
4 วิธีคิด การเลือกคณะเรียนต่อ
(พงศ์ระพี แห่งนคร หัวหน้าฝ่าย IT&Social Media ที่ Nexus Christian Fellowship)
1.นึกภาพสิ่งที่เรารัก
ลองเปลี่ยนวิธิคิดจากว่าจะเรียนคณะไหนดี เป็นคิดว่าวันนี้เราอยากทำงานอะไร เป้าหมายที่เราเลือกจะกำหนดเส้นทางการเรียนของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การได้เรียนในสิ่งที่เรารักจะทำให้เรามีความสุข เราเริ่มต้นค้นหาสิ่งที่เรารักโดยการนึกถึงกิจกรรมที่เราทำแล้วรู้สึกมีความสุข หรือกิจกรรมที่เราสามารถทำได้ตลอดทั้งวันโดยไม่เบื่อ หากเรายังไม่แน่ใจว่าเรารักที่จะทำในสิ่งไหนลองเปลี่ยนคำถามเป็นว่าโตขึ้นเราไม่อยากจะทำงานแบบไหนแทนก็จะช่วยได้ ลองดูตัวอย่างนะ เช่น
น้อง A มีความฝันอยากจะเป็นครู ก็ต้องเลือกเรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาตร์ หรือคณะที่สามารถต่อยอดไปเป็นครูได้
น้อง B รักศิลปะ การออกแบบต่าง ๆ ก็ต้องเลือกคณะที่เกี่ยวกับการการออกแบบ เช่น คณะมัณฑนศิลป์ หรือ ถ้าชอบพวกคอมพิวเตอร์ด้วยก็อาจเป็นคณะเกี่ยวกับ การทำอนิเมชั่นต่าง ๆ
น้อง C ไม่ชอบคณิตศาสตร์ ก็ไม่ควรเลือกเรียนคณะพวกวิศวกรรมศาสตร์ หรือบัญชี ที่ต้องใช้คณิตศาสตร์เป็นต้น
จำไว้ว่ายิ่งน้องเห็นภาพสิ่งที่เราอยากทำยิ่งชัดเท่าไร ยิ่งเป็นผลดีที่จะช่วยให้เราเลือกคณะที่จะเรียนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

2. ค้นหาสิ่งที่เราถนัด
ไม่เพียงแต่เลือกว่าเรารักที่จะทำอะไร แต่เราควรมองเติมว่าสิ่งที่เรารักนั้นเราถนัดที่จะทำมันหรือเปล่า ถ้าเราทำให้สิ่งที่เรารักแต่เรากลับทำมันได้ไม่ดีผลสุดท้ายจะเป็นตัวของเราเองนั่นแหละที่เสียใจ พี่รู้จักน้องคนหนึ่งชอบรถยนต์มาก อยากเป็นวิศวกรสร้างรถยนต์ แต่ว่าไม่ถนัดวิชาเกี่ยวกับการคำนวณพวกฟิสิกส์หรือเลขเลย แม้น้องคนนี้จะได้เรียนคณะวิศวะเครื่องกลตามที่หวัง แต่ด้วยความที่ไม่ถนัดสุดท้ายก็คือไม่สามารถเรียนคณะนี้ต่อได้ ต้องซิ่วไป ดังนั้นจำไว้ว่าสิ่งที่น้องรักกับสิ่งที่น้องถนัดมันต้องมาคู่กันด้วย ลองเขียนออกมาดูว่าวันนี้น้อง ๆ ถนัดอะไรบ้าง น้อง ๆอาจไม่มั่นใจว่าเราถนัดอะไรก็ลองเขียนเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้ดีแทนก็ได้ ถ้าวันนี้น้องยังไม่รู้ว่าน้องถนัดอะไร น้องก็ต้องเริ่มต้นที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ เยอะ ๆ ยิ่งเยอะเท่ายิ่งยิ่งดี เหมือนเราสาดกระสุน ยิ่งไป 1,000 นัด มันต้องโดนสักนัดแหละน่า
3. ดูสิ่งที่สังคมต้องการ
การเลือกเรียนในสิ่งที่เรารักและถนัดเป็นสิ่งดี แต่ถ้าสิ่งนั้นสังคมไม่ต้องการ หรือต้องการเพียงแต่ต้องการในปริมาณน้อยตัวเลือกนั้นก็อาจไม่เหมาะกับเรา แต่ถ้าสิ่งที่เราเลือกนั้นเราทั้งรักและถนัด รวมถึงสังคมต้องการอีกก็ย่อมหมายความว่าคณะนั้นเหมาะที่เราจะเลือกเรียนเพื่อนำไปประกอบอาชีพต่อในอนาคตเป็นต้น ยกตัวอย่าง น้องหญิง ชอบการเขียน และมีความถนัดในการทำกราฟฟิกส์ดีไซน์ ปัจจุบันสังคมมีแนวโน้มการทำโฆษณาลงบนสื่อออนไลน์มากขึ้น น้องหญิงจึงเลือกเรียนคณะที่เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ เพราะเธอเห็นว่าเธอสามารถทำงานเขียนที่เธอรักในการเขียนคอนเทนต์ และออกแบบภาพโฆษณาได้ ด้วยความมั่นใจว่าเรียนจบออกมาเธอจะมีงานทำนั่นเอง

ถ้าอยากพบว่าสังคมต้องการอะไร ก็ต้องออกสำรวจ อาจจะเริ่มจากปัญหาเล็ก ๆ ของตัวเราเอง แล้วลองสังเกตดูซิว่า มีคนข้างนอกที่ประสบปัญหาเหมือนกับเราหรือไม่ แล้วสิ่งที่เรารักกับทักษะของเราตอบโจทย์อะไรบ้าง
4. มีคนจ่ายเงินให้กับสิ่งที่เราเลือกไหม
เงิน เงิน เงิน เงิน ใครว่าเงินไม่สำคัญ มีคนเคยกล่าวว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่เราชอบเราจะมีความสุข แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่สังคมชอบเราจะมีทรัพย์ น้อง ๆ เห็นด้วยไหมครับ แต่จะกว่าไหมถ้าเราสามารถหาสิ่งที่เราทั้งมีความสุข และมีทรัพย์ด้วย เราลองเปิดใจมองกว้าง ๆ อย่าเพียงยึดต้องว่าต้องทำสิ่งที่เราชอบเท่านั้น แต่ลองหาทางดูสิว่าทำยังไงมันถึงจะสร้างรายได้ให้กับเรา สมมุติว่าน้องชอบเล่นเกม และเล่นเกมเก่งมาก ๆ เราลองคิดต่อยอดว่าทำอย่างไรเราจะหาเงินจากการเล่นเกมส์ได้ เพราะถ้าเล่นเกมส์เฉยๆ คงไม่มีใครจ่ายเงินให้เราแน่ โอเคถ้าอย่างนั้นทำไงล่ะ ลองแคสต์เกมส์ไหม? หรือ เป็นนักพัฒนาเกมส์ นักทดสอบเกมส์ดี เพราะจะได้ทั้งเล่นเกมส์ด้วย และสร้างรายได้ให้กับเราด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไกด์คร่าวๆ สำหรับน้อง ๆ ในการค้นหาว่าควรจะเลือกเรียนคณะไหน ถ้าคณะที่น้องเลือกนั้นตอบโจทย์ทั้ง 4 ข้อ ก็นับว่าเยี่ยมไปเลย แต่ถ้าใครยังไม่พบก็อยากให้เราลองค้นหากันไปนะครับ
ขอบคุณรูปจาก Crossstock.co โหลดฟรี ใช้ฟรี สำหรับงานคริสเตียน
