Hello Wien #004

เดินจนเหนื่อยก็ต้องเติมพลังกันก่อน ยังมีอะไรให้ทำอีกหลายอย่างเลยวันนี้ เมื่อวานเดินผ่านร้าน NORDSEE ดูอาหารน่ากิน วันนี้เลยตั้งใจจะมาลอง

NORDSEE เป็นร้านอาหาร Fast Food สัญชาติเยอรมัน คาดว่าคงมีสาขาอยู่ทั่วไปในยุโรป เพราะก็เดินเจอสาขาอื่นๆตามเมืองต่างๆที่ไปมา พูดถึงหน้าตาอาหาร ดูน่ากินดี สีสันสวยงาม แนวการจัดร้าน ก็เหมือนอาหาร Fast Food ทั่วไปที่คนกินต้องไปสั่งที่เคาเตอร์ จ่ายเงิน ยกมาหาโต๊ะนั่ง กิน อิ่ม จบขั้นตอน ราคาก็ทั่วไป (แพงเป็นปกติ) รสชาติสลัดนี่ใช้ได้เลย แต่ Fish & Chip จะออกแนวแข็งๆ อาจไม่เหมาะกับคนไม่ชอบผัก และของทอดเท่าไหร่ แต่ถือเป็นความโชคดีของเรา 2 คนที่กินง่าย กินอร่อยไปซะทุกอย่าง

เมื่อมีแรงแล้วก็ไปเที่ยวกันต่อตามแผน (ที่พึ่งจะเปลี่ยนเมื่อเช้า) เราจะไป Hofburg Palace ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ Michaelerplatz สามารถเดินไปได้จากที่ๆเราอยู่ตอนนี้ ระหว่างทางก็มีอะไรให้ดูไปเรื่อย

ตอนนี้พระอาทิตย์คงจะทำงานเต็มที่ละ เพราะร้อนเหลือเกิน แสบผิวไปหมด แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เรายังคงเดินกันต่อไปจนถึงทางเข้า เนื่องจาก Hofburg Palace เป็นพระราชวังที่กว้างมากๆ ถูกสร้างอาคารใหม่ไปเรื่อยตามยุคของคนที่มาอยู่ เลยทำให้พระราชวังแห่งนี้ประกอบไปด้วยอาคารหลายๆหลังที่มีแนวสถาปัตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เอาง่ายๆคือ สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จนถึงศตวรรษที่ 20 แค่นั้นเอง

รถม้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยว

ระหว่างที่กำลังสำรวจสถานที่ และถ่ายรูปกันไป (ตรงจุดรูปปั้นม้านี้) พอหันมาอีกที่ เพื่อนหาย เธอหายไปไหน หรือเดินเข้าไปด้านในแล้ว ไม่เป็นไรเดี๋ยวเดินตามเข้าไป มองซ้าย มองขวา ก็ยังว่างเปล่า งั้นใช้ทฤษฏี ยื่นรอเดี๋ยวก็มาเอง ระหว่างนั้นก็ถ่ายรูปต่อไป (นี่ไม่ได้สนใจเลยว่าเพื่อนหาย ติดต่อก็ไม่ได้) ในใจลึกๆแอบตกใจ แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าเดี๋ยวก็เดินมา

เห็นมั้ยถูกต้องตามทฤษฏี หลงกันก็อย่าวิ่งหา รออยู่แถวนั้นแหละเดี๋ยวก็เดินกลับมาเอง (อันนี้เอาไปเป็นบรรทัดฐานใช้กับทุกสถานะการณ์ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน) พอเห็นตัวไหวๆกลิ้งมา เอ้ย… เดินมาก็โล่งอกขึ้นมาทันที

เมื่อถามไถ่เหตุการณ์กันพอสมควร ก็ได้เวลาเดินเข้าไปจริงๆละ จากตั๋ว Sisi ที่เรามีจะเข้าชม Hofburg Palace ได้ 3 จุดคือ Imperial Apartment, Sisi Museum และ Silver Collection อย่างที่บอกว่าที่นี่ใหญ่มาก แบ่งเป็นปีกซ้าย ปีกขวา เดินไปมาก็หลงสิ ตั้งใจจะเข้า Imperial Apartment ก่อน หาทางเข้าไม่เจอ สุดท้ายก็ค้นพบความจริงว่า ทั้งสามจุดที่ว่ามันเข้าทางเดียวกันหมด คือเดินผ่านทางเข้าไปแล้วตั้งแต่ตึกแรกแล้ว เลยได้เดินเล่นออกไปอีกปีกด้านนึงเลย ใช้พลังงานเต็มที่จริงๆ เดินครบ 2 หมื่นก้าวตั้งแต่หัววัน

ที่นี่ดูเป็นพื้นที่สาธารณะมาก เดินเข้ามายังไม่รู้สึกว่าเข้ามาในพระราชวังแล้ว มีเพียงเคาเตอร์ซื้อตั๋วเล็กๆหน้าทางเข้ากั้นระหว่างประตูกับพื้นที่จัดแสดง เราใช้ Sisi Ticket ที่พิมพ์มาจากไทย (ตอนนี้กระดาษค่อนข้างยับเยิน เพราะซุกๆไว้ในเป้) แสดงกับเจ้าหน้าที่เพื่อผ่านประตู พร้อมกับแลก Audio Guide ที่นี่เราไม่ต้องฝากกระเป๋า หิ้วเข้ามาด้วยได้เลย (หนักเลย) ข้อมูลใน Aidio Guide ก็ค่อนข้างเยอะ ทุกคนถือฟังเหมือนกำลังคุยโทรศัพท์กันอยู่ แนะนำให้เอาหูฟังมาเอง เสียบฟังสบายใจ ไม่ต้องเมื่อยมือถือแนบหู (ขอบคุณผู้มีประสบการณ์ที่แนะนำมาก่อน)

ว่าข้อมูลเยอะจนฟังไม่หมดแล้ว ของที่จัดแสดงเยอะยิ่งกว่าอีก เริ่มกันที่ Silver Collection ไม่น่าเชื่อว่าสมัยนั้นจะใช้จานชามเยอะกันขนาดนี้ เดินมึนๆ ไปจนไปต่อในส่วนของ Sisi Museum ที่แสดงเรื่องราว ประวัติ ข้าวของเครื่องใช้ของพระนางซิซี่ แล้วพระองค์คือใคร สามารถไปหาอ่านประวัติของท่านได้ตามอินเตอร์เน็ต

ถ้าจะเอาสั้นๆก็คือว่า พระนางซิซี่เดิมเป็นดัชเชสเอลิซาเบธแห่งบาวาเรีย (ประเทศเยอรมัน) หลังจากอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย ก็กลายมาเป็นจักรพรรดินีอลิซาเบตแห่งออสเตรีย แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้น จริงๆแล้ว จักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟที่ 1 ถูกจับคู่กับพี่สาวของพระนางซีซี่ แต่คนที่ท่านเลือกกลับเป็นพระนางซิซี่ อีกทั้งพระองค์ก็มีสิริโฉมงดงามมาก ทำให้เกิดความอิจฉา ริษยากันขึ้น (เหมือนหนังเลย) เพื่อเหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย พระองค์มักจะเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศบ่อยๆ แต่เหตุการณ์ยังไม่จบแค่นี้ เมื่อพระราชโอรสองค์เดียวของพระองค์มาสิ้นพระชนม์ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้พระองค์เก็บตัว ไม่ออกไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจอีกต่อไป และก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ด้วยความเข้าใจผิด พระองค์ก็ถูกปลงพระชนม์จากคนที่ไม่ชอบพระราชวงศ์ ขณะเสด็จไปพักผ่อนที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (นี่สั้นแล้วนะ) เอาเป็นว่าพระองค์น่าจะมีความสำคัญถึงได้มีการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เราเสียเงินเข้าไปดู

พอจบจากจุดนี้ก็ต่อเชื่อมไปยัง Imperial Apartment ขอสารภาพตามตรงว่าเดินดูแบบงงๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ เพราะเหมือนๆกันหมดทุกห้อง พอถึงสุดทางออกยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก นี่เราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เหมือนอยู่ๆก็โดนโยนออกมา (เดินๆอยู่ๆก็โผล่มาที่ประตูนี้ จบแบบไม่รู้ตัว) เอาเป็นว่าเราเลยจุดนั้นมาแล้้ว อย่าไปคิดหาเหตุผลอะไรอีกเลย

ยัง แผนวันนี้ยังไม่จบเพียงแค่นี้ ยังมีที่สุดท้ายที่อยากไป แต่ต้องเดินทางกันเล็กน้อย ตอนต่อไปจะพาไปขึ้นรถรางกันนะ

Like what you read? Give Theanne a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.