รวมวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นต่างๆ ในรถของคุณ

เชื่อว่าหลายคนที่ใช้รถล้วนเคยประสบปัญหากับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร ซึ่งนอกจากสร้างมลภาวะทางจมูกแล้ว ก็ยังทำให้การเดินทางของคุณไม่สดชื่นหรือไม่มีความสุขกับการขับรถอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีการกำจัดกลิ่นได้ง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองมาแนะนำกันครับ

อันดับแรกดูดฝุ่นและทำความสะอาดพื้นพรม-พรมรองเท้า ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีน้ำหรืออาหารหกใส่ ก่อนทำความสะอาดอย่าลืมเช็คก่อนที่ป้ายสัญลักษณ์วิธีการดูแล ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ใช้ได้กับเครื่องซักผ้าหรือไม่ ส่วนผงซักฟอกที่ใช้ควรเลือกแบบที่มีสรรพคุณกำจัดกลิ่นอับชื้น และเพิ่มความหอมสดชื่นให้กับรถคุณ ในกรณีที่ไม่สามารถซักอุปกรณ์เหล่านี้ได้ ก็ให้แก้ไขโดยการแช่อุปกรณ์กับน้ำสบู่และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค จากนั้นค่อยนำผึ่งหรือตากให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใส่ในรถ

หากพบว่ากลิ่นเกิดจากเบาะ ก็เริ่มขั้นตอนด้วยการวิธีดูดฝุ่นเช่นกัน จากนั้นใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะ (หาซื้อได้ทั่วไปมีทั้งแบบสำหรับเบาะผ้าและเบาะหนัง) โดยฉีดไล่น้ำยาลงจากด้านบนของเบาะลงสู่ด้านล่าง แล้วใช้ผ้าเช็ดถูไปที่ผิวเบาะ สำหรับในจุดที่เป็นมุม ผ้าไม่สามารถเข้าถึง ก็ใช้แปรงสีฟันทดแทนได้ จากนั้นก็เช็ดซ้ำด้วยผ้าสะอาดอีกที หรือหากว่าไม่มีน้ำยาทำความสะอาด ก็สามารถใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำมะนาวทดแทนได้เช่นกัน วิธีการก็ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำที่ผสมไว้ เช็ดถูให้ทั่วเบาะ จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งอีกที ซึ่งคุณสมบัติก็สามารถช่วยขจัดกลิ่นอับในรถยนต์ได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญการทำความสะอาดเพื่อขจัดกลิ่น ควรทำไว้ที่ช่วงมีแดดและควรเปิดประตูรถทุกบานไว้ด้วย ในกรณีที่กลิ่นมาจากระบบปรับอากาศ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีความชื้นตกค้างอยู่ในระบบ การแก้ไขก็ควรหมั่นไล่ความชื้นเป็นประจำ โดยการกดปุ่ม A/C เพื่อปิดความเย็น แล้วเปิดลมแรงสุดประมาณ 5–10 นาที ก่อนดับเครื่องยนต์ก็ช่วยทำให้กลิ่นทุเลาลงได้

แต่หากทำตามวิธีข้างต้นแล้ว พบว่ายังมีกลิ่นหลงเหลืออยู่ ก็สามารถใช้ตัวช่วยอื่นๆ เช่น น้ำหอมหรือสเปย์ดับกลิ่น ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้นอกจากจัดการกับกลิ่นฉีดได้ดีพอสมควรแล้ว ก็ยังช่วยขจัดเชื้อโรคที่สะสมอยู่ในห้องโดยสารอีกด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะส่งผลดีทุกครั้งไป เพราะในบางกลิ่นน้ำหอมเมื่อผสมกับกลิ่นอับในรถ อาจทำให้กลิ่นยิ่งทวีความเหม็นมากกว่าเดิมได้ นอกจากนี้ก็สามารถใช้เจลผงถ่าน ซึ่งช่วยทั้งเรื่องดับกลิ่นอับในรถและให้ความหอมได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน หรืออาจใช้ของที่มีอยู่หรือหาได้ในบ้านได้ เช่น กากกาแฟ ใบเตย ตะไคร้ ใบมะกรูด ดอกมะลิ มาใส่ไว้ในรถได้ แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานจนแห้ง เพราะอาจทำให้กลายเป็นผงฝุ่นสะสมอยู่ในรถได้

อย่างไรก็ดีหากทำทุกวิธีตามแนวทางที่แนะนำมาทั้งหมด แล้วกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรถคุณยังไม่หายไป ควรนำรถเข้าคาร์แคร์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่วนใหญ่มีบริการอบโอโซน และทำความสะอาดเบาะ-พรม หรือกรณีหากสาเหตุมาจากระบบปรับอากาศก็ควรนำรถให้ร้านแอร์ตรวจเช็คอย่างละเอียด

…ถ้าคุณรักรถเหมือนลูก ให้รู้ใจดูแลเถอะครับ รักรถเต็มหัวใจ ให้ “รู้ใจ” ดูแลรถให้คุณ คลิกเช็คเบี้ยประกันรถฟรี หรือโทรให้เราช่วยที่ 02 117 2222

Original Article

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.