เรื่องราวของการพูดคุยวันนี้ ต่อเนื่องมาจากครั้งที่แล้ว ที่เราพูดถึงการสร้างค่านิยม (Core value) ที่ดีไปแล้ว 3 ข้อ ก็คือ ข้อแรก: “Core Values ต้องสามารถตอบสนองความจำเป็น 3 ระดับขององค์กร คือ ความอยู่รอด การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และความยั่งยืน” ข้อสอง: “Core Values ควรมีความใกล้เคียงกับตัวตนของผู้นำองค์กร” ข้อสาม: “ต้องสามารถส่ง Value Proposition ไปยังลูกค้าเป้าหมายได้” วันนี้เรามาต่อกันอีก 2 ข้อ

📌 ข้อสี่: “Core Value ต้องสามารถนำองค์กรไปสู่ Vison ที่ตั้งไว้ได้”

กล่าวคือ มีการตั้งเป้าหมายถึงจุดที่จะไปในระยะ 5–10 ปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น องค์กรหนึ่งมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้าน….ในประเทศไทย ฉะนั้น ชุด Core Value ที่องค์กรนี้ควรจะต้องมี ก็ควรเป็นพวก…


คุณคิดว่า“วัฒนธรรมของคนไทยเรื่องอะไร ที่เรามักถูกพ่อแม่หรือผู้ใหญ่อบรมสั่งสอนมาตลอด?” เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบคือ “การให้ความสำคัญกับผู้อาวุโส” ซึ่งส่งผลให้เราเรียกคนอื่นว่า “พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา” ได้ ถึงแม้คน ๆ นั้นจะไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา หรืออีกเรื่องคือ “การให้ความสำคัญกับความคิดของผู้อื่น” ซึ่งทำให้เราคอยกังวลเวลาจะพูดหรือแสดงความคิดเห็น กลัวว่าคนอื่นจะคิดกับเรายังไง เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้เวลาที่คนให้ “คุณค่า” ก็จะนำพาไปสู่ “พฤติกรรม การปฏิบัติตาม” จนกลายเป็น “วัฒนธรรม” ในที่สุด . …


ความสนุกสนานในออฟฟิศของ Zappos

เรื่องราวครั้งที่แล้วจบลงตรงที่โทนี่ เซ ตั้งใจจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นรูปธรรมให้มากขึ้น เขาจึงส่งอีเมลล์ไปยังพนักงานทุกคนในองค์กรและถามว่า “คุณลักษณะของพนักงานแบบไหนที่จะนำ Zappos ไปสู่องค์กรที่มีความสุขและส่งมอบประสบการณ์สุดว้าวให้กับลูกค้าได้?” วันนี้เราจะมาดูผลจากอีเมลล์ฉบับนั้นกันว่า Zappos ได้รวบรวมออกมาได้อะไรบ้าง

“Deliver WOW Through Service” คือ การทำอะไรให้เหนือความคาดหวังของลูกค้าเข้าไว้ ลูกค้าทุกคนมีเส้นของความคาดหวังในแต่ละคนไม่เหมือนกัน “หน้าที่ของพนักงาน Zappos คือ ค้นให้เจอและข้ามให้ได้” เคยมีเรื่องเล่าว่า เพื่อนของโทนี่ “อยากลองของ” โดยโทรไปที่ Zappos เพื่อถามหาร้านพิซซ่ายามดึก ผลคือพนักงาน Zappos ช่วยหาร้านพิซซ่าให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ คำว่า “WOW” ตรงนี้ไม่ได้หมายเพียงแค่ให้ลูกค้าว้าว แต่เขาหมายถึงว่าคุณภาพของงานที่ทำออกมา ทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน คู่ค้าทางธุรกิจ ก็ต้องรู้สึกว้าวไปด้วยเช่นกัน
.
“Embrace and Drive Change” พูดถึงการยอมรับเรื่องการเปลี่ยนแปลงและมองการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ
.
“Create Fun and A Little Weirdness” ตัวนี้เป็นอันที่น่าสนใจมาก…


ครั้งที่แล้วเราคุยกันถึง Tech company ในยุคแรก ๆ อย่างบริษัท IBM ที่วัฒนธรรมองค์กรของเขาถูกถ่ายทอดมาจาก DNA ของผู้ก่อตั้ง จากนั้นเราคุยกันถึงแนวคิดใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งสรรหาคนที่ “โคตรเก่ง” หรือ Talent intensity มาร่วมงานด้วยกับบริษัท Netflix
.
วันนี้เราจะไปรู้จักกับต้นตำรับของประโยคสุดฮิต “WOW experience”
. …


ย้อนไปในช่วงปี 2009 รีด แฮสติงส์ (Reed Hastings) CEO ของ Netflix ได้ปล่อยไฟล์ใน SlideShare ที่ชื่อว่า “Netflix Culture” ที่เขาพูดถึงความคาดหวังที่มีต่อพนักงาน วัฒนธรรมองค์กรและปรัชญาการทำงาน รวมถึงสวัสดิการ ผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับเมื่อทำงานกับ Netflix

จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้แคนดิเดตหรือผู้ที่สนใจจะร่วมงานกับบริษัทได้ทำความเข้าใจล่วงหน้าก่อนที่จะก้าวเท้ามาสมัครงาน ส่วนประกอบชิ้นสำคัญของไฟล์นี้คือ Core Value ขององค์กรทั้ง 10 ตัว โดยแต่ละตัวก็จะประกอบไปด้วยความคาดหวังที่ต้องการอย่างชัดเจนเลย ยกตัวอย่างเช่น
.
Courage (ความกล้าหาญ) “You say what you think, when it’s in the best interest of Netflix, even if it is uncomfortable: คุณพูดในสิ่งที่คุณคิด หากมันจะช่วยสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับ…


เรื่องราววันนี้อยากเริ่มต้นที่ผลสำรวจจาก “Global Digital 2019” ที่ได้สำรวจสถานการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก มีสถิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจพบว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว ๆ 4,388 ล้านคน เป็นการเชื่อมต่อผ่าน “โทรศัพท์มือถือ” จำนวน 3,986 ล้านคนและพบว่าในการเชื่อมต่อผ่านมือถือนั้น 92% ของผู้ใช้งานรับชม Video Streaming โดยส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 คือ “Netflix” (ซึ่งมากกว่า YouTube กว่าเท่าตัว) และปัจจุบันฐานสมาชิกทั่วโลกของ Netflix เพิ่มขึ้นมากกว่า 160 ล้านบัญชีแล้ว

ไม่น่าเชื่อว่าธุรกิจให้เช่า “DVD” ผ่านระบบออนไลน์ และจัดส่งทางไปรษณีย์ ที่เริ่มต้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จะมาเป็นธุรกิจ “Video Streaming” อันดับต้น ๆ ของโลก แถม Netflix ยังได้ทำการปฏิวัติธุรกิจ ‘Disruption’ ในหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมสื่อความบันเทิงรูปแบบแผ่น…


คราวก่อน A Cup of Culture พาไปรู้จักประวัติความเป็นมาและแนวคิดในเรื่องวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท IBM การเกิดขึ้นของ Basic Beliefs ที่เริ่มต้นจากตัวผู้นำองค์กรส่งต่อไปยังพนักงาน ส่งผลให้บริษัท IBM กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในโลกธุรกิจไอทีได้อย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน ความรุ่งเรืองที่เคยมีก็ลดน้อยลงตามการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น บริษัท Compaq บริษัท Sun Microsystems หรือจะเป็นบริษัทที่เรา ๆ รู้จักกันในวงกว้างอย่างเช่น บริษัท HP บริษัท Microsoft บริษัท Oracle…


A Cup of Culture ขอพาย้อนกลับไปสู่ช่วงก่อนที่ทุกคนจะรู้จัก บริษัท Apple Inc. บริษัท Google Inc. หรือ Tech Company ชั้นนำต่าง ๆ ที่มีวัฒนธรรมองค์กรเจ๋ง ๆ สวัสดิการดี ๆ หรือบรรยากาศการทำงานสุดคูลอย่างในปัจจุบัน

มี Tech Company ที่หนึ่ง ที่ถือว่าอยู่แนวหน้าของโลกมาอย่างยาวนาน และเป็นคนเริ่มต้นเรื่องราวเหล่านี้ก่อนใครเลย นั้นคือ บริษัท IBM หรือชื่อเล่นว่า Big Blue (ยักษ์สีฟ้า)

ปัจจุบันนี้ บริษัท IBM มีอายุรวมได้ 108 ปีแล้ว หนังสือ The Maverick and His Machine: Thomas Watson, Sr. …


วลีสุดคลาสสิคของท่าน Peter Drucker ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักเขียนและที่ปรึกษาด้านการจัดการคนสำคัญในแวดวงธุรกิจ วลีนี้หากแปลตรงตัวก็คือ “วัฒนธรรม กินกลยุทธ์ เป็นอาหารเช้า”

หากเราตีความหมายของวลีนี้ดี ๆ ท่านกำลังสื่อว่า “ไม่ว่ากลยุทธ์จะคิดออกมาดีเพียงใด หากคุณไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีที่จะสนับสนุน กลยุทธ์นั้นก็จะไม่เกิดผล

A Cup of Culture ขอเทียบเคียงวลีนี้เข้ากับสถานการณ์ของบริษัทหนึ่งในยุคปัจจุบัน นั้นคือ บริษัท Uber

ช่วงเดือนพฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมา บริษัท Uber ได้ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า ราคาเปิดตัวน่าจะสูงถึง 50 USD แต่ผลปรากฏว่าราคาอยู่ที่ 37 USD และหลังจากนั้นราคาก็ลุ่มๆดอนๆมาตลอด (ปัจจุบันอยู่ที่ 27.86 USD)…


“A Cup of Culture แก้วนี้เอ่อล้นด้วยเรื่องราวของวัฒนธรรมองค์กร ☕️
เพราะเป้าหมายของเราคือ การบอกเล่าเรื่องราวและเทคนิคดี ๆ อีกทั้งเป็นพื้นที่แบ่งปันเครื่องมือ ให้คุณเลือกหยิบไปใช้ได้ทันทีด้วยตนเอง”

“องค์กรหนึ่ง ๆ” ถ้าให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายกับ “สมองของคน” ที่มีทั้งด้านซ้ายและด้านขวา สมองด้านซ้ายทำหน้าที่ด้านกลยุทธ์ แผนงาน แผนธุรกิจ ตัวชี้วัด กระบวนการทำงานต่าง ๆ สมองด้านขวาทำหน้าที่เกี่ยวกับคน วัฒนธรรมองค์กร การสร้างแรงจูงใจ การสร้างปฏิสัมพันธ์

ซึ่งทั้ง 2 ด้านล้วนมีความสำคัญและต้องพึ่งพาอาศัยกัน

หากมองย้อนกลับไปในยุคสมัยหนึ่ง จะพบว่าองค์กรทั้งหลายมักให้ความสนใจในเรื่องการบริหารธุรกิจ การวางกลยุทธ์ การวางแผนงานระยะยาว

แต่หากลองสังเกตจะพบว่าในช่วง 10 ปีให้หลังมานี้ องค์กรเริ่มพุ่งความสนใจไปที่การพัฒนาคน การสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กรกันมากขึ้น คือ “เริ่มย้ายจาก Strategy มาสู่ Culture”

“อะไรทำให้ Trends เกิดการกลับด้าน?”

A Cup of Culture มีมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า เดิมทีเวลาที่องค์กรหนึ่ง ๆ จัดทำแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรนั้น มักจะมุ่งเน้นการวางแผนแบบระยะยาว ใช้แผนนั้น ๆ ต่อเนื่องกันหลายปี

แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามีบทบาทต่อธุรกิจมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดเดาทิศทางได้ยาก การจะวางแผนอะไรที่ค่อนข้างไกลกลายจะเป็นข้อเสีย เพราะทำให้ยึดติดและช้าเกินไปต่อการขยับปรับตัวเวลาเจอความผันผวนหรือวิกฤติต่าง ๆ

เราคิดว่าจุดนี้คือจุดเปลี่ยน ที่ทำให้องค์กรชั้นนำของโลกเริ่มเกิดการกลับด้านมาให้ความสำคัญกับด้าน“คน” แทน เพราะเมื่อคนในองค์กรเข้มแข็ง สามารถเป็นกำลังหลักให้กับองค์กรได้แล้ว ไม่ว่าจะเจอวิกฤติอะไรคนเหล่านี้ก็จะพร้อมและปรับเปลี่ยนตัวเองได้ไม่ยาก

โดยเครื่องมือชิ้นสำคัญคือ “วัฒนธรรมองค์กร”

ดังที่มีผู้บริหารท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมองค์กรจะดูแลพนักงานของเรา พนักงาน-ของเราจะช่วยดูแลลูกค้าให้เรา และท้ายที่สุดลูกค้าก็จะกลับมาดูแลธุรกิจให้เรานั่นเอง”

ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีนั้น ไม่ใช่การปล่อยให้วัฒนธรรมเกิดขึ้นเอง แต่มันคือความตั้งใจในการสร้างมันขึ้นมาต่างหาก

ในครั้งหน้า A Cup Of Culture จะมาเปิดเผยความลับ (ที่ไม่ลับ) ขององค์กรชั้นนำในโลกธุรกิจ ว่าเขามีแนวคิดอย่างไรในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ของโลกมากมาย และถ้าเราอยากจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบตั้งใจบ้าง ต้องทำอย่างไร กระซิบบอกตรงนี้ว่า “ไม่ยากเลย”

ท้ายสุดนี้… “ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม วัฒนธรรมองค์กรจะเกิดขึ้นอยู่ดี ทำไมเราไม่มาสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบที่เราอย่างเห็นกันละ”

A Cup of Culture

A Cup of Culture

“A Cup of Culture แก้วนี้เอ่อล้นด้วยเรื่องราวของวัฒนธรรมองค์กร ☕️ เพราะเป้าหมายของเราคือ การบอกเล่าเรื่องราวและเทคนิคดี ๆ อีกทั้งเป็นพื้นที่แบ่งปันเครื่องมือ

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store