คริสเตียนที่พูดและสอนทำนองว่า “ประชาธิปไตยไม่อยู่ในพระคัมภีร์” เพราะใช้คำจำกัดความของประชาธิปไตยแค่เรื่องของเสียงส่วนมาก นอกจากจะไม่เข้าใจประชาธิปไตยแล้ว ยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ด้วยครับ เป็นการใช้พระคัมภีร์ผิดๆ (abuse) ตามอคติเรื่องการเมืองของตัวเอง ถ้าทำนองนี้ผมจะใช้พระคัมภีร์สนับสนุนอะไรก็ได้ที่ผมอยากสนับสนุน ทั้งการค้าทาส สงครามศักดิ์สิทธิ์ ระบบกษัตริย์ ระบบผู้ชายเป็นใหญ่ หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะแค่มันอยู่ในพระคัมภีร์อย่างนั้นหรือ!!

ถึงผมจะเห็นว่าหลักการพระคัมภีร์จะมีสนับสนุนประชาธิปไตยเต็มไปหมด ผมก็จะไม่มีทางพูดว่าประชาธิปไตยเท่านั้นที่มาจากพระคัมภีร์ เพราะมันมีบริบทของเนื้อหาและการใช้ที่หลากหลาย ซับซ้อน และต้องการการตีความหมายที่รอบคอบทั้งจากส่วนตัวและชุมชน

ถ้าเรามาดูหลักการใหญ่ๆของพระคัมภีร์ ไม่ใช่เป็นข้อๆ แต่เป็นธีม จะเจอเรื่องแบบนี้ได้

ประชาธิปไตยไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการทำตามเสียงส่วนใหญ่ ถึงมันจะต้องมีการลงคะแนนเสียง เพราะเราอยู่ในสังคมที่มีคนจำนวนมากก็ตาม แต่มันเริ่มต้นจากทุกเสียงในประเทศมีความสำคัญที่จะต้องได้รับการเคารพรับฟัง ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ ไม่ให้กระจุกอยู่ในกลุ่มคนในกลุ่มคนหนึ่ง ไม่ว่าจะในนามของนักการเมือง กลุ่มทุนหรือเจ้าชีวิตอะไรก็แล้วแต่ การฟังเสียงส่วนใหญ่ในกติกาที่เป็นธรรม จะทำให้สังคมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายอยู่ร่วมกันได้ และพัฒนาไปด้วยกันได้

ประชาธิปไตยคือเรื่องของการตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป ไม่มีใครสามารถอ้างตัวเองได้ว่าเป็นคนดีเพรียบพร้อม และไม่ต้องการการตรวจสอบใดๆ และต้องมีระบบมาทำให้โปร่งใส ถ่วงดุลอำนาจที่คนทุกคนอย่างเท่าเทียม ถ้าเป็นคนดี แล้วไม่ยอมให้ใครมาตรวจสอบ ใช้อำนาจปิดปากคนที่มาชี้ความผิดของคนดีคนดี คนดีพวกนี้ชั่วกว่ากุ๊ยทั่วไปอีกครับ

ถ้าผมและภรรยามีประชาธิปไตย มีกันและสองคน จะไปโหวดได้ยังไง ประชาธิปไตยของสองคนคือเราเคารพกันและกัน ฟังกัน ตัดสินใจด้วยกัน ผลัดกันทำตามความต้องการของอีกคนนึง

ผมเลี้ยงลูกแบบประชาธิปไตย ไม่ได้แปลว่าให้เค้าโหวด กินอะไร เลือกอะไรตามใจชอบ เพราะเค้ายังเด็กและยังไม่สามารถคิดเองได้อยากดี แต่สิ่งทีผมจะทำในระบบนี้ก็คือ สอนและพัฒนาให้เค้ามีศักยภาพในการเลือกและรับผิดชอบผลของการเลือกได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมจะฟังว่าเค้าต้องการอะไร โดยไม่ยัดเยียดความคิด ความฝันของผมให้กับเขา

ถ้าคริสตจักรมีประชาธิปไตย คุณอาจจะไม่มีการเลือกตั้งก็ได้ (การเลือกตั้งในโบสถ์หลายครั้งบรรยากาศไม่ต่างจากอบต.) แต่หมายถึงการปฏิบัติต่อคนอย่างเท่าเทียม ไม่ขึ้นกับฐานะของเขา หมายถึงมีการหมุนเวียนและกระจายอำนาจบริหารและทรัพยากร ไม่ใช่ผูกขาดอยู่กับกลุ่มผู้นำ หมายถึงการทำระบบการเงินให้โปร่งใส หมายถึงการพัฒนาและความสำคัญกับเด็กๆ คนด้อยโอกาส คนที่สังคมเห็นว่าไม่สำคัญ

คริสตจักรไทยก็เป็นผลผลิตของระบบอำนาจนิยมในประเทศนี้ด้วย สะท้อนออกมาในคำสอน ประเพณี ระบบการปกครอง การทำคนให้เหมือนๆกัน ไม่ต้องมีความแตกต่าง การเพิกเฉยต่อคนที่อ่อนแอ นิยมชมชอบคนรวย ล๊อบบี้ โกงกันในโครงการต่างๆ แล้วก็ออกมาพูดได้ว่า ประชาธิปไตยไม่อยู่ในพระคัมภีร์