บล็อค l การปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาสื่ออนไลน์

การปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์สามารถทำได้สามรูปแบบคือ การปิดกั้นผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP), การขอความร่วมมือให้เว็บไซต์ลบเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ทิ้ง และการตั้งค่าเว็บไซต์หรือเนื้อหาบางส่วนให้ผู้ใช้ทั้งประเทศไม่สามารถเข้าอ่านได้ มีรายละเอียดดังนี้

1.การปิดกั้นผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นหัวเรือหลักในการปิดกั้นรูปแบบนี้ด้วยการรวบรวมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมตามบรรทัดฐานของกระทรวงฯ อาทิ มีเนื้อหาลามกอนาจาร, สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในราชอาณาจักรหรือ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ รวบรวมรายชื่อที่อยู่เว็บไซต์ (URL) และส่งคำขอไปยังศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ ก่อนจะส่งรายชื่อดังกล่าวไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider หรือ ISP) เช่น ทรู, เอไอเอส, ทรีบอร์ดแบรนด์ ทำหน้าที่ปิดกั้น

ตามปกติแล้วการเข้าอ่านเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์จะมีการเชื่อมต่อในสามส่วน คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ต่อกับเราท์เตอร์อินเทอร์เน็ต, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ต้องการเข้าอ่านเนื้อหา โดยผู้ใช้จะต้องพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ลงในหน้าเว็บเบราเซอร์ เพื่อส่งคำขอไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก่อนที่ผู้ให้บริการจะส่งคำขอต่อไปยังเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ต้องการ หลังจากนั้นเมื่อเว็บไซต์ส่งข้อมูลกลับมาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการจะมีรายชื่อที่อยู่เว็บไซต์ที่ศาลสั่งให้ปิดกั้นอยู่ หากเป็นเว็บไซต์ทั่วไปผู้ให้บริการจะส่งข้อมูลกลับไปที่ผู้ใช้ แต่ถ้าเป็นข้อมูลตามรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นผู้ให้บริการจะส่งภาพแสดงผลกลับไปยังผู้ใช้ว่า ไม่สามารถเข้าอาจเนื้อหาได้

สำหรับรูปแบบการแสดงผลการปิดกั้นเว็บไซต์ยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนนัก บางครั้งรูปแบบการแสดงผลอาจมาจากผู้ส่งคำขอปิดกั้นเว็บไซต์ เช่น การแสดงผลเป็นโลโก้ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ขณะที่บางครั้งรูปแบบการแสดงผลอาจขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่อาจเลือกวิธีการแสดงผลของตนเอง หรือการแสดงผลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

อย่างไรก็ดี ในยุคหลังมานี้วิธีการปิดกั้นผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเริ่มใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ กูเกิ้ล ที่มีการเข้ารหัสเว็บไซต์ส่งผลให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่สามารถรู้ว่า ผู้ใช้งานติดต่อเพื่อเรียกดูข้อมูลหน้าใด จึงไม่สามารถปิดกั้นได้ หากต้องการจะปิดกั้นต้องปิดทั้งเว็บไซต์ซึ่งส่งผลกระทบค่อนข้างมาก ดังนั้น รัฐบาลจึงพยายามขอความร่วมมือไปยังเจ้าผู้ให้บริการเว็บไซต์เหล่านี้

2.การขอความร่วมมือให้เว็บไซต์ลบเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ทิ้ง

การขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการเนื้อหาของเว็บไซต์ (Content Provider หรือบางครั้งเรียกว่า Webmaster) ลบเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ทิ้ง โดยคำสั่งดังกล่าวอาจมาจากทางรัฐบาลหรือผู้ให้บริการเว็บไซต์ก็เป็นได้เช่น กรณีของสำนักข่าวอิศราที่ได้รับแจ้งจาก บริษัท CS Loxinfo ซึ่งเป็นผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ขอความร่วมมือให้สำนักข่าวอิศราปิดรายงาน เรื่อง ‘ปีทองของ“ชลรัศมี” ผู้ประกาศข่าวสาว ททบ. 5 โกยรายได้ลิ่ว 34 ล้าน’ โดยระบุเหตุผล ว่า เนื่องจาก CS Loxinfo ได้รับแจ้งจากเว็บไซด์กลางของหน่วยงานราชการขอความร่วมมือในการระงับการเผยแพร่ข้อมูลรายงานเรื่องนี้บนสื่ออินเตอร์เน็ต

อีกกรณีหนึ่งคือ ผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นสามารถจัดการนำเนื้อหาออกเองผ่านการรีพอร์ตของผู้ใช้ หากผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นเห็นว่า เนื้อหาที่ถูกรีพอร์ตมีความไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ผู้ให้บริการเว็บบอร์ดอย่าง พันทิปข้อบังคับกำหนดไว้ชัดเจนห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือพาดพิงสถาบันมหากษัตริย์และราชวงศ์, ห้ามไม่ให้เขียนข้อความที่ดูหมิ่นต่อบุคคลอื่น หรือห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของสังคม หากกระทู้ถูกรีพอร์ตเข้าไปจำนวนมากอาจจะถูกลบได้ หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ตรวจพบเองว่า มีการทำผิดกฎกติกาที่วางไว้ กระทู้ดังกล่าวก็จะถูกลบเช่นกัน

3.การตั้งค่าเว็บไซต์หรือเนื้อหาบางส่วนให้ผู้ใช้ทั้งประเทศไม่สามารถเข้าอ่านได้

การตั้งค่าเว็บไซต์หรือเนื้อหาบางส่วนไม่ให้ในประเทศสามารถเข้าอ่านได้ เช่น กรณีของประเทศจีน ตั้งแต่ปี 2009 รัฐบาลได้ปิดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊ก ทำให้ทุกคนที่อยู่ในจีนไม่สามารถใช้งานได้ เช่นเดียวกับกรณีของตุรกีที่รัฐบาลได้มีการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ในระดับประเทศไม่ว่าจะสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ รวมทั้งการจำกัดการเข้าถึงบริการข้อความเช่น วอทส์แอพและสไกป์ นอกจากนี้การปิดกั้นในลักษณะดังกล่าวสามารถใช้กับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยเว็บไซต์จะกรองข้อมูลชองผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเลข IP Address ที่จะระบุว่าผู้ใช้งานเชื่อมต่อมาจากประเทศใด ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เว็บไซต์ยูทูบที่บางเนื้อหาไม่สามารถเข้าชมได้ ยูทูบจะขึ้นข้อความแสดงผลว่า “This video is not available in your country.”

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.