จุดเริ่มต้นของความไม่เชื่อของผม

วันนี้อยากจะจดบันทึกจุดเริ่มต้นของตัวเองเอาไว้ซักทีนึงที่ไม่อยากยัดเหยียดให้คนอื่นทำตาม แต่อยากให้เรียนรู้สิ่งที่ผมเริ่มต้นเรียนรู้จากจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ คือ

ความไม่เชื่อและความสงสัย

จุดเริ่มต้นของสิ่งนี้เกิดขึ้นจากความสงสัย ความไม่เข้าใจ ว่าคนเราเกิดมาทำไม ในวัยประมาณ 9 ขวบ ผมเรียนรู้ได้เกรดค่อนข้างดีในสมัยนั้น ทำให้ผมค่อนข้างไม่สนใจในการเรียนเท่าไหร่ และเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ ที่ผมเห็น

วันหนึ่งอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการสแควร์รูท แต่ผมกลับสงสัยว่าที่มาและทฤษฏีนี้คืออะไร ทำไมครูไม่สอนผม ทำไมครูถึงไม่บอกถึงที่มา อะไรคือสแควร์รูท ใครคือคนคิด คิดมาทำไม คิดแล้วเอาไปใช้อะไร มันมาจากไหน แล้วมันแก้ปัญหาอะไร ครูคนนั้นบอกผมว่า แค่จำๆไป ว่า เลข 2 ตัว คูณกันแล้วได้เลขตัวอื่น ให้เอาเลขตัวนึงมาใช้ ( ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะหาข้อมูลเหล่านั้นมาจากไหน )

เมื่อคำถามที่ผมถามให้ห้องเรียนแล้วกลับไม่ได้คำตอบ ผมจึงสงสัยในการเรียน ผมต้องการเรียนสิ่งนี้จริงๆ หรือ ทำไมหละ ผมจะเอามันไปใช้อะไร ที่บ้านผมทำเสื้อผ้า ผมก็ไม่ได้เอาไอ้สแควร์รูทนี้ไปใช้เลย ทำไมเราต้องมาเรียนอะไรแบบนี้ด้วย

ผมจึงกลับไปถามพ่อแม่ที่บ้าน และผมก็มักถามนู่นถามนี่ เพราะอยากรู้ว่าที่ผมไปเรียนถูกต้องไหม และทำไมครูไม่สอนเรื่องที่ผมอยากรู้ ถึงแม้พ่อกับแม่ผมจะเรียนแค่ ป.7 และ ป.4 ผมได้คำตอบว่า เราไปเรียนเพื่อให้รู้ ว่าเราไม่รู้อะไร ถ้าเราไม่ไปเรียน เราจะรู้ได้ยังไง ว่าคนอื่นรู้อะไรกัน แล้วเรารู้สิ่งนั้นแล้วหรือยัง ถึงแม้ว่าพ่อแม่ก็ไม่รู้ เราก็ควรจะหาความรู้นะ วันนึงเราจะได้ใช้

จากได้คำตอบผมเองก็ทราบแล้วว่า ไม่มีใครรู้ทุกอย่างในโลกใบนี้ ทุกคนรู้เฉพาะสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ ศึกษามาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องไปเรียนก็ได้ แต่ถ้าเราไม่ไป เราก็จะไม่รู้เลยว่าเค้าเรียนอะไรกัน เพราะถ้าเราไม่เรียน เราก็จะไม่มีความรู้เหมือนๆกับคนอื่นๆนั่นแหละ

ผมจึงไปเรียนและอ่านล่วงหน้า และมักมีคำถามสงสัยอยู่เสมอ แต่ผมไม่ได้สนใจวิชาทุกวิชา เพราะผมรู้สึกว่าไม่เข้าใจว่าเรียนไปทำไม ผมก็เริ่มไม่เรียนและมีครูคนนึงเห็นผมเล่นคีบอร์ดในเวลาเรียน ได้เร็วกว่าคนอื่นและผมก็มักเล่นนอกบทเรียนเสมอ ครูคนนั้นจึงบอกผมว่า ถ้ามาเร็วหรือหลังเลิกเรียน ลองมาเรียนคีบอร์ดเล่นแบบอื่นกันดีไหม ผมจึงตอบตกลง และเข้าไปเรียนกับครูท่านนี้เสมอ แต่เรียนได้แค่ เทอมเดียว ครูท่านนี้ก็ลาออกไป ผมไม่สามารถกลับไปเล่นได้แบบเดิมอีกแล้ว และพ่อแม่ผมก็ไม่รู้ว่าผมเล่นได้ดี ทุกอย่างหายไปจนถึงวันนี้

และวันนึงสิ่งที่เปลี่ยนโลกของผมไปตลอดกาล คือ

คอมพิวเตอร์

ผมสนใจเรื่องนี้มากเพราะผมสามารถหาข้อมูลที่ผมอยากจะรู้ด้วยการพิมพ์คำที่ผมสนใจ และผมเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ และ หาความรู้สิ่งที่ตัวเองสนใจ อ่านมันและสงสัยต่อ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตามที่ผมมีเวลา และเล่นเกมส์

เมื่อผมสามารถเรียนรู้เมื่อไหร่ก็ได้แล้ว ผมก็เริ่มไม่ทำการบ้าน เพราะผมคิดว่ามันไม่ได้จำเป็นเลย สำหรับการบ้านเหล่านั้น เช่น คัดคำศัพท์ทำไม ในเมื่อเรามี dictionary และยิ่งมีการค้นหาทางอินเตอร์ที่สามารถหาข้อมูลได้ในทันที แต่ผมกลับโดนตีแรงมาก ถึงกับร้องไห้ออกมา และโดนต่อว่า ว่าตัวผมได้เกรดดี ทำไมทำตัวแบบนี้

ผมยิ่งสงสัยมากขึ้นว่า เค้าอยากให้เราได้ดีจริงๆหรือ เค้าจะอยู่กับเราในวันที่เราได้ดีหรือ ไม่ใช่ตัวเราหรือ ที่จะทำอะไร ได้ดีหรือไม่ได้ดี เราเข้าใจเขา แต่เขากลับไม่ฟังเรา ทำไมเราต้องฟังเขา แค่เรียนให้มันจบๆไป แล้วเราจะเริ่มต้นสิ่งที่เราสนใจ

เกมส์

เมื่อเริ่มต้นเกมส์ ติดมัน และเรียนรู้วิธีการคิดทดลองต่างๆ สนุกมาก

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.