Day26- เสื้อกันหนาวสู่น้องๆ

.

วันนี้วันที่27ก.ค.60แล้ว พรุ่งนี้เราก็จะครบกำหนดกลับบ้านกัน เราทีมแม่ปานทั้ง4คนออกมาเป็นผู้ช่วยแม่สอนจ่ายตลาดวันสุดท้ายแล้ว, ส่วนด้านสันเกี๋ยงก็มาเหมือนกัน มากับกับพ่อโรจน์

หลักๆวันนี้จะเป็นการบริจาคเสื้อกันหนาว(ดีจนอยากได้เอง) และขนมกันมากกว่า โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Haddad Thailand

ด้านเสื้อกันหนาว กบกับแจ๋วลิสต์รายชื่อน้องๆไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืนว่าใครจะได้ตัวไหน โดยเด็กๆจะมารับที่บ้านพ่อหลวงตอน6.30น. ตรงนี้เราไม่้เพียงแต่พูดคุยกับน้องๆที่คุ้นหน้าค่าตาแล้ว แต่ยังได้พูดคุยสัมภาษณ์กับผู้ปกครองเด็กๆไปในตัว ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กรร.บ้านแม่ปาน

อีกส่วนนึงก็มาบริจาคต่อกันที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นเด็กอายุ2-4ขวบ

ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ที่บ้านพ่อหลวง

สายๆก็ไปบริจาคขนม และไปเล่นกับเด็กๆที่รร.บ้านแม่ปาน


แม่สอนชวนเราทำข้าวเหนียวเปียกลำไย จากลำไยที่เปลือกแตก นำมาแกะเอาเม็ดออก แล้วค่อยไปใส่ในข้าวเหนียว+กะทิ+น้ำตาล เป็นของหวานกินเพลินดีเหมือนกัน


ตกเย็นเราไปบ้านพ่อโรจน์ เราเข้าไปซื้อของในอำเภอมาทำอาหารเย็นกัน นัดพ่อๆแม่ๆไว้ แต่ปรากฏว่าทุกคนติดประชุมกันหมด เลยกลายเป็นว่าพวกเราทำกันเอง กินกันเอง แต่ก็ยังดีที่อ.แซมมาทันเวลากินพอดี จึงได้เป็นguestเพียงคนเดียวของเรา

อ.แซมนัดคุยสรุปประเด็นการมาอยู่ที่นี่เราเรียนรู้อะไรได้บ้าง อ.บอกว่าพวกเราโชคดีมากที่ได้โอกาสมาเรียนรู้แบบนี้ อยากรู้อะไรก็ถามชาวบ้านสิ ทำไมไม่ทำอย่างนู้นอย่างงี้ก็ถามชาวบ้านเลย แล้วจะรู้ว่าปัญหาจริงๆมันคืออะไร อ.เชื่อในศาสตร์ของพระราชา “การระเบิดจากข้างใน” เป็นวิธีที่ดีที่สุดให้ไม่เกิดความขัดแย้ง การที่จะพัฒนาชุมชนเราต้องรู้ก่อนว่ามันเกิดอะไร เขาต้องการอะไร แล้วเราจะช่วยเขาอย่างไรได้บ้าง การพัฒนาชุมชนต้องใช้เวลาหลายปี ให้้เขาค่อยๆเรียนรู้ เกิดความเปลี่ยนแปลงทีละนิดละหน่อย แล้วจะเกิดการยอมรับ อย่างการบุกรุกพื้นที่ป่า ปัญหามันมาจากเขาไม่มีรายได้ ถ้าเขามีรายได้ ก็จะไม่มีคนไปบุกรุกหรอก หากเราใช้กฏหมายไปเลย จริงอยู่ว่าสามารถใช้ได้เร็ว แต่มันก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมา เขาไม่เข้าใจ เอาไว้ใช้เป็นกรณีจำเป็นจริงๆจะดีกว่า

การที่หมู่บ้านจะพัฒนาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับชาวบ้านล้วนๆว่าจะทำหรือไม่ ถ้าเราป้อนให้เขามันจะไม่ยั่งยืน อ.แซมจะมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ใช้วิชาการคอยชี้แนะสนับสนุน บางอย่างก็ต้องรอให้เขาเจอเองเจ็บเอง เขาจะได้เรียนรู้และพัฒนา เช่น ราคาลำไยปีนี้ที่ตกมาก เป็นต้น


หลังจากนั้นแม่อุ๊ยเชิญคนมาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้ ของที่ใช้ทำพิธีคือ ไก่ต้ม2ตัว น้ำ ข้าวเหนียว ดอกไม้ (ช่วงกลางวันอม่อุ๊ยผูกให้เราทีนึงแล้วแต่ไม่มีของไหว้)

มันเป็นธรรมเนียมความเชื่ิอว่าการไปไหนมาไหนเราอาจเจออะไรที่ทำให้ขวัญหาย ก่อนกลับต้องทำพิธีเรียกขวัญคืนมา