเบาๆ ..เอาจริงรึ เหนื่อยนะนั่นน่ะ แต่เด็กที่นี่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ราวกับว่าพร้อมทำอยู่ตลอด


ทางบ้านสันเกี๋ยง วันนี้ได้ลองทำขนมนิดๆหน่อยๆ คือกล้วยฉาบ จากกล้วยน้ำว้าที่เก็บมาเมื่อวาน ‘แม่อุ๊ย’ถือเป็นแม่ครัวใหญ่ในการทำครั้งนี้

พี่ดรีมและเบลเดินเข้าไปในครัว แม่อุ๊ยกำลังถือตะหลิวยืนพลิกกล้วยในกระทะท่าทางชำนาญ ทีแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่ากล้วยฉาบนี่ทำไม่ยากหรอก แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะง่ายขนาดนี้..

การทำนี่ง่ายมากๆ คือนำกล้วยที่ยังไม่สุกหรือยังเป็นสีเขียวๆนี่ล่ะ มาฝานให้บางตามแนวยาวด้วยมีดปลอกผลไม้ แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ ใส่กล้วยทีละนิด ระวังอย่าให้ซ้อนกัน พอทอดได้สีเหลืองกรอบดูน่าทานก็ช้อนขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน เพิ่มด้วยการโรยน้ำตาลนิดหน่อย ก็จะได้เป็นขนมที่ไม่ต้องเสียเงินสักบาทถาดใหญ่ไว้กินทั้งครอบครัว


ในด้านงานที่ได้รับมอบหมายนั้น พวกเราปรึกษาหารือกันในด้านการท่องเที่ยว แต่ผลกลับไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากมีสิ่งสำคัญที่เรายังไม่ได้ไปสำรวจคือ “ถ้ำ” เพราะช่วงนี้เส้นทางมีหญ้ารกจากการไม่ได้ดูแล ทั้งยังไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ง่ายต่อการหลง ไม่สามารถไปกันเองได้ ดังนั้นเราเลยตกลงกันว่าเห็นทีต้องหาคนนำทางไปแนวสันถ้ำซะแล้ว

ตกเย็นมาเรา4คนทีมแม่ปานจึงทุ่มเวลาไปกับการอ่านข้อมูลรายละเอียดเรื่องการทำลำไยนอกฤดูจากรายงานสัมนาของรุ่นพี่ แล้วนำมาปะติดปะต่อกับความรู้ที่เราได้จากการพูดคุยกับชาวบ้าน โดยเฉพาะกบและแจ๋ว ผู้มีความรู้มากสุดในกลุ่มด้านเกษตรกรรม

ช่วงนี้เป็นช่วงเก็บลำไย หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จชาวบ้านก็จะออกไปเก็บลำไยจนถึงเย็น เพื่อขายวันต่อวัน แล้วส่งต่อให้เครื่องคัดลำไย เป็นเหตุให้เครื่องคัดลำไยทำงานตั้งแต่เย็นจนถึงดึกดื่น อย่างช่วงนี้เครื่องที่ตั้งในหมู่บ้านสันเกี๋ยงสักทุ่มสองทุ่มก็คัดเสร็จหมดแล้วเพราะใช้2เครื่อง แต่เครื่องคัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแม่ปานมีแค่เครื่องเดียว กว่าจะทำเสร็จก็สักเที่ยงคืนได้ ช่วงนี้ไม่ว่าคนหรือเครื่องจักรก็ทำงานกันอย่างสุดพลัง


ปิดท้ายด้วยรูปนี้ เจ้าของตัวจริงไม่เสียดายมันสักนิด เพราะว่า “รองเท้ามีไว้ใช้” และมันก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว5555

)
Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade