นวัตกรรมทุกแห่งหน: การเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุดของ Uber ในกรุงเทพฯ

ดั๊กลาส มา หัวหน้าฝ่ายขยายตลาดเอเชีย

Read this in English here.

กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีชื่อเสียงในเรื่องของวัดวาอารามที่สร้างขึ้นด้วยความละเอียดประณีต มีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีอีกมากมาย และถ้าหากคุณเคยไปที่กรุงเทพฯ อาจมีสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับเมืองๆ นี้ที่คุณจดจำได้อีกอย่างซึ่งก็คือ ปัญหารถติด

uberMOTO

แม้ว่าจะมีประชากรเพียงไม่ถึงครึ่งประเทศที่มีรถยนต์ส่วนตัว การจราจรในกรุงเทพฯ นั้นหนาแน่นและติดขัดแทบทุกๆ วันของปี ค่าเฉลี่ยความเร็วของรถยนต์ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 16 กิโลเมตร/ชั่วโมง และลดลงไปเหลือเพียง 11 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ชาวกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมงในแต่ละวัน

เราเชื่อว่ามีทางออกสำหรับปัญหารถติด เราจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในหลายๆ เมืองทั่วโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารจำนวนมากขึ้นเดินทางด้วยรถจำนวนน้อยลงได้ เช่น uberPOOL และ uberCOMMUTE ตั้งแต่เราเปิดตัวด้วยบริการ UberBLACK ในปี 2014 Uber ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และประเทศไทยก็จัดว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Uber แต่เราไม่หยุดอยู่แค่นั้นและยังคงพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการมีบริการขนส่งแบบใหม่ที่หลายๆ คนเลือกใช้และอยากใช้มากกว่า ซึ่งก็คือ จักรยานยนต์

เพื่อฉลองการครบรอบ 2 ปีของ Uber ในกรุงเทพฯ เราได้เปิดตัวบริการต้นแบบใหม่ที่เรียกว่า UberMOTO ในกรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ โดย Uber จะมีเริ่มมีบริการจักรยานยนต์แบบออนดีมานด์ (on-demand) เป็นแห่งแรกในเอเชีย คุณจะสามารถกดปุ่ม UberMOTO เพื่อเรียกจักรยานยนต์มารับได้ ช่วยประหยัดเวลา และประหยัดเงินในการเดินทางสั้นๆ เช่น เมื่อต้องเดินต่อจากรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน

จักรยานยนต์เป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวไทย คนไทยกว่า 87% เป็นเจ้าของจักรยานยนต์ นวัตกรรมมีอยู่ในทุกที่และเมื่อเราเริ่มมองที่จะเปิดให้บริการ UberMOTO เราเล็งเห็นว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เหมาะสม เมื่อจับคู่เทคโนโลยี ”ตามความต้องการ” (on-demand) ของเรากับรูปแบบการเดินทางที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวกรุงเทพฯ เราสามารถพัฒนาประสบการณ์การใช้จักรยานยนต์โดยเพิ่มการเข้าถึงได้ ความสะดวกสบาย และนำข้อดีต่างๆ ใน uberX มาอยู่บนจักรยานยนต์

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าคุณจะไปไหนหรือไปอย่างไร เราจึงได้ร่วมมือกับตำรวจจราจรและชมรมคนห่วงหัวเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์ จากความร่วมมือนี้ เราได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจจราจรและชมรมคนห่วงหัวเพื่อบริจาคหมวกกันน็อคให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปผ่านกิจกรรมในชุมชนและโครงการให้การศึกษาในหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ เราส่งเสริมกิจกรรมเพื่อลดความเสี่ยงทางชีวิตผ่านการเพิ่มความตระหนักถึงความปลอดภัยที่ได้จากการใส่หมวกกันน็อก

จักรยานยนต์ที่มากขึ้นและความคล่องตัวที่มีทุกหนแห่งจะช่วยลดปัญหาจราจรที่เราคุ้นเคยในกรุงเทพฯได้ เมื่อทางเลือกในการเดินทางต่างๆ นอกเหนือไปจากการมีรถยนต์เป็นของตัวเองมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องเลือกจากสิ่งที่ตอนนั้นมีให้ใช้เท่านั้น แต่สามารถมีความยืดหยุ่นที่จะเลือกสิ่งที่ดีกว่าสำหรับเราและเมืองของเราได้