Day8.2 วาระการประชุมของอ.แซม

ตามที่เสียงตามสายตอนเช้า เราจึงทราบว่ามีการประชุมคณะกรรมการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกับอาจารย์แซม เวลา1ทุ่มที่วัดแม่ปาน

พอเกือบๆจะทุ่มนึงพวกเราก็ออกจากบ้านสตาร์ทรถไปวัดกัน ผลคือเจออาจารย์นั่งรออยู่คนเดียวใต้ศาลาตั้งแต่ตอน6โมงครึ่ง

อ.บอกก็เป็นธรรมชาติของคนที่นี่ที่หลังจากกลับไร่แล้วก็ต้องอาบน้ำแต่งตัวกินข้าวให้เรียบร้อยก่อนค่อยออกมากันซึ่งอาจารย์ก็เข้าใจในจุดนี้จึงได้นัดเวลาเร็วกว่ากำหนดการประชุมจริงไว้แล้ว

พอพวกเรามาถึงก็ได้เข้าไปพูดคุยหลายๆเรื่องกับอ. ได้รู้ถึงแนวคิดและกระบวนการต่างๆที่อ.ได้นำมาใช้กับการพัฒนาที่นี่

  • ชาวบ้านที่นี่เริ่มต้นจากการเป็นลูกหาบเหมืองแร่และตัดไม้ จากการที่อ.เริ่มเข้ามายังหมู่บ้านนี้ ผ่านการประชุมกับผู้นำหมู่บ้านนับ10ครั้งก็ได้ตระหนักว่า ถ้าจะพัฒนาชาวบ้านต้องเริ่มจากเรื่องน้ำก่อนจึงเริ่มการคิดถึงวิธีการที่จะทำยังไงให้ให้ชาวบ้านมีน้ำ >> บ่อพวง แม่แจ่มโมเดล
  • นายอำเภอทำงานอย่างต่ำ4เดือนก็เปลี่ยนคนแล้วอยู่กันไม่ทันครบปีจนกลายเป็นจุดพักของการพัฒนา เกิดความไม่ต่อเนื่องของกระบวนการพัฒนา และทำให้ชาวบ้านไม่ไว้เนื้อเชื่อใจคนของรัฐ
  • โครงการหลวงขยายต่อมายังแม่แจ่มไม่ได้เนื่องจากไม่มีงบประมาณ เพราะผลผลิตที่รับซื้อมาล้นตลาด ขายออกไม่หมด
  • การสร้างจุดสีข้าวโพดเป็นจุดใหญ่ๆเพื่อป้องกันการเผาซังข้าวโพดหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งจะทำให้สามารถนำซังข้าวโพดในส่วนนี้มาใช้ประโยชน์ต่อไปได้แทนที่จะเผาทิ้ง
  • อ.ไม่ได้เห็นด้วยกับการไม่เผา เพราะป่าอย่างดอยอินทนนท์และป่าในพื้นที่แม่แจ่มเป็นป่าผบัดใบ ซึ่งในช่วงฤดูหนาวใบจะร่วงลงมาทับถมสะสมจนหนาเป็นฟุต และสุดท้ายก็จะเกิดไฟขึ้นมาเอง แล้วเผาลามจากข้างใต้ ดังนั้นวิธีที่ดีคือ ต้องเผาปีสลับปี
  • เจ้าหน้าที่ของรัฐจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนกับชาวบ้าน เขาจะเข้ามาบอกว่าให้ปลูกนู่นปลูกนี่ แต่อันที่จริงแล้วชาวบ้านรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชดีกว่าเสียอีก เนื่องจากเวลาที่ชาวบ้านขายผลผลิตก็ย่อมรู้ว่าตลาดต้องการอะไร ต้องปลูกอะไรจึงจะได้กำไร แต่กระนั้นชาวบ้านกลับปลูกพืชอย่างละนิดอย่างหน่อยจนไม่มีแรงขับให้พ่อค้าคนกลางขึ้นมารับซื้อ ดังนั้นการทำให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  • ถ้าชาวบ้านยอมรับการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ทำได้หมด
  • หลักการที่ใช้เป็นหลักสำหรับแม่แจ่มโมเดล คือ การระเบิดจากข้างในของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเข้าใจตัวเรา ชุมชน วิถีชีวิต เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านเอง จนเกิดการตั้งหลักที่การแก้ปัญหาเรื่องน้ำ หากมีน้ำที่ไหน การปลูกพืชก็จะเกิดขึ้นได้ เกิดการเลี้ยงสัตว์ และการไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาวบ้านกับผู้ที่ให้การช่วยเหลือ นำไปสู่เป้าหมาย 3 ระยะ ได้แก่
  1. ระยะสั้น : การจะปลูกอะไรต้องตอบโจทย์เรื่องรายได้
  2. ระยะกลาง : เมื่อผ่านไปได้สัก 1 ปีก็มาเช็คว่าพืชที่ปลูกไปสามารถนำไปสู่เป้าหมายในระยะยาวได้หรือไม่
  3. ระยะยาว : การปลูกพืชอย่างยั่งยืน(การปลูกพืชหมุนเวียน
  • วันที่ 28 ก.ค.ช่วงเช้าจะมีนักศึกษาแม่โจ้ 99 คนมาร่วมโครงการปลูกป่า จะเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้กับผืนป่าอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งอาจารย์แซมก็ได้ชวนพวกเราเข้าร่วมกิจกรรมด้วยก่อนกลับ (รออาจารย์ประชาอนุมัติ)

เมื่อคณะกรรมการวิสาหกิจมาประชุมกันครบ(ประมาณ15–20คน) ก็เริ่มการประชุม

วาระการประชุม วันนี้อ.แซมเข้ามาส่งเสริม หมู่บ้านในเรื่องวิสาหกิจชุมชน

วาระการประชุม

1. น้ำ จะเสร็จเมื่อไร? (เปลี่ยนท่อจากpvcเป็นท่อเหล็ก)

  • ขอเวลาอีกซักอาทิตย์ ถ้าไปกันหลายคนก็จะทำกันได้ เมื่อวันที่18 รองผู้ว่าอะไรแบบนี้จะขึ้นมา

2.เรื่องโรงฆ่าสัตว์

  • จะเดินท่อประปา ถึงอยู่ในพื้นที่สาธารณะแต่จะขอเป็นกรณีพิเศษ ภายใน60 วัน พอวันที่น้ำเสร็จ สั่งของปุ๊ป ก็ลุยเลย ของที่ช้าที่สุดคือ “เสา” ก็เพราะสั่งจากข้างนอกมา
  • แล้วมีร้านอื่นไหม เสานี่คือเสาทำโรงฆ่าหมู เสากับเหล็กจะสั่งทีเดียว เอาขึ้นมาทีเดียว แล้วภายใน60 วันต้องทำให้เสร็จ

3.จักรอุตสาหกรรม

  • จะเอาหลังจากโรงฆ่าสัตว์เสร็จหรือก่อนหน้า? และต้องการอยากจะรู้ว่าตอนนี้ต้องการอบรมเรื่องอะไร ตัดเย็บหรือทอ? , นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องการแปรรูป คือให้ไปหาไอเดียตามถนนคนเดินตัวเมืองเชียงใหม่(เคยพูดถึงแล้วในการประชุมครั้งที่แล้ว)
  • อ.แซมแนะนำลุยเรื่องทอผ้าเลยแล้วหาคนมาอบรมในมาอบรมซัก สองสามวันก็พอแล้วเพราะมันจะเข้าช่วงท่องเที่ยวอยู่แล้ว

4.การขยายพื้นที่การปลูกลำไยรอบบ่อน้ำ

  • ตอนนี้เราต้องรู้ว่า มีแปลงไหนปลูกอะไรบ้าง รอบบ่อน้ำเกิดกิจกรรมอะไรขึ้นบ้าง แล้วทั้งวิสาหกิจมีอาชีพอะไรบ้างที่เกิดขึ้น คือมีการทำแผนที่ กลุ่มหมูทำแผนที่ กลุ่มน้ำทำแผนที่ แล้วต้องรู้ว่าแต่ละกลุ่มอาชีพสร้างรายได้ได้จริง
  • จะซื้อมาปลูกใหม่ ตามที่กำหนดไว้ 3000 ต้น กล้าต้นละ20บาท อยากให้ทำช่วงนี้ แต่ต้นพร้อมรึยัง?
  • ให้ไปรวบรวมรายชื่อมาแล้วกำหนดแปลงที่ปลูกให้ด้วย คือเป็นพื้นที่กี่ไร่ อ.อยากรู้ว่าปีนี้ต้นเท่าไร รอบนี้ทำลำไยนอกฤดู แล้วปีที่3ขึ้นปีที่4 จะได้เท่าไร หรือตามฤดู790ไร่มันกี่ต้น(ปลูกแบบ1ไร่25ต้น) แนะให้ตัดทรงพุ่มเตี้ยหนีค้างคาว ถ้าขอไปดูงานของแม่โจ้ ต้องไปดูแปลงของลำพูน อย่าไปดูแปลงในแม่โจ้เพราะอันนี้ทดลองระยะห่างที่ปลูกกับปริมาณผลผลิต
  • ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายแล้วที่จะส่งเสริมลำไยเพราะเดี๋ยวมันล้นตลาด ชาวบ้านก็เสนอให้ส่งเสริมเงาะ
  • อ.แซมให้เน้นคุณภาพ ลำไยลงตะกร้าต้องเน้นคุณภาพ(ลูกต้องใหญ่) ถึงจะต่างจากพื้นที่ของลำพูน ลำไยอาจจะขอลดราคาต้นกล้าลงมา(จะได้ลดต้นทุน) ถ้าโครงการนี้หมดไปก็ต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วนะ เพราะว่าเราใส่ทุกอย่างเต็มที่เราหนุนสุดปลายทางแล้ว ต้องอยู่กันเองได้ อีกหน่อยงบประมาณจะไม่เยอะแบบนี้ ต้องยืนด้วยลำแข้ง อ.แซมบอกว่าถ้าทำในฤดูมีปัญหาแน่เพราะราคาขายต่ำ

5.กลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะปลูกอะไรเท่าไรต้องรู้และสรุปได้ ปลูกหมุนเวียนไหม? แล้วจะปลูกหมุนเวียนชนิดใด ต้องตอบได้

ต้องประชุมกลุ่ม ต้องย้ำในเรื่องของข้อตกลงและระเบียบ ปัญหาของหมู่บ้านคือไม่เคารพระเบียบของชุมชนและข้อตกลง

6.บ่อพวงตั้งใจจะสร้าง47 บ่อ ตอนนี้มีแค่เกือบ40บ่อ ของบ้านสันพัฒนาเราไม่เคยทำให้ต่อเลยเพราะเขาทำไม่ดีแต่ต้น ไม่ดูแล เราต้องใช้บ่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเวลาเขามาดูงานเขาจะดูว่าเกิดประโยชน์จริงไหม อ.แซมบอกว่ามีหลายบ่อที่ไม่เกิดประโยชน์ แบบนี้ก็จะกลายเป็นปัญหา เกิดปัญหาเรื่องน้ำตอนหน้าแล้ง คนไหนเกิดปัญหาเยอะๆก็ตัดทิ้งไป มีปัญหาคิวใช้น้ำช่วงหน้าแล้ง
เดี๋ยวอันนี้ฝากคณะกรรมการไปดูระบบน้ำใหม่ เพราะจุดกำเนิดของโครงการคือเรื่อง “น้ำ” ถ้าเราลืมสิ่งนี้จะกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้
ถ้าแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้เราจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง เราต้องแก้เพื่อส่วนรวมกันได้มากที่สุด เราต้องแก้คนส่วนน้อยให้ฟังคนส่วนมากให้ได้

7.ทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ธรรมชาติปลอดภัย
เงินกองทุนเกือบ2ล้านตอนนี้เหลือ 8แสน
ต้องดูแลการบริหารจัดการทุน เอาเงินทุนก้อนนึงต้องไม่ให้เสีย หมุนรอบให้ดี

8.ตอนนี้มีที่ว่างอยู่จะเอาไปเป็นที่ขายอาหารหมู อาหารหมูมาส่งที่นี่รอบนึงสองแสนบาทเป็นอย่างต่ำ ต้องหมุนรอบอาหารหมูให้ดีไม่ให้เน่าเสีย(ชาวบ้านต้องใช้ให้ทัน) จัดการให้ดีไม่ให้ขาดทุน กลุ่มใหญ่ต้องสร้างระเบียบให้กลุ่มเล็ก บังคับกลุ่มเลี้ยงหมูต้องซื้ออาหารจากกลุ่มใหญ่และกลุ่มใหญ่ต้องซื้อหมูจากกลุ่มคนเลี้ยงหมู

9.เขาจะทำเป็นเทคโนโลยีแสกนพื้นที่โดยใช้ดาวเทียม เขาจะแสกนพื้นที่ของแม่แจ่มเองเลย ว่าใครอยู่ที่ไหน

10. ปลูกป่าวันที่28ก.ค.60 จริงๆปลูกเพื่อต้องการปลูกจิตสำนึกคนเท่านั้นเอง

11. จะทำเป็น แลนด์มาร์คกี่ทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดให้คนอื่นเห็นก็รู้ว่าเป็นแม่แจ่ม ต้องอย่าให้รถเข้าไปวน ปลูกต้นไม้ดอกไม้ให้เป็นแนวเป็นซุ้มลอดเข้าไปให้สวยๆ (จุดที่พี่ดรีมและเบลไปทาสีใหม่) เพราะใกล้ช่วงท่องเที่ยวแล้ว ต้องรีบทำ อ.แซมบอกว่าต้องช่วยกันทำ ทั้งแม่ปาน-สันเกี๋ยง เพราะแหล่งท่องเที่ยวตรงนั้นเป็นที่ของส่วนรวมมีคนได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

อย่างเช่นน้ำบ่อเย็น เราพัฒนามาผิดทาง เราต้องมองส่วนรวมเป็นหลัก(จากที่เราสังเกตก็มีบางคนใช้อาบน้ำ),สันถ้ำ ถ้ำหลวงต้องเริ่มพัฒนา อย่าไปกระเทาะ อย่าขีดเขียน การพัฒนาในพื้นที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องใช้เวลา


สรุปการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพ

  • 1.กลุ่มหมู - มีกำไร
    จริงๆแล้วหมูส่วนกลางมันต้องเยอะ เพราะหากไม่คืนด้วยหมูก็ต้องคืนด้วยเงิน ถ้ามีโรงฆ่าก็ต้องระวังเรื่องนี้เรื่องความสะอาด

ส่วนใหญ่ส่งรร.ราชประชาเป็นหลัก แต่ก็มีขายปลีกอยู่ที่โรงชำแหละ

  • 2.ผัก

พ.ค. กำไร102,811บาท

มิย.กำไร83,655บาท
ส่วนใหญ่ส่งรร ราชประชาเป็นหลัก

  • 3.กลุ่มทอผ้า, กับกลุ่มน้ำพริก - มีกำไร
    น้ำพริกส่วนใหญ่ส่งรร ราชประชาเป็นหลัก

ส่วนที่สำคัญ

  • ท่อน้ำ >เปลี่ยนจากท่อpvcเป็นเหล็ก
  • การบริหารการเงินแต่ละกลุ่มให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ตรวจสอบได้ชัดเจน สิ้นปีมาจะได้ปันผลกัน โครงการก็จะมั่นคงและมีรายได้กัน

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade