Day24-เข้าเถื่อนแต่ลืมพร้า

.

วันนี้เรามีนัดรวมตัวกันทั้ง6คน เพื่อไปดอยสันถ้ำ ไปสำรวจเส้นทางเหมือนที่ตั้งใจไว้ หลังจากกินข้าวเสร็จก็ออกไปกันเลย

เราจอดรถที่ศาลาอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้านและเดินขึ้นไปแทนการขับรถขึ้นบ่อพวง เพราะทางเละมาก ขนาด4wheelsยังหัวสั่นหัวคลอน

เราเดินผ่านบ่อพวง เข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ด้วยความที่ “ดอยสันถ้ำ”พึ่งเปิดเมื่อหน้าหนาวที่แล้ว และตอนนี้ยังไม่มีใครดูแล ที่ตรงนี้เราจึงได้พนมมือไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาก่อนเพื่อความอุ่นใจ

ทางช่วงแรกเป็นทางขึ้น และขึ้นอย่างเดียว บางช่วงเป็นหิน ค่อนข้างหอบหน่อยสำหรับคนเมืองกรุงอย่างเราๆ แต่นั่นก็ไม่เท่าสภาพอากาศ ถึงเราจะโชคดีที่ฝนไม่ตก แต่ดันไม่มีลม เลยกลายเป็นร้อน ร้อน ร้อนมากๆๆๆๆๆ ชนิดที่ว่าเหงื่อไหลเข้าตา

เดินไปสักครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงหอระวังไฟป่าแล้ว จุดนี้ขึ้นบันไดไปชมวิวจะสวยมากเหมือนกัน เราขึ้นบันไดไปชมก็เห็นทั้งเมือง ถือว่าเป็นวิวที่สวยที่สุดที่เราเคยเห็นตั้งแต่มาแม่แจ่มก็ว่าได้ เราพักกันสักพักก็เดินทางต่อ

ถ้าเดินถัดเข้าไปก็เจอไปสันถ้ำ

นี่คือวิวที่ได้

และนี่คือเหงื่อ..

เดินต่อไปสัก200เมตรจะมีอีกจุดให้ชมวิว คือ “กิ่วลม” นั่นเอง แต่ตอนก็นี้มีบางส่วนผุพังไปบ้างเนื่องจากยังไม่ได้ปรับปรุง ช่วงหน้าหนาวนี่จัดแต่งสวยเชียวจากรูปที่แม่สอนให้ดู

“กิ่วลม” ที่ตั้งชื่อนี่เพราะเป็นจุดที่ลมโกรก

หลังจากกิ่วลมลึกเข้าไปเป็นทางราบๆเดินสบายไม่มีเนินขึ้น แต่ยุงเริ่มเยอะ จนหลังๆนี่เยอะมาก ยากันยุงเหมือนจะเอาไม่อยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกเราโชคดีที่ใส่แขนยาวหรือปลอกแขนกันมาจึงช่วยกันได้อีกชั้นนึง ต้นไม้ที่เราสังเกตเห็นก็จะเป็นสักบ้าง ยางนาบ้าง เห็ดก็มีโดยปกติจะมีชาวบ้านเข้ามาเก็บแต่ครั้งนี้เราไม่เห็นสักคน

ทางแบบนี้จัดวิ่งtrailได้สบาย

.

เราเจองูตัวน้อยริมทางแต่มันตกใจเสียงเดินแล้วเลื้อยหนีไปเอง เราจึงหากิ่งไม้มาทำเสียงดังๆเผื่อเจองูอีก มีนกตัวใหญ่มากตัวเกือบเท่าเหยี่ยว มีบุ้ง รังมด แมงมุม และเสียงแมลงต่างๆอยู่เป็นระยะๆ

ลูกยางนาที่เคยเห็นในโฆษณากาแฟเบอร์ดี้

ต้นไม้ผูกผ้าเหลืองแบบนี้คือการ “บวชต้นไม้”เพื่อกันไม่ให้คนลักลอบตัด

บุ้ง

รังมด

ไม้โค่นปิดทางเพราะพายุฝน

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือเราเดินไม่ถึงถ้ำหลวง ทางรกจนมองเข้าไปไม่เห็นไกลๆก็ไม่เห็นทางเดินแล้ว ยุงเยอะขึ้น เลยตัดสินใจออกมาดีกว่ากลัวงู กลัวแมลง เดินวกกลับมาทางเดิม ทั้งๆที่เดินจากจุดเริ่มต้นศาลาอเนกประสงค์เข้าไปถึง2ชั่วโมงกว่า

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องว่า “เข้าเถื่อนแต่ลืมพร้า”

หลังจากเรากลับมาสัก1ชั่วโมง ฝนก็กระหน่ำมาก ขอบคุณอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ตกตอนเรากลับมาแล้ว ไม่งั้นลำบากกว่านี้แน่


หลังนั้นเราก็ได้ขับมอเตอร์ไซด์ไป “ร้านขนมนุช”เพื่อไปกินเค้กกัน6คน ชิ้นละ35บาท กินกัน4คน(ตองกับมิวไม่กิน) หมดไป…..11ชิ้น!!!!!! เหตุเพราะความอยากของหวานล้วนๆ

ร้านเค้กจะห่างจากหมู่บ้านประมาณ10นาที ไปทางอำเภอฮอด เรารู้จักร้านนี้เพราะสไปร์ท(ลูกแม่สอน)แนะนำมา แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ราคาถูก คุณภาพดี ทีเด็ดที่เราว่าก็คือชาเขียวที่หอมมากๆๆๆ เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มที่ไม่หวาน และเค้กส้มที่มีครีมชีสสสสสสสสส!!!

ร้านตั้งอยู่ติดถนน เลี้ยวผ่านรั้วเข้ามาเป็นที่จอดรถ ตัวร้านจะอยู่ด้านบน เป็นร้านขายเค้กและกาแฟที่บริเวณชั้น1ของตัวบ้าน ชั้น2เป็นที่พักอาศัย

ร้านน่านั่ง ลมเย็น เพลงเพราะชิวๆ ชนิดที่ว่าบรรยากาศแบบนี้หาในกทม.ไม่ได้แน่ เราได้พักผ่อนอย่างมากหลังจากตรากตรำเข้าป่าเข้าเขากัน เล่นหมากรุก ไม้บล็อกกัน คนขายเป็นพี่นุชและยายชวนเราคุย อัธยาศัยดี ราคาก็น่าคบหา ทำให้เพิ่มความประทับใจเข้าไปอีก

ยายเล่าว่าแต่ก่อนขายด้านล่างบริเวณที่จอดรถ ขายแต่เค้ก ขายคนทำงาน7โมง-10โมง พอเราขยายเวลาทำให้เจอปัญหาคนไม่ลงมาซื้อเพราะไม่มีหน้าร้านให้นั่ง ไม่มีที่จอดรถ บางคนก็อยากกินกาแฟด้วย พี่นุชจึงไปเรียนทำกาแฟเพิ่มแล้วขยับให้ร้านมาเปิดใต้ถุนบ้านแทน ลูกค้าก็เยอะขึ้น

เราว่าในหมู่บ้านเรามีสถานที่เที่ยว ยังไม่มีที่พักผ่อนหย่อนใจให้พูดคุย คงต้องรอดูร้านกาแฟแม่สอนในหน้าหนาวปีนี้..

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade