ผู้ขมขื่นเองก็เป็นเพียงมนุษย์ ตอน บริหารเหล่าผู้ขมขื่นให้ได้แล้วชีวิตจะดี

ข้าพเจ้ารักสนุกและเสพติดความเพลินเพลินในทุกห้วงของชีวิต การต้องร่วมงานกับผู้ขมขื่นถือเป็นความระอาใจที่ยิ่งยวด ข้าพเจ้าเอือมกับการข้องเกี่ยวกับผู้มองโลกในแง่ร้ายและไร้ชีวิตชีวา

· ผู้ขมขื่นมองตัวเองเป็นเหยื่อเสมอ และคอยแต่ก่นด่าชะตากรรม

· ผู้ขมขื่นมองขาดทักษะในการประยุกต์พลิกแพลงวิธีการแก้ไขปัญหา

· ผู้ขมขื่นมักจะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไม่มากนัก และด้วยเหตุนี้ความขมขื่นของเขาก็จะทบทวีคูณ

ข้าพเจ้าเดียดฉันท์ทัศนะคติในแง่ลบของพวกเขา แต่ความระอายังไม่แย่เท่าความหวั่นใจที่ว่า หากเชื้อร้ายแห่งการมองโลกในแง่ลบรุนแรงพอ หลายกรณีมักไปบั่นทอนกำลังใจของสมาชิกที่ข้าพเจ้าต้องการพลังในการสรรค์สร้างผลงานดีๆ ทำให้หน่วยงานที่โชคร้ายนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรที่ไร้แรงใจในการทำงาน

ด้วยสติปัญญาและกำลังใจอันจำกัด วิธีเดียวที่ข้าพเจ้าใช้บริหารผู้ขมขื่นอยู่คือการตัดใจไม่อินังขังขอบกับอารมณ์ของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง โดยการกรองความขุ่มมัว, และถ้อยคำเสียดสีอันแย่ๆของเหล่าผู้ขมขื่นออกไปจากสารน์ที่เขากำลังสื่อถึงข้าพเจ้า
เมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้ว ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็มกำลังในแก้ไขปัญหาให้พวกเขาเพียงเท่านั้น ข้าพเจ้าหยุดสนเสียงรำพันและความโศกาของมนุษย์เหล่านี้ ข้าพเจ้ารู้สึกเองว่าไม่ว่ากิจใดก็ตามที่ไม่ว่าใครก็ตามพยายามทำก็ไม่เคยดีพอ พวกเขาอาจเสพติดความขมขื่นไปแล้ว

เหล่าผู้ขมขื่นเหมือนมีพลังพิเศษในการดูดพละกำลังคนอย่างข้าพเจ้าเหลือเกิน ถึงอาจดูใจไม้ไส้ระกำแต่ความไม่ใส่ใจต่ออารมณ์ของคนกลุ่มนี้ เป็นหนทางเดียวที่ข้าพเจ้าจะสามารถทนแวดล้อมด้วยพวกเขาได้อย่างไม่ขาดใจ

* ทั้งนี้หากมีวิธีอื่นที่สามารถใช้บริหารทรัพยากรกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ โปรดทำทานทางปัญญาให้ข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจนใจ

ผู้ขมขื่นเองก็เป็นเพียงมนุษย์จ้ะ — บริหารเหล่าผู้ขมขื่นให้ได้แล้วชีวิตจะดีเอง (หากแต่อย่างไรเล่า ขอเถิดจงแบ่งปัน)