เทคโนโลยี Trend 2017

ทุกๆ สิ้นปีจะมีสำนักมากมายออกมาพูดถึง Technology Trend ในปีหน้า ให้คนที่ทำงานที่เกี่ยวข้องอัพเดทตัวเอง และเพื่อเตรียมพร้อมตัวเองในการวางแผนงานในปีถัดๆ ไป เจ้านึงที่ผมมักจะชอบอ่านเสมอในทุกๆ ปีคือ Gartner และเช่นเดียวกัน (Gartner, 2017) มีการพูดถึงเทคโนโลยีเทรนด์ที่จะเกิดขึ้น โดยมีสิ่งที่น่าสนใจติดตาม ดังนี้

http://blogs.gartner.com/smarterwithgartner/files/2016/10/TopTenStrTechTrends2017_Infographic_Final.png

โดยการคาดการณ์ของ Gartner ในปีนี้แบ่งเป็น 3 หัวข้อใหญ่ๆ โดยเริ่มจาก

  1. Intelligent : ซึ่ื่งหมายถึงเรื่องราวของ AI และ Machine Learning ที่คาดการณ์ว่าใกล้ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์พวก AR รวมถึงเกิดเทคโนโลยีที่จะเพิ่มบริการ, Things หรือ Application ก่อกำเนิดเป็นระบบฉลาด (นึกภาพพวก Javis ในหนัง ironman ครับ) ภายในปี 2020 นี้
1.1 AI & Advanced Machine Learning : พวกเครื่องจักรที่รู้จักการเรียนรู้ จำพวกปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ ที่จะสามารถเข้าใจ เรียนรู้ ปรับตัว หรือคาดการณ์สถานการณ์ได้ (เป็นพวก Javis ยังโอเคนะครับ อย่าเป็น Skynet ใน Terminator ละ ห้าๆ)
1.2 Intelligent Apps : พวกแอพจะฉลาดขึ้นจนสามารถเป็นผู้ช่วยที่จะทำให้การทำงานในแต่ละวันอย่างง่ายดาย
1.3 Intelligent Things : Intelligent Things ที่ว่าจะเกิดกับสามสิ่ง คือ “รถยนต์” “หุ่นยนต์” และ “โดรน” โดยสิ่งเหล่านี้จะเริ่มสื่อสารได้จากเกิมแค่ตั้ง Stand alone และรับคำสังอย่างเดียว

2. Digital : ว่ากันว่าเส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิตัลกับโลกจริงเริ่มจะน้อยลงเรื่อยๆ อาจจะเกิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจขึ้น

2.1 Virtual & Augmented Reality : เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริง รวมถึง Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพดิจิตอลเข้าไปปรากฏอยู่ในสภาพแวดล้อมของโลกจริงๆ พัฒนาขึ้นอย่างมาก มีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีทั้งสองใกล้ถึง Tipping points ในเชิงของราคาและความสามารถ และจะมีการใช้กันอย่างกว้างขวางภายในปี 2020
2.2 Digital Twin : ภายใน 3–5 ปีข้างหน้า ของต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกจะถูกจำลองให้เป็นฝาแฝดแบบดิจิตอลซึ่งจะมีประโยชน์ในการวิเคราะห์การตอบสนองของสิ่งนั้นๆ ในสถานการณ์จำลอง
2.3 Blockchain : เครื่องมือช่วยเหลือการทำธุรกรรมแบบดิจิตอลที่จะสะดวกมากขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น โดยเจ้าตัวนี้พวกเหล่า FinTech บ้านเราก็มีการพูดถึงมากในปี 2016 ที่ผ่านมา โดยปีหน้าคงจะชัดเจน และมีการ implement อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นจากเหล่าสถาบันการเงิน หรือ FinTech ต่างๆ

3. Mesh : คือการเชื่อมต่อแบบมีพลวัตของทั้งคน กระบวนการ, things ภายใต้สภาวะแวดล้อมแบบ “intelligent digital ecosystems” โดย Mesh จะพัฒนาการทั้งพื้นฐาน User-experience รวมถึงเทคโนโลยีและ infra สนับสนุนพื้นฐานต่างๆ

3.1 Conversational Systems : การสื่อสารระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ที่จะมีลักษณะเป็น “บทสนทนา” มากขึ้น ตั้งแต่การสื่อสารเรื่องง่ายๆ อย่างถามเวลา ไปจนถึงการสเก็ตช์ภาพคนร้ายจากคำบอกเล่า
3.2 Mesh App and Service Architecture : ระบบสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Mesh App and Service Architecture (MASA) ที่จะให้การรองรับผู้ใช้งานหลายคน ทำงานได้หลายบทบาท ผ่านเครือข่ายหลายเครือข่าย
3.3 Digital Technology Platforms : แต่ละบริษัทล้วนมีแพลตฟอร์มดิจิตอลมากมาย ทุกๆ บริษัทเริ่มคิดแบบ Platform มากขึ้น (ทั้งนี้อยากทราบว่า Platform Thinking คิดยังไงผมแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ https://www.amazon.com/Platform-Scale-emerging-business-investment-ebook/dp/B015FAOKJ6) ที่นี้ก็ต้องวางแผนว่าจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิตอลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
3.4 Adaptive Security Architecture : สถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยที่ต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับเทคโนโลยี Mesh ที่กล่าวมาข้างต้น

ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากเวปไซต์ Gartner เพิ่มได้ดังนี้ครับ http://www.gartner.com/smarterwithgartner/gartners-top-10-technology-trends-2017/ ฉบับนี้ขอจบเท่านี้แล้วพบกันใหม่ครับ

Like what you read? Give Yongyuth Buranatepaporn a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.