Day22- จุดจบสายแข็ง

.

#ทีมแม่ปาน

มิวมาที่นี่น้ำหนักเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ลองนู่นนี่นั่นตลอด แต่ตอนนี้มิวกลับท้องเสียมาประมาณสองวันแล้ว ทั้งๆที่คนอื่นไม่เป็น เมื่อวานแทบไม่ได้นอนเลย ขนาดที่ว่าเอายากันยุงไว้ในห้องน้ำ เช้านี้อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เราไปโรงพยาบาล แต่ดูแล้วท่าจะรอนานและดูวังเวง จึงตัดสินใจสินใจไปคลีนิกในอำเภอแม่แจ่มที่น้องที่บ้านแนะนำมา คลีนิกนี้เป็นของพี่พยาบาลผดุงครรภ์ที่มีใบอนุญาติเปิดคลีนิก ที่นี่น่ารักมาก พี่พยาบาลใจดีและถามเราว่าได้ไปกินอะไรแปลกๆมาบ้างไหม เราไม่รู้จะพูดยังไงเพราะทุกอย่างที่เรากินมาวันก่อนหน้านั้นก็ไม่ใช่อาหารปกติที่เราเคยกินทั้งนั้น เรากิน แกงปลาไหล แอ่งทอด อ่อม แจ่ว ต้มยำปลาอะไรสักอย่าง และปิดท้ายด้วยไมโลกับโค้กหม้อ คืนนั้นรู้เรื่องเลยจ้าาาา

พี่พยาบาลตรวจชีพจรกับการบิดตัวของลำไส้บิดเล็กหน่อยจึงสรุปว่าเราอาหารเป็นพิษ และเตือนว่าช่วงนี้หน้าฝน เชื้อโรคเจริญเติบโตเร็วต้องระวัง คนที่นี้เองก็อาหารเป็นพิษกันเยอะช่วงนี้ พี่พยาบาลให้ยาสามสี่ตัวกลับมาทานพร้อมเกลือแร่ ก่อนกลับเราได้มีโอกาสถามเรื่องค้างคาวที่เคยเห็นคนกิน พี่บอกว่าค้างคาวนั้นทานได้คนที่นี่ทานกันปกติ ไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า แต่ต้องผ่านความร้อนสูงเช่นเอาไปทอดหรือต้ม

หลังจากนั้นเราก็กลับมาทำงาน พูดคุยกับชาวบ้านทั่วไปตามไร่ ตามสวน คุยไปก็เพลินๆดี แต่มีสิ่งนึงที่น่าเสียดายคืออดดูการผสมเทียม เรามาเจอช้าไปนิดเดียวเอง

วัวแม่พันธุ์ ตัวนี้อายุสัก6เดือนได้ ชาวบ้านจะเอาท่อฉีดน้ำเชื้อจากพ่อพันธ์ุดีๆเข้าไปเพื่อผสมเทียม

ท่อที่ฉีดน้ำเชื้อ


#บ้านสันเกี๋ยง

วันนี้พวกเราตื่นกันตั้งแต่เช้า เพราะว่าวันนี้เราจะไปแม่ฮ่องสอนกันนะคะทุกคน ในตอนแรกพวกเราตื่นเต้นกันมาก โดยการไปครั้งนี้ได้ติดรถพ่อไปด้วย ซึ่งพี่มิ้นมีธุระที่นั้น ซึ่งจะไปสมัครสอบบรรจุครูในจังหวัดแม่ฮ่องสอน การเดินทางครั้งนี้สุดจะหินสำหรับพวกเรา เนื่องจากเส้นทางเข้าตัวเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีทั้งหมด 1864 โค้ง จำนวนโค้งเหล่านั้นทำให้เราเวียนหัวและเมารถมากๆ แต่เราก็ต้องอดทน

พักอ้วกก่อน~

เมื่อเรามาถึงการเข้าไปทำธุระของพี่มิ้นนั้นใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 20 นาทีเท่านั้น แต่การเดินทางขามาของเรานั้นใช้เวลาตั้ง 4 ชั่วโมง มาถึงพร้อมกับการปวดเศียรเวียนเกล้ากันไปตามๆกัน

เมืองแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองเล็กๆ สงบผู้คนไม่เยอะอยู่ท่ามกลางขุนเขาอันใหญ่โต จากที่เรามาจากกรุงเทพกันนั้นทำให้เรารู้สึกว่าเมืองแม่ฮ่องสอนอาจจะน่าเบื่อไปสักหน่อยเนื่องจาก ชีวิตของคนที่นี่นั้นแตกต่างจากเรามากนั่นเอง

จากนั้นเราได้ไปชมพระธาตุดอยกองมู เพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดแม่ฮ่อนสอน และพวกเราก็มุ่งหน้ากลับแม่แจ่มโดยต้องเจออีก 1864โค้ง กว่าจะถึงนั้นก็ปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว เนื่องจากการแวะตลอดทางเพื่ออาการเมารถเป็นระยะๆของเรา

วัดพระธาตุดอยกองมู

แม่ฮ่องสอน “เมืองสามหมอก” ที่เรียกแบบนี้เพราะจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีหมอทั้ง3ฤดู คือฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade