ว่าด้วยเรื่องการเข้าแถว ปัญหาที่เจอตลอด

ตอนนี้มักจะเจอการเข้าคิวหรือการเข้าแถวซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด แต่ก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนบ่นกันหลายคน ผมจะพูดประโยคนี้เสมอว่า “คนเรามักเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองอยากได้จนไปถึงเรื่องของความถูกต้อง แต่ตัวเราเองนั่นแหละที่ยังแก้ไม่ได้เลย”

เหตุการณ์หลักๆ ที่ผมพบเจอมี 2 เหตุการณ์หลักๆ ที่เจอกับตัวเองจริง ไม่ใช่อ่านหรือฟังคนอื่นบ่นจนเอามาคิดเอาเองนะครับ เหตุการณ์ทั้งสองนั่นก็คือ การต่อแถวเพื่อเข้าขบวนรถไฟฟ้า กับการเข้ากราบพระบรมศพครับ โดยเหตุการณ์ต่อไปนี้ที่ผมจะเล่า จะยกตัวอย่างของการเข้าขบวนรถไฟฟ้าเป็นหลักนะครับ เพราะลักษณะที่เกิดจะเป็นแบบเดียวกัน

หมายเหตุเล็กๆ : ขณะที่ท่านอ่านอยู่นั้น ผมไม่ได้เหมารวมว่าเป็นใคร ไม่ได้มีเจตนาจะว่ากล่าวกลุ่มคนที่พูดถึงแต่อย่างใด แต่หากทำให้ดีขึ้นได้ หรือเข้าใจกันมากขึ้น ผมหวังว่าสังคมจะน่าอยู่ ท้อยทีท้อยอาศัย กันมากขึ้นนะครับ :)


เหตุการณ์ต่อแถวเข้ารถไฟฟ้า

เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มคนวัยทำงานพบเจอได้เยอะมากๆ เพราะรถไฟฟ้าเป็นการขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว ควบคุมเวลาได้(บ้าง แต่ก็มากกว่ารถติดบนถนนแน่นอน)

แต่กลุ่มคนที่ผมบางทีติดปากเรียกว่า user นั้น ก็มีหลายกลุ่มรวมๆ กัน ผมจะยกตัวอย่างบางกลุ่ม(โดยแบ่งออกเป็นพฤติกรรมหรือ Behaviour ไม่ใช่แบบ Biography นะครับ)แล้วกันเท่าที่พอจะนึกออก

กลุ่มคนที่ใส่หูฟังตลอด กลุ่มนี้จะฟังเพลงจริงจัง เสียงดังลอดออกมาจากหูฟังก็มี บ้างก็ฟังแล้วหลับไปเลยก็มี

กลุ่มคนที่เล่นมือถือแนวตั้ง(แบบอ่าน, ไถ feed, เสพ content) ไถจริงๆ คือมีกี่ channel มีกี่ social ก็กดหมด Facebook, Twitter, Instagram โดยเฉพาะ Pantip อันนี้นาน!!

กลุ่มคนที่เล่นมือถือแนวขวาง(เล่นเกม, ดู seriess หรือคลิป) เล่นเกมจริงจังก็เล่นนานเลย ลงจากรถไฟก็ยังเล่น ไม่สนใจคนเดินเข้าเดินออกอีก จนเดินชนกันก็มี

กลุ่มคนที่ไม่ได้ทำอะไร ชิวๆ หรือแม้กระทั่งยืนดูคนเล่นมือถือก็ตาม

กลุ่มคนที่แนวแน่กับการออกจากขบวนหรือปลายทาง(แม้ว่าจะอยู่ถัดอีกหลายสถานีก็ตาม) กลุ่มนี้มีความตั้งใจเป็นอย่างมาก ตั้งใจแม้กระทั่งจุดยืน จุดยืนในที่นี้หมายถึง จุดยืนในตำแหน่งของขบวนเลย จะต้องพร้อมออกตลอดเวลา (แม้ว่าสถานีของฉันจะอยู่ไกลก็ตาม)

กลุ่มเงย เพราะกลุ่มนี้จะเกิดจากขบวนที่แน่นๆ มองหน้าใครก็ไม่ได้เดี๋ยวหาว่าโรคจิต ก็ต้องเงยหน้าดูไฟตรงแถบประตูด้านบน ดูโฆษณาทีวี ดูตัวเองในกระจกสะท้อน ดูไปทั่วอะ ยกเว้นหน้าคนอื่น ฮ่าๆ

นี่คือเท่าที่ผมนึกออกนะ แต่ที่ผมกล่าวมาทั้งหมด มันแค่พฤติกรรมคนในขบวนเอง คนที่อยู่นอกขบวนตอนต่อแถวเข้าคิวเนี่ยแหละ พีคสุด

ผมขอพูดถึงเหตุการณ์เข้าแถวเลย(เพราะที่ว่ามาด้านบนนี่พล่ามมานานละ) โดยผมจะอ้างอิงจากสถานีเตาปูนที่เชื่อมกับสายสีน้ำเงินนะครับ

บางทีจะมีเหตุการณ์ที่คนเข้าขบวนเยอะๆ ต่อแถวยาวมากๆ พอเข้าขบวนเท่านั้นแหละ เสียรูปขบวนทันที!! พอจะจินตนาการออกไหมครับว่ามันแย่ขนาดไหน พอคนเต็มเข้าขบวนเสร็จ เกิดอะไรขึ้นครับ ประตูมันจะปิดไง พอประตูปิด คนบางส่วนก็จะค้างเติ่งตรงหน้าประตู อยู่นอกแถวทันที แล้วเดินถอยกลับก็ไม่ได้ เพราะคนด้านหลังก็ดันเข้ามาจนพวกเขาเหล่านั้นก็อยู่ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว แต่คนที่ค้างเติ่งก็อยู่ในผิดตำแหน่งที่ควรยืน ลองจิตนาการความคิดต่อครับ ภาพแง่ลบสุดๆ คือ “พวกเอ็งนี่มันแย่จริงๆ ยืนขวางประตู”

บางคนพอเดินเข้าในขบวนรถไฟก็ยืนตรงริมประตู คนที่เข้ามาก็เข้าลำบาก (เข้าใจว่าอาจจะลงป้ายหน้าก็ได้นะ ผมถึงพยายามบอกว่ามันไม่ผิดอะไรหรอก แต่ถ้าเกิดขึ้นกับคนที่อีกไกลกว่าจะลงแล้วยืนตรงนั้น หลายคนเห็นนะครับ)

ข้างล่างผมวาดภาพตัวอย่างให้ดูนะครับ

ภาพที่ 1 รถไฟฟ้าเข้าชานชาลา คนในขบวนออก

ภาพที่ 1

ก็คือภาพที่เวลาขบวนจอดเข้าสถานี ก็จะมีคนออกจากขบวนตามปกติ ส่วนแถวก็ต่อตามปกติ โดยมีพนักงาน(น่าเห็นใจคนนี้โคตรๆ) ก็จะประกาศว่า “รบกวนผู้โดยสารอย่าเพิ่งเข้าขบวนนะคะ” เพราะทั้งนี้พนักงานจะตรวจตราความเรียบร้อยในขบวนก่อน

ภาพที่ 2 คนกรูกันเข้าไป

ภาพที่ 2

เป็นภาพที่(ตรงนี้ที่พีคสำหรับผมละ) คือกรูกันอัดเข้าขบวนโดยไม่สนใจว่าคนข้างๆจะเป็นอย่างไร และผมคิดว่าจริงๆ ตรงนี้แหละที่คนควรจะคาดคะเนกันได้แล้วนะว่าเข้าไปได้แค่ไหน คืออัดมากจริงๆ

ภาพที่ 3

ภาพที่ 3

เป็นภาพตอนที่ประตูขบวนรถไฟฟ้าปิดครับ จะมีคนพยายามเข้าไปให้ได้ก่อนประตูปิด (ไม่อยากนึกสภาพว่าถ้าสะพายกระเป๋าข้างหลังแล้วประตูหนีบจะเกิดอะไรขึ้น) และก็จะมีคนบางกลุ่มที่ไม่คาดคะเนว่าคนมันเข้าไปไม่ได้แล้ว ก็จะค้างเติ่งตรงหน้าประตู ตรงนี้แหละที่ทำให้เหตุการณ์หน้าประตูมันแย่กว่าเดิม เพราะคนด้านล่างที่ทะยอยมาจากขบวนสีม่วงด้านบน เห็นว่าตรงนี้เป็นแถวสั้น(ที่เกิดจากค้างเติ่ง) จนเกิดเป็นแถวใหม่ที่มันไม่ควรเป็น และก็ไปปิดทางเข้าออกของขบวนต่อไปอีก!!!


ไหนๆ ก็พูดมาขนาดนี้แล้ว อธิบายสั้นๆด้วยเหตุการณ์ตอนไปไหว้พระบรมศพนิดนึงครับเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

นี่คือภาพการเข้าแถว(แบบที่ควรจะเป็น) ตามปกติของแถวที่เข้ากัน ในช่วงที่เดินเข้า เจ้าหน้าที่จะบอกเป็นระยะว่าให้เดินเป็น 4 แถว (แต่พอเข้าบริเวณด้านในจะเหลือ 3 แถว 2 แถวก็ว่าไปนะครับ อันนี้จะเล่าช่วง 4 แถวเพราะใช้เวลากับเหตุการณ์ 4 แถวมากสุด)

แต่พอจำนวนคนเยอะๆ และมีการทิ้งช่วงบางจังหวะครับ จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนหน้าคนหลังเยอะ ก็จะมีคนที่รีบๆ เดินเร็ว แซงคนด้านหน้าไป พอจะเข้าใจได้ครับ เพราะเค้าเหล่านั้นก็ยังเข้าใจความเป็นแถว แต่จะมีครับ(บาง)คนที่สร้างความเข้าใจผิดกับคนด้านหลัง(เหมือนเหตุการณ์รถไฟฟ้าเลย) ทำให้เกิดแถวใหม่โดยไม่ตั้งใจ เพราะมันเป็นแบบนี้ครับ

สภาพเวลาตอนเข้าคิวแล้วแตกแถว

ลองนึกดีๆ นะครับว่า เหตุการณ์แตกแถวเกิดขึ้นเพราะอะไรได้บ้าง

มีคนชำเลืองมองด้านหน้า เพราะคนหน้าบัง

หรือชำเลืองมองไปด้านหลังเพื่อหาเพื่อนหรือคนรู้จัก หรือคนที่มาด้วยกัน

ยืนเอียงๆ เอียงเยอะมาก จนออกไปนอกแถว

คนที่เดินมาด้านหลังเข้าใจผิดว่าตรงคนหน้าเนี่ยแหละคือแถว

จนเกิดแถวใหม่….

พอเราเห็นว่ามันไม่ใช่แถว มันแตกแถว เราก็บอกเค้าด้วยความหวังดี

“อะไรกัน แค่นี้เอง”

“หยวนๆ หน่า”

“ยุ่งยากจัง เนี่ยข้างหน้าก็ไม่เป็นแถว”

…..

อ้าว…


บ่นมาขนาดนี้ มันน่าจะมีวิธีแก้ใช่ไหมครับ? ถ้าเราแก้ที่สถานที่ไม่ได้ แก้ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ เริ่มที่ตัวเองก่อนก็ได้ครับ

เห็นอกเห็นใจ เข้าใจผู้อื่น

ผมว่ามันอยู่ที่ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจของสถานการณ์ นึกถึงว่าถ้าตัวเองเจอสถานการณ์ที่แย่แบบนั้น คงไม่มีใครอยากโดนแซง หรือเข้าแถวแล้วเข้าใจ หรือโดนแซงโดนแย่งคิวอยู่แล้วใช่ไหมครับ

เตือนด้วยน้ำเสียงดีๆ

ผมว่าตรงนี้บางคนอาจจะหัวร้อนก็ได้ แต่น้ำเสียงและข้อความที่เตือนออกไป อาจจะต้องสุภาพโคตรๆเลย เพราะอะไรรู้ไหม เพราะสิ่งที่เรากำลังจะบอกเค้า มันที่สาธารณะด้วย คนฟังน่าจะรู้สึกอายมากๆ ถ้าเค้าโดนบอกว่าสิ่งที่ตัวเองมันกำลังผิดต่อสาธารณะชน ลองเตือนดีๆครับ ลองใช้ประโยคเรียบๆ เช่นว่า “ขอโทษนะครับ ยืนตรงนี้อันตรายนะครับ เดี๋ยวคนเดินมาเบียดชนได้นะ”

เสียสละ

เหตุการณ์ตอนผมไปกราบพระบรมศพครับ มีครอบครัวหนึ่งเห็นเข้าแถวผิดที่เกิดจากคนด้านหน้าชำเลืองด้านหน้าจนเกิดแถวใหม่เนี่ยแหละ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นคือ ก็เริ่มมีคนข้างๆ บ่นขึ้นมาทันทีว่า “แซงอีกแล้ว” ผมก็เลยแบบพูดกับพ่อแม่ลูกบ้านนี้ว่า “มายืนด้านหน้าผมไหมครับ เดี๋ยวคนด้านหลังเข้าใจผิดนะ” แค่นั้นเรื่องก็จบแล้ว -_-)”

เริ่มที่ตัวเราเนี่ยแหละ

ยืนให้ตรงจุดก่อนครับ ตำแหน่งที่ควรยืนก่อน และถ้าใครเคยเรียนลูกเสือ หรือเรียน รด. ต้องเคยได้ยินแน่นอนว่า “ให้มองคอคนหน้า ไม่ให้คอคนถัดไป” อะไรทำนองนี้ ผมเข้าใจนะว่าเราไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่นักเรียน แต่เรื่องพวกนี้ควรเริ่มจากวินัยตัวเองก่อนเลย ถ้าเราคิดได้ทำได้ คนอื่นจะค่อยเห็นประโยชน์จากมันครับ แล้วก็วนไปเรื่องเดิมครับ เห็นอกเห็นใจ เข้าใจผู้อื่น > เตือนดีๆ > เสียสละ และเริ่มที่เราครับ


พิมพ์โคตรยาวเลย ตั้งแต่ 9 โมงเช้า รวมกับวาดรูป หวังว่าใครอ่านจนถึงตรงนี้น่าจะเห็นเหตุการณ์ซ้ำๆ แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ยิ่งเฉพาะคนเมือง

ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบ :)

ปล. ผมวาดรูปไว้เอง(หัดๆวาดดู) ลงลายเซ็นไว้ PAPAKUMA เพราะเป็นร้านปักเสื้อของผมเองนะครับ

Like what you read? Give Sutham Pom Thammawong a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.