You Are My Training Mission

[AU crossover fanfiction : Tony M. / Napoleon S.]

From : BenRy weekly week 10 ‘normal Ben Affleck’

Pairing : Tony Mendez / Napoleon Solo

***************************************************************

ป๊อป !

.เสียงหมากฝรั่งแตกหลังจากโทนี่เป่ามันเป็นรอบที่ร้อยเห็นจะได้. เขานั่งมองสนามแข่งมอเตอร์ไซค์ตรงหน้ามาประมาณชั่วโมงนึงได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าการแข่งวันนี้ไม่สามารถหยุดความหงุดหงิดในหัวได้เลยซักนิด.

.ทำไมน่ะหรอ?.

.ก็เขาน่ะ เป็นแชมป์ติดต่อกันมาสิบสมัยแล้ว และปีนี้เขากลับลงแข่งไม่ได้เพราะโดน CIA ดึงตัวไปเป็นเทรนเนอร์พิเศษให้ใครบางคนน่ะสิ!.

.ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดที่ตัวเองทำได้แค่นั่งดู ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้อาทิตย์นึงกำลังเตรียมตัวกับลีกนี้แล้วแท้ๆ คนอื่นก็มีให้ดึงตัวตั้งเยอะแยะแต่ทำไมต้องมาเป็นเขาด้วยล่ะหา?.

.ละคนที่จะให้ไปฝึกน่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัว นี่จะให้ไปฝึกสายลับหรือผีกันแน่ห๊ะ.

.“โทนี่… ได้เวลาแล้ว” หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งให้มาพาตัวเขาไปเอ่ยชื่อเจ้าตัว โทนี่ถอนหายใจหน่ายๆก่อนจะลุกขึ้นหยัดเต็มความสูงและเดินตามหนุ่มชุดสูทนั่นไป.

.

.

.

.

.

.

.

“ยินดี ต้อนรับ โทนี่ แมนเดซ… ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกับเรา” ชายหนุ่มสูงอายุกล่าวทักทาย ดูท่าคนนี้จะเป็นหัวหน้าหน่วยสินะ หึ วางท่าซะไม่มี

“พูดอย่างกับฉันมีทางเลือกมากอย่างนั้นแหละ”

หัวหน้าสูงวัยไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยกยิ้มน้อยๆแล้วนั่งลงประสานมืออย่างสบายใจ ตรงข้ามกับคนตรงหน้าที่ดูถึงแม้จะหน้านิ่งแต่ในใจนี่เหมือนจะกินโต๊ะได้แล้ว ซ้ำ แต่ก็ยังไม่วายเคี้ยวหมากฝรั่งในปากหยับๆ

“ทำไม ฉัน?” นักแข่งหน้าคมเอ่ยถามอย่างไม่เกรงใจในระดับตำแหน่งของตนกับหัวหน้าหน่วย เท่าไหร่ อิท่าทางไขว่ห้างแขนพาดเก้าอี้นั่น นี่ถ้าไม่ใช่คนที่องค์กรต้องการ คงโดนเสยแสกหน้าไปซักสองสามทีแล้วแน่ๆ มารยาทแทบจะหาจากซอกหลืบเล็บไม่ได้เลยด้วยซ้ำมั้ง

“ฝีมือ มันเห็นกันอยู่ ว่านายน่ะมีความชำนาญในด้านที่เราต้องการ แชมป์สิบสมัยก็น่าจะเป็นตัวการันตีที่ดีได้นะ และที่สำคัญ…. คงจะมีแต่คนแบบนายที่ปรามคนๆนั้นอยู่…..”

“คนๆนั้น?” โทนี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ

“เดี๋ยว นายเจอก็รู้เอง เขารออยู่ที่ห้องฝึกแล้วน่ะ เดี๋ยวคนของผมจะพาคุณไปเอง. ข้อตกลงของเราคือคุณมีเวลาสามเดือนที่จะฝึกคนของเราให้ใช้มอเตอร์ไซค์แบบที่ เราต้องการได้อย่างชำนาญไม่แหกโค้งตายหรือล้มในหุบเขาหรือความเป็นไปได้ไหน ก็แล้วแต่ที่จะพลาดถึงชีวิต พูดง่ายๆคือตีขึ้นมาให้ได้ระดับใกล้เคียงกับนายมากที่สุด. หลังจากนั้นถึงจะได้ค่าจ้าง ผมหมดธุระแล้ว ขอตัว” เจ้านายระดับสูงพูดทิ้งท้ายและเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจในรีแอคชั่นของ คนถูกสั่งซักนิด คงจะมีแต่ลูกน้องของเขาที่เห็นแมนเดซขมวดคิ้วหน้าบึ้งเสมือนจะฆ่าคนได้ล่ะ มั้ง…

สามเดือน? นี่รู้มั้ยว่าเขาฝึกมากี่ปีกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ คิดว่าจะสั่งอะไรก็สั่งได้อย่างงั้นเรอะ ! ล่ามโซ่กันชัดๆ

โทนี่คิดสบถในใจ แต่คิดได้เท่านั้นล่ะ ลูกน้ององค์กรก็พาเขาออกไปยังห้องฝึกทันที

.

.

.

.

.

.

.

โอเค ขอคืนคำเล็กน้อยว่าที่นี่ก็ไม่เลวเท่าไหร่ ห้องฝึกขนาดใหญ่แทบจะเท่าสนามฟุตบอล สายตานิ่งๆนั่นกวาดตามองไปยังมอเตอร์ไบค์แต่ละชนิดที่จอดเรียงรายยิ่งกว่า อู่ซ่อมรถ แต่ละรุ่นราคาตั้งแต่ห้าถึงเจ็ดหลัก บางรุ่นเขายังไม่เคยมีโอกาสได้ลองบิดเลยซักครั้ง

“คุณน่ะหรอที่จะมาเป็นเทรนเนอร์ของผมน่ะ”

เสียงนุ่มทุ้มนั้นดึงความสนใจของโทนี่ให้หันไปมองยังเจ้าของเสียง ชายหนุ่มชุดดำทั้งตัวยืนกอดอกอยู่ตรงมุมห้อง สายตาท่าทางลองเชิงนั่นทำให้แมนเดซถึงกับต้องเดินเข้าไปหา แต่ดูเหมือนมันจะเป็นหนึ่งในสิ่งผิดพลาดที่สุดในชีวิตของโทนี่ แมนเดซ…

มันไม่ใช่ความวางทิฐิที่น่าหมั่นไส้นั่น 
มันไม่ใช่ท่าทางลองเชิงที่น่ารำคาญ

แต่ มันคือดวงตาสีฟ้าเป็นประกายดั่งธารน้ำแข็งที่เยือกเย็นแต่ก็สวยงามไปในคราว เดียวกันที่ทำให้นักแข่งมอเตอร์ไซค์หยุดเคี้ยวหมากฝรั่งแทบจะทันที….

ผิวขาวเนียนและเส้นผมดำสนิทยิ่งช่วยขับให้ดวงตาคู่นั้นน่ามองยิ่งกว่าคู่ไหนๆที่โทนี่เคยเจอมา
คำสบถที่ด่าทอองค์กรนี้ในหัวหายไปจนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“นอก จากจะจับเจ้าหมีรัสเซียนั่นมาทำงานคู่กับฉันแล้ว ซีไอเอยังจะส่งหมีเคราดกอย่างคุณมาสอนผมอีกหรอเนี่ย องค์กรนี้เป็นอะไรกับหมีมากรึเปล่านะ”

แค่ประโยคแรกที่ทักทายก็เรียกอาการคิ้วกระตุกให้คู่สนทนาซะแล้วล่ะ ความชื่นชมเมื่อตะกี๊ลอยหายไปในพริบตา นี่สินะที่หัวหน้าวัยลงโรงนั่นหมายถึง

“ให้มันขับเก่งเร็วๆเหมือนปากซะบ้างล่ะ… โทนี่ แมนเดซ” เขาพูดเหน็บแนมแต่ก็ยังมีมารยาทพอที่จะแนะนำตัวเองให้คนตรงหน้าได้รู้จัก

สายลับวัยอ่อนกว่ามองมือที่ยื่นมานั่น เขาไม่ได้ยื่นมือไปจับตอบ แต่กลับสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนักบิดหน้าขรึม

ใกล้…จนเห็นนัยน์ตาเย็นเยียบและรู้สึกถึงลมหายใจที่รดลงมา

“นโป เลียน โซโล…” เดินก้าวต่อไปข้างหลังแต่ไม่วายหันหน้ากลับมาพร้อมชูบัตรเครดิตของใครบางคน ที่แอบฉกมาตอนไหนก็ไม่รู้พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก นั่นถึงกับทำให้เจ้าของบัตรตาโตหน้านิ่งใส่

ตั้งแต่ตอนไหนกัน !?

“คุณมีอะไรต้องเรียนรู้เกี่ยวกับผมอีกเยอะเลยล่ะ โทนี่ แมนเดซ…”

.

.

.

.

.

.

.

.

อาทิตย์แรกของการฝึกผ่านไป โทนี่ลองให้นโปเลียนอธิบายถึงมอเตอร์ไบค์คันที่ตนเองเคยลองขับในภารกิจต่างๆ เขาให้ลองแม้กระทั่งขับให้ดูว่าสกิลล์ของคนๆนี้มีมากน้อยแค่ไหน ดูรวมๆแล้วก็ไม่แย่อะไร ถึงแม้จะค่อนไปในทางที่น่าจะขับตกเหวตายไปตั้งแต่ครั้งแรกๆที่ขับแล้วก็เถอะ

“นาย ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องสมดุล… นายเอาแต่เร่งความเร็ว สนแต่ความแรงของเครื่อง” เสียงขรึมๆนั่นกล่าวถึงจุดบกพร่องที่มองเห็น หลังจากที่นโปเลียนเพิ่งจอดรถคันที่ห้าได้ไม่นาน

ชายหนุ่มสวมถุงมือพร้อมคว้าหมวกกันน็อคมาแล้วตรงรี่ไปยังคันที่ตนเองชอบ เขาขึ้นคร่อมอย่างคล่องแคล่วและสตาร์ทรถบิดคันเร่งออกไปทันที

เสียงครื่องยนต์ดังกระหึ่มรวมถึงเสียงล้อที่เสียดสีพื้นห้องในทุกขณะที่เจ้า ตัวดริฟท์จนทิ้งรอยไว้ตามทาง ความไวและความคล่องนั้นบ่งบอกถึงประการณ์ความชำนาญได้เป็นอย่างดี โทนี่เร่งเครื่องเป็นระยะจนสร้างความเร้าใจให้กับทุกคนที่ได้เห็น ความดุดันที่ดูมีชีวิตชีวานั่นทำให้สายลับมือไวเผลอมองอย่างไม่วางตา

แมนเดซหยุดจอดรถตรงหน้าโซโล ท่าทางถอดหมวกสะบัดหัวยุ่งๆนั่นทำให้ใครหลายคนใจเต้นได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งนั่นล่ะ !

ขายาวสาวเท้าเข้ามาใกล้

“แบบนี้ต่างหากล่ะที่เรียกว่าขับเป็นจริงๆ” แมนเดซยกยิ้มมุมปากพร้อมขยิบตาให้สายลับปากดีไปทีหนึ่ง 
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มหัดขับใหม่ อย่าหาว่าฉันโหดก็แล้วกันล่ะ”

นโปเลียน โซโลไม่อยากยอมรับ แต่การกระทำแบบนั้นของแมนเดซเริ่มส่งผลไม่ดีต่อใจที่เริ่มเต้นแรงของเขาซะแล้วล่ะ…

.

.

.

.

.

.

หนึ่งเดือนผ่านไป การฝึกยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้นโปเลียนเข้าใจแล้ว ว่าประโยคที่นักบิดหน้าขรึมทิ้งท้ายไว้ตอนนั้น มันเป็นยังไง..

เพราะตลอดสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาฝึกขับมอเตอร์ไซค์ไปมากกว่าที่ขับมาทั้งชีวิตอีกแล้วด้วยซ้ำ! อิตาเทรนเนอร์คนนี้เอาแต่ให้เขาขับไปตามที่บอก ทั้งตรง ทั้งพิสดาร เดี๋ยวให้บิดจนกว่าจะได้ความเร็วที่ควรบ้างล่ะ เดี๋ยวให้บอกส่วนสำคัญของมอเตอร์ไซค์คันนู้นคันนี้บ้างล่ะ เดี๋ยวให้ลองขับเลี้ยวโค้งจนรถแทบคว่ำบ้างล่ะ ทุกครั้งที่ผิดพลาดนั่นหมายถึงการเพิ่มชั่วโมงฝึกไปครั้งละครึ่งชั่วโมง แน่นอนในช่วงแรกๆห้องฝึกนี่แทบจะกลายเป็นห้องนอนของเขาไปเลยก็ว่าได้ !

แต่อีกใจนโปเลียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า ทุกครั้งที่แมนเดซได้บิดคันเร่งรถแต่ละที มันดูฮอทเป็นบ้า…
ฮอท จนเขาเผลอแอบมองกระทั่งลืมดูวิธีการขับที่เทรนเนอร์คนนี้พยายามยัดมันเข้าหัวเขา…

และมันก็ทำให้โดนดุเป็นรอบที่ล้าน…

ให้ตายเหอะนี่เขาคิดอะไรเนี่ยหา !?

ชายหนุ่มไล่ความคิดออกจากหัวและพยายามตั้งใจดูวิถีคนขับนั่นต่อไป

“ฉัน ว่าวิธีเดียวที่จะทำให้นายหยุดมองด้วยสายตาแบบนั้น คือมาขับกับฉัน เดี๋ยวนี้” โทนี่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาดุๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกหรอกนะ สายตาแบบนั้นน่ะ อยากจะบอกเหลือเกินว่าอย่าเอาไปมองใครที่ไหนอีก

“นี่นายมองฉันตอนขับรถงั้นเหรอ?” โซโลเลิกคิ้วขึ้น

โทนี่เสมองไปทางอื่นเหมือนคนโดนจับได้ แต่สุดท้ายก็กลับมาวางมาดอยู่ดี “ไม่ให้มองคนที่ต้องเทรนแล้วจะให้ไปมองล้อมอ’ไซค์ คันไหนรึไง”

มีแต่ความปากดีนั่นล่ะที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง….

“มาสิ รออะไรล่ะ” เสียงแกมดุนั่นเรียกให้เด็กถูกฝึกจำใจเดินเข้าไปหาอย่างห้ามไม่ได้

“ขึ้นไปก่อน ฉันจะซ้อนท้ายนายเอง” คำสั่งนั่นถึงกับทำให้โซโลเลิกคิ้วอย่างตกใจ

“คุณว่าไงนะ?”

“ตามนั้นแหละ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ”

สุดท้ายนโปเลียนก็ต้องทำตาม แมนเดซขึ้นคร่อมซ้อนท้ายตามมาติดๆ ร่างกายสมส่วนนั่นขยับเบียดเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆที่รดลงมา ตรงต้นคอของคนขับ มือทั้งสองที่กำคันเร่งอยู่ถูกวางทับด้วยฝ่ามือหยาบกว่า มันกอบกุมลงมาจนพูดได้ว่าคนๆนี้สามารถขับเองได้แล้วด้วยซ้ำ

“อย่า วอกแวกล่ะ ฉันไม่อยากได้แผลเพิ่ม” เสียงทุ้มเอ่ยใกล้ๆใบหูจนเหมือนเสียงกระซิบ แต่มันดังกระทบเข้าไปแทบจะทุกส่วนโสตประสาทของสายลับมือไวจนเจ้าตัวเผลอ เอียงหน้าไปทางต้นเสียง

เขาจะไม่สติแตกอะไรทั้งนั้น ถ้าการหันครั้งนี้ไม่ทำให้แก้มเนียนๆของตัวเองดันไปสัมผัสกับริมฝีปากและหนวดเคราของโทนี่พอดี….

นัยน์ตาสีฟ้าประกายมองลึกเข้าไปยังดวงตาคมคมแต่เย็นชาตรงหน้าคู่นั้น มันใกล้จนเขาเห็นชัดว่าสีตาของคนๆนี้น่าหลงใหลมากแค่ไหน…

แมนเดซเหมือนถูกสะกดด้วยแววตาที่มองมา สายตาไล่สำรวจมองใบหน้าลงไปเรื่อยๆจนไปหยุดที่ริมฝีปากได้รูปคู่นั้น….

“…..”

“…..”

ไม่มีคำพูดใดๆเล็ดลอดออกมา กระทั่งเท้าของเทรนเนอร์หน้าดุดันไปเตะที่ขาตั้งมอเตอร์ไซค์จนเซเกือบล้ม เสียหลักนั่นแหละ ทั้งคู่ถึงได้เหมือนถูกเรียกสติให้กลับคืนมา

“ฉันว่าเราเริ่มกันเถอะ เดี๋ยวสตาร์ทให้เอง” คนซ้อนท้ายสั่งแบบเก้ๆกังๆ

มีเพียงแค่เสียงตอบรับในลำคอของคนตรงหน้าเท่านั้นแหละที่เป็นคำตอบ..

นโปเลียน โซโล จะไม่ยอมรับหรอกนะว่าการขับครั้งนี้ทำลายสมาธิของเขามากจนใจเต้นรัวขนาดไหน ถ้ารถล้มขึ้นมาเขาคงไม่แปลกใจด้วยซ้ำว่าสาเหตุมันมาจากใคร

โทนี่ แมนเดซ ไม่ได้อยากรู้สึกหรอกนะ แต่อดปฏิเสธไม่ได้ว่าการขับมอเตอร์ไซค์ครั้งนี้ ใจเขาแต้นแรงจนคนข้างหน้าสมควรรู้สึกได้มากแค่ไหนถ้าไม่มีความแรงของเครื่อง ยนต์ช่วยกลบมันไว้น่ะ…

อันตรายกว่าการขับมอเตอร์ไซค์ ก็คงเป็นใจของพวกเขาทั้งคู่นั่นล่ะ…

.

.

.

.

.

.

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีเรื่องอะไรมากมายเท่าไหร่ ถึงแม้การฝึกซ้อมจะทำให้ทั้งคูเข้าใกล้กันมากว่าเดิม แต่ต่างฝ่ายต่างก็ปิดปากเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมา เหมือนว่ามีแค่ตนที่คิดเข้าข้างตัวเองไปคนเดียว

“เย็นนี้ว่างรึเปล่า”

โทนี่ถามขึ้นมาทั้งๆที่ยังหันหลังเปลี่ยนเสื้อจากชุดแขนสั้นเหงื่อซ่กนั่น เป็นแขนยาวพอดีตัว อากาศข้างนอกมันเริ่มเย็นในแบบที่ฤดูใบไม้ผลินั่นล่ะ. โซโลจะเผลอมองแผ่นหลังของนักแข่งมากประสบการณ์ ด้านหลังยังขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดว่าด้านหน้าจะขนาดไหน…

คำถามนั่นถึงกับทำให้คนถูกถามแปลกใจระดับล้าน

“ว่าไง ตกลงว่างรึเปล่า” โทนเสียงนั้นถามย้ำพร้อมกับเก็บของส่วนตัวและสวมแจคเก็ตหนังเตรียมออกไปข้างนอก

ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเขาควรจะปากดีตอบกลับไปแบบจิกกัด แต่ไม่รู้ทำไมคราวนี้ถึงอยากบอกตกลงทนทีอย่างไม่มีเหตุผล “อ…อืม “ ตอบไปทั้งๆที่ใจยังไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว

“มี ร้านกาแฟที่ฉันชอบไปนั่งดื่ม วันนี้มีโปรโมชั่นน่ะ ดื่มคนเดียวคงไม่ค่อยไหว สนใจอยากไปลองไหม. ไม่ต้องตอบแบบปากดีนะ เพราะฉันถามดีๆ”

ไม่ต้องพูดดักคอแบบนั้นนโปเลียนก็ไม่คิดจะตอบแบบลองดีอะไรทั้งนั้นแหละ นี่คนตรงหน้ากำลังชวนเขาออกไปข้างนอกด้วยงั้นเหรอ? เหมือนจะเป็นครั้งที่พวกเขาได้ใช้เวลร่วมกันมากกว่าในห้องฝึกสี่เหลี่ยม ใหญ่ๆนี่สินะ

แค่คนตรงหน้าชวนไปดื่มกาแฟ ทำไมต้องดีใจขนาดนี้ด้วยเล่า !

แน่นอนว่าโอกาสแบบนี้ ชายหนุ่มกลับรู้สึกไม่อยากพลาดมันไป รอยยิ้มหวานนั่นยกขึ้นนิดๆแต่ก็มากพอจะทำให้คนมองหน้าขึ้นสีแบบไม่รู้ตัว

ให้ตายเหอะ ยิ้มหวานขนาดนี้….

“ให้นายวันนึงหรอกนะ” พูดจบก็เดินนำลิ่วออกไปเลย

________________________________

‘โปรโมชั่นคู่รัก ซื้อสองจ่ายหนึ่ง เพียงแสดงว่าคุณทั้งสองเป็นคู่รักกัน รับสิทธิ์กินฟรีหนึ่งแก้วนั้นไปเลย’

สายลับวัยอ่อนกว่าถึงกับต้องทวนประโยคโปรโมชันของร้านซ้ำอีกครั้งหลังจาก เข้ามายืนในร้านได้ซักพัก ใบหน้ามนหันไปมองคนพามาอย่างนึกไม่แน่ใจว่าพามาถูกร้านรึเปล่า

“ผมว่าคุณพามาผิดคนนะ…”

คนถูกท้วงเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ “นายเห็นว่าฉันเคยอยู่กับแฟนรึไงหา?”

คำถามนี้ดูเหมือนจะไปจี้จุดอะไรบางอย่างองคนถามเข้า เอาจริงๆเขาก็ไม่เคยเห็นคนๆนี้พูดจาหรือแสดงท่าทางว่ามีเจ้าของแล้วเลยซักนิด

ไม่..แม้กระทั่งการพูดคุยโทรศัพท์ที่คนเป็นแฟนกัน น่าจะโทรมาถามไถ่บ้างในเวลาที่พวกเขาเลิกฝึกตอนดึกๆ “เป็นสายลับอิท่าไหนถึงดูไม่ออกว่าฉันมีใครรึยังน่ะ”

ไม่รู้ทำไม แต่ประโยคนั้นส่งผลให้โซโลรู้สึกเหมือนโล่งอกกับความกังวลบางอย่างของตนไปหมดเลย

“แต่ฉันไม่ใช่คู่รักนายซะหน่อย จะไปซื้อได้ยังไงกัน” ลองพูดหยั่งเชิงทั้งที่ในหัวคิดไปไหนต่อไหนแล้ว

“เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”

ว่าจบก็จูงมือคนตรงหน้าเข้าไปยังเคาน์เตอร์ พนักงานสาวกล่าวต้อนรับอย่างสดใส จนมาถึงคำถามรับออเดอร์…

“โปรโมชั่นคู่รักชุดนึง…” โทนี่กล่าวออกมาเสียงเรียบๆ

“รบกวนคุณลูกค้าช่วยแสดงให้เห็นด้วยนะคะว่าเป็นคู่รักกันกับ… คุณคนนี้ ถูกมั้ยคะ?” เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

นักบิดมากประสบการณ์ตอบรับด้วยเสียงในลำคอ ในจังหวะที่นโปเลียนได้แต่ทำท่าเลิ่กลั่กเหมือนงงว่าจะต้องทำยังไงดี ใบหน้าของตนก็ถูกมือของอีกฝ่ายจับเบนเข้าหาแล้วริมฝีปากนุ่มๆก็ทาบลงมาแบบ ไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจร้อนๆรินลงมาตรงข้ามแก้มจนใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

“!!!”

บอกได้คำเดียวว่าในหัวของสายลับตอนนี้ว่างไปหมด…
ว่างยิ่งกว่ากระดาษเอสี่หนึ่งหน้าเสียอีก

ถ้านั่นเป็นวิธีหลอกให้พนักงานเชื่อแบบยถาวรแล้วละก็ ขอบอกว่าผลลัพธ์ของมันประสบความสำเร็จอย่างยาวนานเป็นปีแน่นอน

โทนี่ละสัมผัสออกมาช้าๆ มันไม่ใช่การจูบที่ดูดดื่มอะไรทั้งนั้น แต่กลับทำให้นโปเลียนหน้าขึ้นสีจนไปต่อไม่เป็น

“รับเป็นเครื่องดื่มอะไรดีคะ?” พนักงานถามกลับหลังจากได้เห็นวิธี “แสดงความรัก” ของ ‘คู่รัก’ ตรงหน้าจบไป

“เอส เพรสโซ่ร้อนแก้วนึง… นายเอาอะไรนโปเลียน” ใบหน้าคมเข้มหันไปถามคนข้างๆ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังสติกลับมาไม่เข้าที่เท่าไหร่ ต้องถูกเขย่ามือที่ถูกกุมไว้อยู่ตลอดเวลานั่นแหละถึงจะรู้ตัว

“ห…ห๊ะ? ข…ขอมอคค่าร้อนแล้วกัน…”

“แก้วนายกินฟรีนะ ฉันจ่ายอีกแก้วเอง”

“อ..อืม”

ไอความปากดีจอมพยศนั่นถูกกลืนหายไปหมดตลอดการดื่มกาแฟของทั้งสองคน หายไปจนนโปเลียน โซโลดูเป็นคนละคนกับที่โทนี่พบเจอครั้งแรก…

ทำตัวดีๆก็เป็นเหมือนกันนี่…

ประมาณชั่วโมงกว่าๆที่ทั้งคู่นั่งดื่มกาแฟกัน บทสนทนาดูเหมือนจะธรรมดามากกว่าที่คิด ธรรมดาจนคงไม่มีใครเชื่อว่าสองคนนี้เคยกัดกันมาก่อนแทบตาย

“ขอเบอร์ได้มั้ย”

จู่ๆเสียงทุ้มน่าดึงดูดนั่นก็เอ่ยถามออกมาในตอนที่ทั้งคู่กำลังจะแยกย้ายกลับที่พักของตน สายลับซีไอเอถึงกับหันหน้าขวับมามองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ไอท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวนั่นยิ่งทำให้เขาทำตัวไม่ถูก บางทีเรื่องวันนี้มันก็มากเกินกว่าที่ใจเขาจะรับไหว แบบนี้มันไม่ดี ไม่ดีต่อใจเลยซักนิด!

“อย่าให้มากไปหน่อยเลยเทรนเนอร์” พูดจบก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอยู่แบบนั้นหันไม่หันกลับไปมองอีกเลย…

.

.

.

.

.

แมนเดซกลับมาที่บ้านด้วยความรู้สึกเซ็งนิดๆ ไม่รู้ทำไมถึงกล้าถามออกไป และก็ไม่รู้ทำไมถึงเซ็งกับการตอบกลับมาแบบนั้น บางทีอาบน้ำซักหน่อยคงทำให้หายคิดมากขึ้นมาได้บ้างล่ะมั้ง

คิดพลางหยิบเอาสัมภาระออกจากตัว แต่มือกลับไปแตะโดนอะไรเข้าบางอย่าง บางอย่างที่ลักษณะเท่านามบัตรแต่กลับมาอยู่ในที่ๆไม่ควรจะอยู่

ชายหนุ่มหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะพบว่ามันคือการ์ดสีครีมล้วนที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ของใครบางคนเอาไว้ อีกด้านเขียนคำย่อแบบรีบๆแต่ก็ยังอ่านออก

‘Napoleon S.’

ไม่รู้ทำไม แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของโทนี่ครั้งนี้ดูจะมีความสุขกว่าครั้งไหนๆเลยทีเดียว…

-Part 1 End -

___________________________________________

สวัสดีค่ะฟฟฟฟฟฟฟ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะโผล่มาแบบงงๆ ส่วนตัวรู้สึกชอบความหล่อคมในมาดของแมนเดซไม่ได้เลยค่ะ เห็นแล้วมันก๊าวนัก ยิ่งเวลาทำอะไรให้สายลับวางมาดปากดีชอบปีนเกลียวหลุดลุคได้นี่ยิ่ง สะใจ555555

เป็นเรื่องแรกที่แต่งคู่นี้ แถมแต่งส่งให้ benryweekly เป็นครั้งแรกด้วย ก็หวังว่าจะชอบกันไม่มากก็น้อยนะคะ มีอะไรติชมหรืออยากพูดคุยก็สามารถบอกได้ทั้งทางนี้และทวิต @PeaR_RD เลยนะคะ

เจอกันตอนหน้า
 ด้วยรักและเบอร์โทรโซโล ฟฟฟฟฟฟฟฟ

Edhel

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.