สิ่งที่ยังไม่สำเร็จในวันนี้ ใช่ว่าจะไม่สำเร็จตลอดไป

ความเชื่อผิดๆในการใช้ชีวิตวนลูปอยู่กับความผิดหวัง

ด้วยความไร้เดียงสาของวัยเด็ก เรามันจะตื่นเต้นได้ง่ายๆ
และอยากทดลองอะไรหลาย ๆ อย่าง โดยไม่ได้คำนึงถึงว่ามันจะมีผลกระทบอะไร 
จะอันตรายหรือไม่ จะดี หรือจะแย่ 
มุมมองของเด็กในวันนั้น เต็มไปด้วยประกายแห่งความฝัน 
และพลังงานแห่งการเรียนรู้

สเก็ตบอร์ทเป็น 1 สิ่งในประมาณ 100 สิ่งที่อยู่ใน List ที่เราอยากลองทำในวัยเด็ก
ซึ่งสุดท้ายก็ปรากฎเพียงแค่ว่า…มีคนสั่งห้าม…

ด้วยบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่า ทำให้ความฝันของเด็กเลยจบอยู่แค่นั้น 
ความรู้สึกที่พังทลาย เหลือกลายเป็นเป็นภาพความคิดในหัวลอยๆ กับคำถามที่ค้างคาใจและหลายครั้งที่คนสั่งห้าม ก็ไม่ได้ให้คำตอบที่น่าพอใจสักเท่าไหร่

“อย่าทำเลยมันไม่สนุกหรอก” 
“มันอันตราย” 
“เชื่อสิ ลองมาแล้ว”

หรือบางทีก็มีตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบ เสริมเหตุผลให้หนักแน่นเข้าไปอีก

“ดูอย่างเพื่อนคนนั้นสิ เล่นซะเจ็บตัว 
เลือดออก ร้องไห้แงเลยนะ”

บางทีก็นึกสงสัยว่า ถ้าไม่ให้เล่นทำไมถึงมีแผ่นสเก็ตบอร์ทเก่าๆวางไว้ที่บ้านกันนะ

สุดท้ายมันก็กลายเป็นความคิดย้ำๆซ้ำๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่า

“อดเล่นอีกละ”

จริงๆก็เข้าใจว่าเป็นห่วง…

พอเจอแบบนี้หลายๆเรื่องนานๆเข้า มันก็กลายเป็นว่า

การตีความของสมองในหัวมันเป็นการปฏิเสธการกระทำ
เสียงในหัวมันก็พูดกับเราเองว่า “เราทำมันไม่ได้หรอก”

และก็ปกป้องปลอบโยนความรู้สึกของตัวเอง

“จริงๆมันก็อาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้มั้ง 
เพราะงั้นช่างมันเถอะ ไม่ทำก็ได้ ”

สุดท้ายก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้ในที่สุด

เสียงของคนอื่นมันช่างดัง และมีผลกระทบต่อใจตัวเราเองเหลือเกิน
สุดท้ายก็มานั่งรู้สึกแย่ๆกับตัวเองว่าเรามันไม่มีความสามารถ…

ติดกับดักนี้นานไปหลายสิบปี…
.….

.

จนกระทั่งโตขึ้น ได้ใช้ชีวิตอิสระมากขึ้น 
ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่พบเจอด้วยตัวเอง 
ตัดสินใจด้วยตัวเอง
ได้รู้จักคนรอบข้าง ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ

แล้วก็มีโอกาสได้กลับมาทำสิ่งที่เราเคยวาดฝันไว้ในตอนเด็ก 
ว่าอยากจะทำ เช่น 
ตีกลองชุด เล่นดนตรีเป็นวง หรือฝึกการพูด 
สิ่งที่ดูเป็นเรื่องใหญ่ในวัยเด็ก ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเรื่องเล็กๆในวันที่เราโตแล้ว

ตัดภาพมาที่เราเห็นใครสักคนเล่นสเก็ตบอร์ทแล้วพลาดล้ม… แต่เขาก็ยังลุกขึ้นมาได้ เพียงแค่หยุดปัดฝุ่นที่ติดตามตัวและ เค้าก็วิ่งไปเล่นต่อ 
นั้นมันเป็นภาพที่เราไม่เคยนึกถึง!

เลยมานึกย้อนมองตัวเอง 
มันก็จริงที่เราไม่ได้ชอบการล้ม และก็ไม่ได้หวังว่าจะล้มด้วย
แต่เราเชื่อว่า ทางออกมันมีมากกว่าแค่ 1 วิธี

เพราะถ้าหากคุณรู้ว่าเรามีความเสี่ยงที่จะล้ม
ได้โปรดสอนวิธีการเล่นที่ถูกให้หน่อย
หรือถ้าด้วยเหตุสุดวิสัย เราเกิดจะล้มจริงๆ 
ช่วยสอนท่าล้มที่ทำให้เจ็บตัวน้อยที่สุด

จะมีสนับแขนป้องกันหรือมีอุปกรณ์อะไรที่จะช่วยให้ผลลัพธ์มันออกมาดี
แต่ข้อเดียวคือ อย่าห้ามไม่ให้เราลงมือทำ!

“เพราะจริงๆการล้มก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ”
“ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ”

ขนาดเรียนยูโดยังต้องฝึกหมุนตัวล้มเป็นอย่างแรก 
เพื่อการป้องกันตัวเองจากการล้มผิดท่า
และที่สำคัญ เค้าไม่ได้สอนให้เลิกเรียนสักหน่อย…

สเก็ตบอร์ทในเรื่องนี้มันก็เปรียบได้กับหลายๆอย่างที่คนเรา
ไม่กล้าแม้แต่จะคิดลองลงมือทำ 
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

กว่าเราจะเข้าใจเรื่องนี้ก็ใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อในกรอบที่ปลอดภัยมาเป็นสิบๆปี
แต่มันก็ไม่สายเกินไปที่จะเริ่ม Reset ความคิดใหม่ๆ 
วันนี้เลยอยากจะขอสรุปไว้ให้ตัวเราเองหน่อยว่า

สำหรับทุกๆเรื่อง
“การที่เรายังไม่ได้ประสบความสำเร็จในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียใจ
แต่การไม่เริ่มลงมือทำอะไรสักอย่างในวันนี้ จะเป็นเรื่องที่ทำให้เสียใจตลอดไป”

เอาเว้ยกล้าๆหน่อย…

/// PING TR ///
Thammabhon Rojpinyo
Assistant of CEO ของบริษัทที่มีห้องซ้อมดนตรีเป็นของตัวเอง

อายุร่างกาย 25 ปี แต่ในบางความรู้สึกที่ยังคงเหมือนเด็ก ตอนนี้เลยมีความคิดว่าอยากจะเริ่มหัดเล่น
สเก็ตบอร์ท เพื่อเติมเต็มความฝันของตัวเองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ปล.ไว้จะมาเล่าว่าล้มไปกี่ครั้ง :)