Article | เรื่องเล่า แบบ … แนบชิดติดเบาะเก้าอี้นักบิน A350-XWB เครื่องบินลำใหม่ของการบินไทย | Pop FotoDio


สวัสดีครับ

ผม Pop FotoDio

นักบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์และอารมณ์ผ่านภาพถ่ายครับ

จากบทความที่แล้ว ที่ผมได้มาเล่าให้ฟัง ถึงเรื่องราวความประทับใจ ที่ได้เข้าร่วมงานต้อนรับเครื่องบินลำใหม่ล่าสุด สุดไฮเทค ของการบินไทย กับเครื่องบินแอร์บัส A350-XWB หรือในชื่อพระราชทานคือ วิเชียรบุรี กันมาแล้วนะครับ หากท่านใดยังไม่ได้อ่าน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Link นี้ครับ

สำหรับครั้งที่แล้ว เป็นงานต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว ซึ่งผมเองก็ตื่นเต้นมากมายกับการที่ได้เป็นหนึ่งในตัวแทนสื่อที่ได้รับเกียรติให้ไปร่วมงาน ซึ่งก็ได้ใกล้ชิดกับเครื่องบินลำใหม่นี้แทบจะหายใจรดหน้ากันเลยทีเดียว

และเนื่องจากในวันนี้ ทางการบินไทย ก็ได้เปิดโอกาส ให้ตัวแทนสื่อมวลชน ได้มีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมชมกันบนเครื่องบิน A350 ลำใหม่นี้เป็นครั้งแรกกันครับ เรียกว่า เปิดบ้านเยี่ยมชมกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการเลย และผมเองก็ได้รับเกียรติอีกครั้งจากการบินไทยครับ ในการที่ได้เข้าเยี่ยมชมเครื่องบินลำใหม่นี้กันแบบใกล้ชิดยิ่งกว่าครั้งที่แล้วอีก หรือจะเรียกว่า แนบชิดติดเบาะเก้าอี้นักบินกันเลยทีเดียว แค่คิดก็สนุกแล้ววันนี้ อิอิ

ครั้งก่อนว่าตื่นเต้นแล้ว … คราวนี้ผมตื่นเต้นยิ่งกว่า

เอาหล่ะครับ ไหนๆวันนี้ก็ได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชม A350 กันแบบใกล้ชิดขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวผมจะพาทุกๆท่านมารู้จักกับเครื่องบินลำใหม่ล่าสุด สุดไฮเทคลำนี้กันครับ

สำหรับเครื่องบิน Airbus A350-XWB ลำนี้ เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างขนาดกลาง ตระกูลใหม่ ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของการปฏิบัติการบิน ของสายการบินที่มีพิสัยระยะกลางถึงไกลครับ (ก็คือการเดินทางของเที่ยวบินในแต่ละเที่ยวที่มีระยะทางขนาดกลางและไกลน่ะครับ) เครื่องบินถูกออกแบบมาให้มีการลดการใช้เชื้อเพลิงจากเดิมๆ ที่ใช้กันอยู่ ก็สามารถลดได้กว่า 25% เลยครับ ตัวเลขนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยนะครับ หากท่านใดมีประสบการณ์ทำงานอยู่ในสายพลังงาน หรือมีประสบการณ์ในการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องคิดคำนึงถึงต้นทุนด้านพลังงานอย่างเข้มข้นอยู่ตลอดแล้วละก็จะเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของตัวเลข 25% นี้ได้ดีทีเดียวครับ ว่าไม่สามารถที่จะทำได้ง่ายๆเลย ลำพังประสบการณ์ผม แค่ทำได้ 15% ก็ยากมากๆแล้ว (ลดการใช้พลังงาน แต่ Productivity ก็ต้องสูงขึ้นด้วยนะ ไม่ใช่ลดตามไปด้วย ฮา …)

และตัวเครื่อง ยังสามารถลดต้นทุนต่างๆ ที่ใช้ในการบินลงได้อีก ซึ่งก็จะทำให้สายการบินสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆลงได้นั่นเอง และนอกจากนี้ ก็ยังช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมลงอีกด้วย อย่างเช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่กำลังเป็นปัญหาระดับโลกในตอนนี้ … แล้วอย่างนี้ จะไม่ให้เรียกว่า เครื่องบินลำนี้นั้น เป็นเครื่องบินที่สุดแสนจะไฮเทคได้อย่างไร

ถัดมา ก็ขอเข้าสู่เรื่องใกล้ตัวผู้โดยสารอย่างเราๆท่านๆกันเลยละกันนะครับ กับเรื่องราวของห้องโดยสารครับ ซึ่งห้องโดยสารของเครื่องบินแอร์บัส A350-XWB ลำใหม่นี้ จัดมาด้วยความกว้าง ที่กว้างกว่าเครื่องบินโบอิ้ง 787 ถึงหกนิ้วเลยทีเดียวครับ

สำหรับพื้นที่นั่ง ก็ถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ชั้นโดยสารครับ ซึ่งก็ได้แก่ ชั้นโดยสารประหยัด ก็จะมีความกว้างของที่นั่งผู้โดยสารอยู่ที่ 18 นิ้วครับ ถูกจัดวางเรียงกัน 9 ที่นั่งต่อแถว ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับชั้นโดยสารประหยัดครับ นอกจากนี้ ก็จะมีการจัดเรียงแบบ 8 ที่นั่ง สำหรับชั้นประหยัดพรีเมี่ยม และชั้นโดยสารธุรกิจ ก็จะมีการจัดเรียงที่นั่งเป็นแบบ 4 ที่นั่งต่อแถวครับ

ผมนี่ไม่มีพลาด ไหนๆก็ได้ขึ้นมาเยี่ยมชมกันขนาดนี้แล้ว ขอลองนั่งทุกๆชั้นเลยครับ ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวแล้ว ผมชอบมาก เพราะว่าด้วยขนาดหุ่นผมที่ค่อนข้างจะ สมส่วนเกือบๆจะเจ้าเนื้อนิดหน่อย ที่นั่งชั้นประหยัดที่กว้าง 18 นิ้ว ผมถือว่า สามารถนั่งได้พอดี ไม่เบียดครับ มีลองขยับนู่นนิด นี่หน่อย ด้วยเหมือนกัน จำลองว่า กำลังนั่งระยะทางไกลๆ ก็ไม่อึดอัดเท่าไหร่นะครับ (ปกติจะเบื่อมาก เวลาที่ต้องนั่งเครื่องบินที่บินนานกว่า 5 ชั่วโมง … เพราะจากประสบการณ์ที่เคยนั่ง มันจะขยับตัวไม่ค่อยได้ และเมื่อยมากครับ) ที่สำคัญ ห้องโดยสารนี้ ได้ถูกออกแบบมาให้มีความโค้งมน เรียบเนียน มีลายเส้นที่ลื่นไหล ซึ่งก็จะช่วยลดความอึดอัดเวลานั่งเครื่องของผู้โดยสารได้ครับ และอีกหนึ่งจุดที่ผมชอบก็คือ หน้าต่างที่กว้างกว่าเดิม ทำให้ไม่รู้สึกว่า หน้าต่างนั้นเกะกะ ซึ่งก็จะสามารถวางแขนเหยียดขาได้อิสระมากขึ้น และสบายขึ้นมากๆ ไม่มีติดขอบแต่อย่างใด 555 (ใครที่ชอบนั่งริมหน้าต่างแบบผมจะเข้าใจ เหอๆๆ)

สำหรับโถงทางเดิน หรือห้องน้ำ ดูแล้วก็รู้สึกกว้างขวางนะครับ ไม่รู้สึกอึดอัด ถ้าถามความคิดเห็นส่วนตัว ผมมองว่า ก็อาจจะไม่ได้กว้างใหญ่ไปกว่าเครื่องรุ่นอื่นๆเท่าไหร่นัก แต่ด้วยการออกแบบโครงสร้าง สีสัน และบรรยากาศในห้องโดยสารของเครื่องบินลำนี้มากกว่า ที่ทำให้ผมไม่รู้สึกอึดอัดกับห้องโดยสารครับ

ไปต่อกันที่ … ที่นั่งที่ผมไม่ควรจะพลาดอย่างยิ่ง นั่นก็คือ ที่นั่งของชั้นธุรกิจครับ ซึ่งก็จะเป็นที่นั่งที่มีขนาดที่ใหญ่ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอทีวีขนาดใหญ่สูงสุด 12 นิ้ว และยังเป็นจอความละเอียดสูงอีกด้วยครับ และจุดที่ผมชอบมาก สำหรับที่นั่งชั้นธุรกิจของเครื่องบินลำนี้ ก็คือ เบาะที่นั่ง สามารถปรับเอนได้เต็มที่ถึง 180 องศาเลยครับ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ถ้าตั้งใจจะมานอนบนเครื่องนี้แล้วละก็ รับรองได้เลยว่า ได้หลับลึกกันจนถึงที่หมายแน่นอนครับ (สบายมากๆนะ ขอบอก ผมลองมาแล้ว)

ยังไม่จบครับ เรื่องของห้องโดยสารยังไม่จบ ยังมีอีกหนึ่งความสามารถใหม่ของเครื่องบิน A350 ลำใหม่นี้ นั่นก็คือ เทคโนโลยีในเรื่องของไฟที่ใช้ในห้องโดยสารครับ ที่มีความสามารถในการแสดงเฉดสีได้ถึง 16.7 ล้านเฉดสีกันเลยทีเดียวครับ และด้วยความที่แสงไฟที่ใช้ มีความสามารถในการแสดงเฉดสีได้มากมายขนาดนี้ จึงทำให้สายการบินต่างๆ สามารถนำไปดัดแปลงประยุกต์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับสายการบินก็ได้ หรือแม้แต่การสร้างสรรค์บรรยากาศภายในห้องโดยสารได้หลากหลายมาก เช่น การจำลองแสงให้เหมือนพระอาทิตย์ขึ้น หรือตก ตามธรรมชาติ ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดจากภาวะ Jet Lack ของผู้โดยสารได้ด้วยครับ นับเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ

นอกเหนือจากนี้ ผมยังได้รับ สิทธิพิเศษอีกอย่างหนึ่งด้วยครับ นั่นก็คือการได้เข้าเยี่ยมชมห้องนักบินนั่นเอง โหยยยย … มีความตื่นเต้นสุดๆ เพราะยิ่งกว่านั้น ผมยังได้นั่งลงบนเบาะที่นั่งนักบินอีกด้วย มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆครับ กับการที่ได้รับโอกาสแบบนี้

คิดง่ายๆ ชีวิตนี้ จะมีสักกี่ครั้งที่ได้นั่งที่ตรงนี้ ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วครับ ถึงผมจะไม่ได้อยากเป็นนักบินอะไรมากมาย แต่ก็พอทราบอยู่ว่า ความสามารถของคนที่จะได้มานั่งอยู่ในตำแหน่งของนักบินของเครื่องบินนั้นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะครับ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า คนที่เป็นนักบินนั้น เป็นอะไรที่น่ายกย่องมากๆ ในเรื่องของความสามารถครับ

และสำหรับการเข้าเยี่ยมชมเครื่องบิน Airbus A350-XWB ในวันนี้ ก็ยังมีเรื่องให้ผมได้รู้สึกตื้นตันอีกเรื่องหนึ่งด้วย นั่นก็คือ ผมได้บังเอิญมาพบเจอกับเพื่อนผมคนนี้เข้าด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ Surprise มากมายสำหรับผมในวันนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการที่ได้นั่งเก้าอี้นักบินเลยครับ

“ลัญชกร” หรือ “บอย” คือชื่อของเพื่อนผมคนนี้ ซึ่งเราก็รู้จักกันตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนในชั้น ม.1/8 ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์) จน ปัจจุบันที่ต่างคนก็ต่างห่างหายกันไป ก็ด้วยเพราะภาระหน้าที่ของแต่ละคน

บอยเป็นเด็กเรียบร้อยนิสัยดีมากครับ ผิดกับผมที่ค่อนข้างตรงข้าม บอยจึงเป็นเหมือนผู้ช่วยด้านการเรียนสำหรับผมอยู่บ่อยๆ 555 พอนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็กๆ ก็รู้สึกสนุก มีความสุขมากมายจริงๆ (รึนี่ ผมจะแก่แล้ว !!)

ตัวผมเองก็ไม่ได้เจอกันบอยมานานมากๆ ครับ ครั้งสุดท้าย น่าจะเป็นตอนที่บอยยังทำงานที่อื่นอยู่เลยละมั้ง แล้วในวันนี้ที่เราก็ได้กลับมาเจอกัน เพื่อนผมคนนี้ก็เป็นกัปตันของการบินไทยไปเรียบร้อยแล้ว นายแน่มากอ่ะ เท่มาก แล้วก็ขอยินดีด้วย

ดีใจมากๆ ที่วันนี้ การที่ผมได้เดินตามเส้นทางที่ผมรัก ได้ทำให้ผมและเพื่อนได้กลับมาเจอกันอีกที ถ้าจะใช้คำว่า โคตรมีความสุข คงจะไม่เกินเลยไปจริงๆ สำหรับวันนี้ครับ

สำหรับการบอกเล่าประสบการณ์ของผมในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณการบินไทยนะครับ ที่ให้เกียรติผมได้มาร่วมงานเปิดตัวเข้าชมเครื่องบิน Airbus A350-XWB ในวันนี้ และที่จะขาดไม่ได้ ก็คือทีมงาน #Pantae ทุกๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นครูเมย์ คุณชิ้ง #ChinkCanCook อาจารย์แมน และพี่เทิน (กัปตันเทิน #TurnJetRider) ก็ต้องขอขอบคุณบุคคลดังกล่าว มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

และเรื่องราวของผมในวันนี้ก็จบลงแล้วครับ หากเห็นว่าบทความนี้เป็นที่ชื่นชอบ ก็อย่าลืมช่วยกด Share กด Like เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ