ประการณ์นั่งเครื่องกับ ผู้โดยสารอันหลากหลายวัฒนธรรม เชื้อชาติ

ในระหว่างขึ้นเครื่องจากสิงค์โปรกลับไทย
มีผู้โดยสารมากมาย ซึ่งน่าจะเต็มลำ มีคนไทย คนจีน ฝรั่ง แขก
ทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยดี จนตอนเข้าเกจ ทางที่เป็นทางเชื่อมกับตัวเครื่องบิน
ก็มีสิ่งผิดปกติ คือคนแน่นจนไม่ขยับ
โดยปกติอาจจะมีช้าบ้าง แต่นี่ยืนนิ่งไม่ขยับมาพักนึง
ซึ่งก็เดาว่า ต้องมีผู้โดยสารบางราย หรือบางกลุ่มที่มีปัญหาแน่ๆ (ซึ่งก็คงไม่พ้นพวกกระเป๋าที่ขนมาคนละใบสองใบ ถุงนั่นนี่อีก)
แต่แม้จะยืนรอกันนานผิดปกติ แต่เครื่องบินกับบินตรงเวลาเปะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ก็แปลกดี
คือแม้จะเสียเวลาช่วงจะเข้าเครื่อง แต่พอเข้ามาปุ๊บ ทุกอย่างไวมาก ปิดประตูเครื่องขยับ 17.05 ตามเวลาเลย

(มาคิดๆ หรือว่า เค้าจัดให้พวกมีปัญหามันขึ้นก่อนหว่า ฮ่าๆ พอคนปกติขึ้น ทุกอย่างเลยจบอย่างไว)

[แนะนำตัวละคร]

รอบตัวผมประกอบไปด้วยความหลากหลายเชื้อชาติทีเดียว
ผมนั่งริมทางเดิน ส่วนข้างๆเป็นเด็กฝรั่ง ประมาณเด็กประถม ส่วนริมหน้าต่างเป็นพ่อของเด็ก
ผมเดาว่าเป็นอเมริกัน เพราะเห็นชอบเบสบอล (อาจจะผิดก็ได้นะ)

ส่วนข้างหน้าผมเป็นฝรั่งเหมือนจะเป็นเพื่อนกับคนที่นั่งแถวเดียวกับผม
ส่วนตรงกลางหน้าว่าง และริมหน้าต่างเป็นคุณป้าชาวจีน

ทีนี้ฝั่งตรงข้ามแต่เยื้องผม 1 แถวริมทางเดิน เป็นเด็กฝรั่ง เพื่อนของเด็กที่นั่งข้างๆผม
ส่วนข้างๆของเด็กคนนี้เป็นชาวจีนทั้งสองคน ชายแก่นั่งริมหน้าต่าง หญิงแก่นั่งกลาง

ซึ่งคนจีนน่าจะเป็นทัวร์ นั่งกระจัดกระจายแต่เหมือนรู้จักกันหมดเลย

ก่อนเครื่องจะออก เริ่มโหมโรงเพลงแรกด้วย พนักงาน ถือกระติกน้ำร้อนสไตล์คนจีน เดินหาเจ้าของ ที่ไปทำตกไว้ก่อนจะเข้าเครื่อง -_-’

จังหวะนั้นก็มีผู้หญิงคนนึง เหมือนจะหาที่เก็บของไม่ได้ ก็เลยมาใช้ตรงที่อยู่บนหัวผม
(ผมเอากระเป๋า และก็ถุงใส่แผ่นเสียง ไว้ตรงข้างล่างที่นั่งตัวเอง)
ยัยเจ๊คนนี้ก็เริ่มดอกสองระหว่างจัดของตัวเอง กระเป๋าสะพายของเธอก็ฟาดหน้าเบาๆ (อันนี้เบาจริงๆ ไม่ได้เจ็บอะไร) แต่ก็ทำเอาตกใจเหมือนกัน นั่งๆอยู่ มาโดนเฉยเลย แต่ก็ sorry กันไป
แต่เราก็ฮา อะไรของเธอวววว

ทีนี้เครื่องก็ออกตัวขึ้นฟ้า ทุกอย่างก็ราบเรียบดี
ฝรั่งคนพ่อ ที่นั่งริมหน้าต่างก็เปิด iPad ดูวีดีโอ แข่งเบสบอล
คือเราไม่รู้จะทำไร ก็เลยแอบดู ฮ่าๆ
ทีนี้นึกได้ว่า เออ ไม่มีอะไรทำเลย ก็เลยหาเรื่องใส่ตัว ด้วยการเปลี่ยนซิมมือถือดีกว่า
ซึ่งเราก็เลือกท่ายาก (มาคิดแล้ว กูจะทำให้มันยากทำไมเนี่ยยย)
คือเราหยิบซิมเดิมมาคีบไว้ แล้วก็แกะซิมใหม่ไปด้วย -_-’ (แทนที่จะหยิบซิมเดิมออกและค่อยเอาซิมใหม่ที่เก็บไว้ออกมา)
จริงๆ มันก็ไม่น่าจะมีเหตุอะไรหรอก
จนพนักงานเดินมา คุณธวัชใช่ไหม
(อึ้งๆ เล็กน้อย ตูไปทำอะไรผิดวะ)
อาหารที่สั่งได้แล้ว ขอพาสปอร์ตด้วยคะ

คือตอนนั้นงงๆ เพราะตั๋วเครื่องบินจัดการให้หมด
แล้วมันบินแค่สองชั่วโมงกว่าๆเอง ไม่คิดว่าเขาสั่งอาหารให้ด้วย
ก็เลยงงๆ ไปเล็กน้อย
จากนั้นก็ไปหยิบพาสปอร์ตในถุงใส่แผ่นเสียง
และก็กางแผ่นวางจาน
จากนั้นก็พลันนึกได้ว่า “เชี้ยยยย ซิมกูละ”
แต่ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
ทุกอย่างมันแน่นไปหมด
ของที่วางบนโต๊ะ
กระเป๋าที่วางข้างใต้
พยายามมองไปข้างๆ ก็ไม่เห็นซิม
ก็เอาวะ มันคงตกในถุง หรือข้างใต้นี้แหละ
กินข้าวก่อนละกัน เพราะขยับหรือทำอะไรไม่ได้แล้วอะ T_T
พอกินเสร็จ ก็ต้องรอพนักงานมาเก็บขยะ
..นี่ถ้าจิตใจหยาบกว่านี้อีกนิด คงวางกล่องบนพื้นแล้วเอาที่วางเก็บเข้าที่นั่ง เพื่อค้นของแล้ว
แต่เราต้องสงวนท่าทีนิดนึง แม้ใจแทบจะระเบิดดด
สักพัก พนักงานก็มาเก็บขยะ เราก็เริ่มโหมโรงหาของ
เริ่มจากถุงใส่แผ่นเสียง
ซึ่งนอกจากแผ่นเสียง 1 แผ่นแล้ว ในนั้นประกอบไปด้วยใบแผ่นพับหลายใบ
และก็ถุงใส่ของฝากอีกสองถุง
เราก็ค่อยๆหา โดยหยิบรื้อออกมาทุกอย่าง
ส่วนเด็กข้างๆ กับคนพ่อหลับ เขาก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร
จบถุงแรก ยังไม่มีวี่แวว
เราก็เลยหาของในกระเป๋า เพราะจำจังหวะนั้นไม่ได้ว่า ไปเผลอเก็บก่อนให้พาสปอร์ตหรือเปล่า
ในกระเป๋าหลักก็จะมีกระเป๋ากล้อง ก็รื้อๆๆ แต่ก็ไม่เจอ
จนเอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว มันไม่ต้องอายอะไรกันอีก
ก็เอาของทุกอย่างวางกับพื้น และก็ลุกขึ้น เพื่อก้มดูบริเวณใต้ที่นั่ง แต่มันก็ไม่มี…

ตอนนั้นแบบ โคตรเซ็งตัวเอง ทำไมจังหวะมันโชคร้ายแบบนี้วะ
ก็นั่งแบบทำใจไปสักพัก…

คุณป้าที่นั่งริมหน้าต่างแถวหน้าก็เริ่มขอลุกไปเข้าห้องน้ำ ครั้งที่ 1
ฝรั่งที่นั่งริมทางเดินก็ลุกให้อย่างสุภาพ
จุดเด่นของคุณป้าคนนี้แกจะยิ้มกว้างแบบเห็นแล้วโกรธไม่ลงอะ
(ซึ่งเดาว่านั่นเป็นสาเหตุที่แกอยู่มาได้จนทุกวันนี้)

คุณป้าก็กลับมานั่งที่ อีกสักพักแกก็ลุกขึ้น และฝรั่งก็ลุกให้แกออกมา
ส่วนคุณป้าคราวนี้ไม่ได้เข้าห้องน้ำ แต่แกมาเพื่อหยิบของอะไรสักอย่าง
และก็แกก็ทางกลับเข้าที่อีก
ซึ่งทุกครั้งคุณป้าก็ยิ้มหวานนนนนนตลอด

เหตุการณ์ก็ผ่านไปอีกสักพัก ผมยังทำใจเรื่องซิมไม่ได้
เอาวะ หาแม่งอีกที ทุกก็วนเหมือนรอบแรก ผมรื้อของตามลำดับ
และก็จบด้วยลุกขึ้น ก้มๆ เงยๆ มองโดยรอบก็แล้ว
และก็จบด้วยความผิดหวังเช่นเดิม…

คราวนี้รู้สึกว่าคงต้องทำใจจริงๆละ
แต่แล้วก็มีคนข้างหลังมาสะกิด ให้หันไปข้างๆ
พอผมหันไปด้านข้าง
ก็เห็นฝรั่งที่นั่งข้างหลังฝรั่งตรงข้าม แกชี้นิ้ว ไปที่พื้น
โอ้ว แม่เจ้า เจอซิม สีขาวบนพื้นแดงแจ๊ดแล้วววววววววววว มันอยู่ข้างหลังผมไปติ๊ดนึง

ผมคิดทันที มันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่เห็น
แน่นอน คนร้ายต้องเป็นอีตาคนข้างหลังที่เผลอเหยียบตอนนั่งหลับ และก็มารู้ตัวตอนยกเท้าแน่ๆ T_T

และแล้วก็จบมหากาพย์หาซิมของตัวเอง ซึ่งในสายของคนที่พบเห็นคงแบบ
อีนีี่ เป็นอะไรมากป่าวเนี่ย ลุกลี้ลุกลนเหลือเกิน T_T

แต่แล้วความหรรษาบนเครื่องบินลำนี้ยังไม่จบ
เมื่อผมสบายใจละ ก็เลยมีเวลามาสังเกตุสิ่งรอบตัวต่อ (ว่างก็เลยเสือกนั่นเอง)
เริ่มด้วย คุณป้าคนจีนอีกท่านนึง มาจากไหนก็ไม่รู้มาชี้ๆ ที่เก็บของฝั่งตรงข้ามผม
จนฝรั่งคนที่นั่งหน้าผมเขาเห็นแล้วคงรู้ว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง
ก็เลยลุกขึ้นและก็ช่วยหยิบของ ซึ่งคุณป้าก็ส่ายหัว
คุณฝรั่งก็เลยลองเปิดที่เก็บของที่อยู่ถัดไป
และก็เจอกับกระติกน้ำสีม่วงอันที่ผมเห็นพนักงานเดินหาเจ้าของอยู่
คุณป้าคนนั้นก็ยิ้ม และก็ผงกหัว
ในที่สุด ก็ตามหาเจ้าของจนเจอแล้ว!
ฝรั่งที่นั่งแถวเดียวกับผมก็มองเหตุการณ์นี้อยู่
แกถึงกับหัวเราะ และก็ขอจับมือ กับฝรั่งที่นั่งหน้าผม

จากนั้น ก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้ร้องไห้ลั่นเครื่องบิน
คุณป้าจอมยิ้ม แก็หันหลังมายิ้ม แล้วก็หยิบขนม เพื่อขอออกไปปลอบเด็ก
(ซึ่งผมก็แน่ใจว่าป้าแกรู้จักกันหรือเปล่า หรือเพราะเป็นคนจิตใจดีงามเลยอยากปลอบเด็ก)
แต่คิดว่าพนักงานคงไม่ใจดีกับป้าแน่ๆ
เพราะป้าทำเศษขนมหกข้างทางเดิน (มันเป็นขนมปังกรอบ) T_T

ความบันเทิงของเครื่องบินลำนี้ยังดำเนินต่อไป
เมื่อคุณป้าฝั่งตรงข้ามแกลุกขึ้น จะขอออกไปเข้าห้องน้ำ
แต่เด็กฝรั่งที่นั่งริมทางเดินนั้นหลับเป็นตาย (น้องเขาเอาที่วางของมากางแล้วก็วางแขนหลับบนนั้น)
คุณป้าก็สะกิด เด็กก็ไม่ขยับ จนคุณป้าเขย่าเบาๆ เด็กก็ตื่นแบบงัวเงียสุดๆ
แล้วเด็กก็เก็บที่พักของ แต่ก็นั่งหลับแบบไม่หุบขา
คุณป้าก็สะกิด แต่คราวนี้เด็กเหมือนจะส่งสัญญาณว่า “ให้ได้แค่เนี่ย”
คุณป้าคงทนไม่ไหว แกยกขาข้ามเด็กเลยจ้า

ทีนี้ความฮามันอยู่ที่ตอนป้ากลับมา แกลองสะกิดแล้วเด็กก็ไม่ขยับให้อีก
ป้าแกยืนมองๆสักพัก เลยถอดใจ เดินไปยืนๆ ตรงประตูหน้าเครื่องเลยอะ
สักพักก็มีป้าอีกคน คงจะเมื่อยละมั้ง ก็เลยมายืนเป็นเพื่อป้าคนนี้
แล้วก็พากันนั่งกับพื้นตรงหน้าประตู โถ่วววววT_T

และก็มีเด็กเล็ก มาจากไหนไม่รู้ มาเดินเล่น (เดาว่าต้องเป็นเด็กที่ร้องไห้ละมั้ง เพราะดูตามใจเกินไปหน่อย)
ตัวคุณพ่อ คอยยืนประกบหลัง ให้เด็กเดินเตาะแตะ เกาะขาคนนั้น คนนี้
และแล้วคุณป้าจอมยิ้มก็ขอลุก(อีกแล้ววว) เพื่อมาเล่นกับเด็ก
บางที ผมก็คิดว่า ตาฝรั่งก็ผิดนะ แกน่าจะขอแลกที่ริมทางเด็กกับคุณป้าไปเลยนะ T_T
เพราะเอาเข้าจริงๆ ฝรั่งไม่ได้ลุกไปเข้าห้องน้ำเลยอะ แกลุกเพราะป้าตลอดดดดด

ทีนี้ยังจำได้ไหมถึงเด็กที่นั่งหลับ
เด็กคนนั้นก็ยังคงหลับต่อไป
แต่ยังจำได้ไหม ยังมีชายแก่อีกคน….
นั่นแหละครับ ถึงคราวชายแก่คนนั้นก็ลุกเข้าห้องน้ำบ้าง
แต่ชายคนนี้คงไม่ใจเย็นแบบคุณป้า
แกสะกิดแล้วเด็กนิ่ง แกยกขาข้ามเลย

ทีนี้แกตรงไปที่ทางข้างหน้า ซึ่งผมก็เห็นว่าไฟห้องน้ำเขียว
แต่ไม่รู้คุณลุงแกยังไง เหมือนไปจับประตูแต่นึกว่ามันมีคน (น่าจะเปิดผิดอะ)
แกก็ไปยืนรอ…(ทัั้งที่ไม่มีคนอยู่ในนั้นนั่นแหละ)
แกก็รอไปเรื่อยๆ สักพักแกก็รีบตรงปรี่ไปท้ายเครื่อง เพื่อเข้าห้องนำ(คงเห็นว่ามีคนเพิ่งออกมา)
T_T โถ่วววววววว

จากนั้นทุกอย่างก็เหมือนจะสงบลง
คุณป้า คุณลุงก็กลับมานั่งที่ (โดยที่ต้องข้ามเด็กฝรั่งหลับลึกนั่นแหละ อิจฉาเหมือนกันนะ อะไรจะหลับได้สุดยอดขนาดนี้)

ส่วนผมพอไม่มีจุดโฟกัส ก็เลยหันไปดูเด็กฝรั่งที่กำลังเล่นเกมข้างๆ
ซึ่งเป็นเกมเบสบอล ดูไปก็เพลินดีแฮะ
คือมันจำลองคล้ายจริงดี เราเป็นทั้งคนโยน และคนตีในแต่ละรอบ
เด็กเขาก็รู้ตัวว่าเรามอง
พอมีตีโฮมรัน(ตีลูกลอยออกนอกสนาม) ผมก็ยกนิ้วให้ เด็กก็หันมายิ้ม
แต่เด็กก็มีความแสบเหมือนกัน คือตอนเป็นฝ่ายปาบอล เด็กมันตั้งใจปามาโดนตัวฝ่ายตี -_-’
แล้วก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก

และทุกอย่างก็จบลงได้ด้วยดี
เมื่อพนักงานประกาศเรากำลังจะลงเครื่องที่ดอนเมือง

สรุปเรื่องที่เล่ามานี้ พระเอกที่แท้จริงก็คือคนแขก คนที่คิดว่าน่าจะเป็นตัวร้ายแต่แท้จริงแล้ว
ดูเป็นคนมีปฏิกิริยาธรรมดาสุดๆ (ฮ่าๆ)
นอกนั้น เพี้ยนๆ กันทั้งนั้น…รวมตัวเราเองด้วย จะว่าไปแล้ว เราน่าจะเพี้ยนสุดตรงที่ไปสังเกตุเขาไปทั่วนี่แหละ….T_T

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.