ประสบการณ์ฝึกงานที่ Appsynth จาก Designner สู่ Developer

Chaitawat
Chaitawat
Jul 27, 2017 · 3 min read

ห๊ะ Designner จะไปเป็น Developer เนี่ยนะ !

ฟังไม่ผิดหรอก

ประสบการณ์ที่ มหาวิทยาลัยสอนให้เป็น Designner / Programmer เมื่อถึงฝึกงานได้เรียนรู้กับ การเป็น Developer

ตอนอยู่มหาวิทยาลัย ก่อนฝึกงาน ก่อนช่วงชั้นปีที่ 3เทอม 2 เป็นช่วงที่นักศึกษาหาที่ฝึกงาน อาจารย์ให้หามากันเอง และ หามาเสนอ


ทั้งหมด 10 ที่ โดยมีเงื่อนไขว่า

พนักงานในบริษัท ต้องมากกว่า 15 คน , ต้องเป็นบริษัทที่ตรงกับสายงานที่เรียนและสามารถเอาไปใช้ในการทำโปรเจคจบได้, ต้องไปที่นั่น สูงสุดได้ทั้งหมด 2 คน, เฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น


คิดหนักเลยทีนี้ เพราะว่าเป็นคนต่างจังหวัด เรียนก็อยู่ที่เพรชบุรี ไม่ค่อยรู้จัก
กรุงเทพมากเท่าไหร่ ผมก็หาที่ฝึกงานไปเรื่อยๆ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากทำ
Mobile Application ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้มหาวิทยาลัย ผมหลักสูตรที่สอนสามารถไปเป็น Designner และ Programmer ได้ ทางมหาวิทยาลัยจะเน้น ไปที่ Designner มากกว่า เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็หา ทั้งหมด 10 บริษัท ได้ปรึกษากับเพื่อน เพื่อนแนะนำ ว่ามา บริษัท นี้ไหม Appsynth เป็นบริษัทต่างชาติ และ มีภาษาอังกฤษ สอนด้วย
ตอนแรกที่ได้ยิน ยอมรับว่ากลัวมาก กลัวในที่นี้ คือ กลัวคุยกับเขาไม่รู้เรื่องเพราะ
ตัวเองเป็นคนไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่อยากฝึกภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้นด้วยเลย ตัดสินใจเลือกที่นี่แล้ว ส่ง Resume และ Portfolio ง่อยๆ ของตัวเองไป

เมื่อส่งไปได้รับการติดต่อ สัมภาษณ์ดีใจมากตอนนั้น เพราะส่งไปที่อื่น เงียบหมดเลย T T เมื่อนัดสัมภาษณ์ คนที่สัมภาษณ์ คือ พี่โย ให้เลือกเวลาว่าอยากสัมภาษณ์เวลาไหน ก็เลยหาเวลาที่ว่างที่สุด แล้วเลือกไป

ประสบการณ์ สัมภาษณ์ทางมือถือครั้งแรก ตื่นเต้น มากเพราะไม่รู้เขาจะถามอะไรบ้าง จะเป็นเชิงเทคนิคของโปรแกรมไหม? เพราะไม่ได้เรียน วิศวะ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์มา กลัวตอบไม่ได้คิดไปเรื่อยๆ จบถึงเวลา สัมภาษณ์ คำถามที่ถามเป็นคำถามง่ายๆ ไม่กดดันมาก เป็นคำถามเบสิค ( แต่ก็ตื่นเต้นอยู่ดี ) เพราะ สมัครเข้าไปเป็น iOS Developer กลัวโดนคำถามเกี่ยวกับ iOS แบบเจาะลึกมาก เพราะว่า ที่เรียน iOS ไป เรียนไปแค่พื้นฐานเท่านั้น ในตอนการสัมภาษณ์ ก็ตอบแบบ ตื่นเต้นไป ตอบผิดๆถูกๆ เพราะตื่นเต้นมาก สุดท้ายก็สำเร็จไปด้วยดี


รอผลสัมภาษณ์ รอไปเรื่อยๆ เพื่อนที่สมัครด้วยกันบอก ว่าติดที่นี่ Appsynth ส่งเมลล์มากบอก ส่วนผม ตอนแรกคิดว่าไม่ติดเพราะว่าไม่มีเมลล์ส่งมาให้ นึกว่ารับแต่เพื่อนเท่านั้น เลยก็ทำใจแล้ว ก็อยากไปขอดูเมลล์เพื่อนว่าเขาส่ง มาแบบไหนดูอีกที เขาบอกว่ารับ ทั้งสองคนแต่ส่งเข้าเมลล์เพื่อน ตอนนั้นดีใจมาก นึกว่าจะไม่ติด ซะแล้ว
ดีใจมากครับ T T หลังจากนั้นก็ทำเรื่องเตรียมตัวเข้าฝึกงานกับ Appsynth


ฝึกงานครั้งแรกกับ​ Appsynth ในตำแหน่ง iOS Developer

มาครั้งแรกไม่รู้ว่าจะเจอไรบ้าง ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้ ไหม คิดไปเยอะมาก พอได้คุยกับ พี่โยที่คุมฝึกงานแล้ว ก็สบายใจ วันแรกคือ แนะนำกับทุกคนในบริษัท แต่ก็ไม่สามารถจำชื่อ ใครได้เลย 555
ในอาทิตย์แรก ยังไม่ได้ทำ อะไรมาก แค่เรียนรู้ระบบการทำงานของที่นี่ว่าทำ อะไรบ้าง ที่นี่ใช้ระบบแบบไหนในการทำงาน
เลยเอางานที่มหาวิทยาลัย มาทำก่อน เพราะพี่เขาจะ สอน อาทิตย์ที่ สองจัดตารางให้

รู้เรียนสิ่งใหม่ที่ Appsynth

เรียนรู้ในที่นี้คือ การเปิดโลกกว้าง มากขึ้นเพราะในมหาวิทยาลัย เขาจะสอนพื้นฐานให้เรา พอมาฝึกงาน เขาจะสอนการทำงาน และการประยุกต์ใช้กับสิ่งใหม่ๆ ตอนแรกที่มาทำงานที่นี่ ฟังภาษาพี่ที่ฝึกงานไม่รู้เรื่องเลย เพราะการที่เราเรียน Design มากกว่า Program ทำให้บางคำศัพท์ งงงง ล้านตัวว แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็เริ่ม พูดไม่รู้เรื่องบ้าง 55555

สิ่งที่ได้ เรียนรู้ที่นี่ คือ
• ระบบงานการทำงานเป็นทีม
• React Native

ฝึกการเขียน React Native

ตอนแรก นึกว่าจะได้เขียนภาษา Swift แต่ ได้ฝึก React Native แทน ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็เริ่มเรียนครั้งแรก กับ พี่กาน และ พี่โย ที่มาสอนให้ใช้ React Native

https://www.appcoda.com/wp-content/uploads/2015/04/react-native.png

React Native คืออะไร ?

เป็น ภาษา hybird จะคล้ายๆ กับ Web Application แต่จะเรียนกว่า ทำงานได้ลื่นกว่า
React Native, เป็น Open Source Framwork ที่ถูกพัฒนาโดย Facebook เพื่อให้นักพัฒนาโมไบล์แอพฯ สามารถพัฒนาแอพ iOS, Android ได้โดยใช้ภาษาที่เหมือนกับ HTML เรียกว่า JSX ร่วมกับภาษา JavaScript

React Native จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ js JavaScript Framework ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเขียนชุดคำสั่งแบบ React.js เพื่อการพัฒนา iOS App ได้โดยตรง จุดสำคัญอยู่ที่ ถ้าเรามีทักษะความรู้ด้านนี้อยู่แล้ว เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ยากนัก

React Native ใช้แนวคิดที่เรียกว่า Learn once, write anywhere หมายความว่า React Native อนุญาตให้ใช้ native iOS components ในการใช้ Native iOS components และอนุญาตให้มีการปรับเปลี่ยนไปยัง UI ผ่าน JavaScript thread ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง จากหลักการนี้เอง ทำให้เราได้ความรู้สึกในการทำงานแบบ Native และลื่นไหล แม้ว่าการทำงานทั้งหมดจะทำงานด้วยชุดคำสั่ง JavaScript ก็ตาม (imatthio, 2016)

คร่าวๆ แค่นี้ละกัน ส่วนตัว คิดว่า React native ไม่ยากเท่าไหร่ ส่วน พอเข้า Redux โคตรยาก ต้องใช้ความเข้าใจมากขึ้น

แต่ก็ไม่ยากเกินถ้ามีความพยายามและเปิดรับทำความเข้าใจกับมัน

ถ้าอยากศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

สองเดือนกับการฝึกงานที่ Appsynth

เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากเพราะจากการที่ เข้ามาลองทำงานลองคิดโปรเจค เอง ทำงานร่วมกันกับเพื่อนหาสิ่งใหม่ๆมาใช้ร่วมกันประสบการณ์ทำงานเป็น ชิวๆ สบายๆ เรื่องไหนไม่เข้าใจก็สามารถถามรุ่น พี่ได้ศัทพ์ที่ใช้ตอนแรกไม่เข้าใจเลย ว่ามันคืออะไร ตอนนี้ก็พอรู้เรื่องบาง แต่ยังไม่ทั้งหมดส่วนตัวแล้ว ค้นพบว่า มหาวิทยาลัยส่วนพื้นฐานให้เรา ถ้ามาทำงานจริงๆมันมีมากกว่านั้นมากๆ ถ้าหยุดหาความรู้ให้ตัวเอง จะไม่สามารถตามทันโลก IT ที่เปลี่ยนไปได้มันไวๆ มากๆ
แต่โชคดีที่เรียนการเขียน Web มาเลยทำงานได้ไม่ยากในการการเขียน React Native เพราะมันทำ Web เหมือนกัน ภาษาที่ใช้จะคล้ายๆกันเลยทำงานได้ง่ายขึ้น
ถามงานรุ่นพี่ได้ในเรื่องที่ไม่รู้

ปัญหาที่พบเจอในการทำงาน

เนื่องจาก เรียน Design มาค่อนข้างเยอะ ส่วนที่ทำไว จะเป็น Font-end ส่วนที่ ทำช้า จะเป็น Back-end เพราะต้องจัดการเกี่ยวกับ Database ซึ้งส่วนตัวไม่ค่อยถนัด เท่าไหร่เพราะถนัด Font-end มากกว่า ภาษาที่ใช้ ค่อนข้าง Update บ่อยทำให้ บางส่วนที่มัน
ควรจะใช้ได้ดันใช้ไม่ได้ ต้องแก้ปัญหา โดยลองทางอื่นอีกที

บรรยากาศที่ Appsynth

เนื่องจากเป็นที่บริษัท Appsynth เป็นบริษัทต่างชาติสังคมทำงานที่นี่จะเงียบๆ ชิวๆ ทุกต่างทำงานมีคุยเล่นๆกัน ใครมีอะไรใหม่ๆ ก็มาแชร์ความรู้ลองเล่นของใหม่ด้วยกันๆ รุ่นพี่เป็นกันเองกับ ศึกษาฝึกงานๆ มีกิจกรรมทุก สองสัปดาห์ และ ทุกสิ้นเดือน
ทุกสองสัปดาห์จะมี การเลี้ยงอาหารให้ทาน
ส่วนทุกเดือนจะ เลี้ยงเครื่องดื่ม

สรุปสิ่งที่ได้รับจากการฝึกงานที่ Appsynth

ได้ความรู้ใหม่ๆศัทพ์ที่ Develop ใช้กัน เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การประสานงาน ระบบทำงานของบริษัท การใช้โปรแกรมที่ยังไม่ค่อยลองใช้ การถามงานที่ ตนเองยังไม่รู้ การช่วยเหลือกันให้งานดำเนินให้สำเร็จ ได้รับประสบการณ์ในการทำงานใหม่ๆ ที่นี่ จาก Designner สู่ Developer ที่จะนำความรู้ที่ได้ไป พัฒนาโปรเจคจบ และใช้ทำงานในอนาคต

    Chaitawat

    Written by

    Chaitawat