ยุคใหม่ ยุคดิจิตอล 5G

ในโลกปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตมีส่วนช่วยให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น ในยุคเริ่มแรกนั้นอินเทอร์เน็ตบ้านเป็นเพียงออฟชั่นเสริมในการสื่อสารกันเท่านั้น และใช้อินเตอร์เน็ตต่อด้วยโมเด็มและผ่านโทรศัพท์ ไปที่องค์การโทรศัพท์เท่านั้น และเล่นได้ที่ความเร็ว 120KB ต่อนาทีเท่านั้น จะโหลดหนัง ซึ่งเป็นแผ่นซีดี จะต้องโหลดข้ามวันกันเลย

ต่อมาถึงกลายมาเป็นยุคที่เริ่มมีอินเทอร์เน็ตแบบ DSL เป็นการต่อโดยใช้สายโทรศัพท์เหมือนเดิมแต่ผ่านเร้าเตอร์ ความเร็วก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 500Kb แล้ว ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 1 เมกะไบต์ ซึ่งตอนนั้นจะมีเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่ให้บริการ ที่เป็นค่ายหลักๆก็คือองค์การโทรศัพท์หรือ TOT แต่บอกเลยว่าไม่ค่อยจะเร็วเท่าที่ต้องการนัก ส่วนค่ายอื่นๆ ที่มาแรงในขณะนั้นก็ได้แก่ 3bb ซึ่งได้แก่บริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอนแรกๆที่ตอนแรกเริ่มนั้นผมจำไม่ได้ว่าชื่อว่าบริษัทอะไร รู้แต่ว่าใช้งานได้เร็วดีสะดวกดี ไม่ต้องต่อทีละสเต็ปไม่ต้องกดไม่ต้องเติมตังค์แต่จ่ายเป็นรายเดือนเอาและออนไลน์ทิ้งไว้ได้ทั้งวัน

จนบัดนี้มีคู่แข่งในตลาดอยู่หลายกลุ่มอย่างเช่นทรู และ AIS ส่วนความเร็วก็ขยับการแข่งกันมาเรื่อยๆจาก 1 เมกะไบต์เป็น 100 เมกะไบต์ จนขยับมาวิ่งกันที่ระดับ 5 กิกาไบต์ จนปัจจุบันนี้ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น Fiber Optic ความเร็วไม่ต้องห่วงวิ่งกันกระจุยกระจายสปีด 100 กิกาไบต์ ขึ้น เอาง่ายๆ โหลดโหลดหนังผ่าน บิททอรร์เร้นท์ ความจุขนาด 4 กิกะไบต์ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 17 นาทีเป็นอย่างช้าเท่านั้น

ส่วนโทรศัพท์ mobile phone ก็ไม่น้อยหน้า ก็ก้าวกระโดดเช่นกัน เริ่มต้นจาก Apple ที่ปฏิวัติโลกโดยนำโทรศัพท์ 2G ออกมา แล้ว Samsung ก็ขยับตาม จนมีคลื่น 3G 4G ตามมา และตอนนี้กำลังก้าวกระโดดเข้าไปสู่ยุคแห่ง 5g

ในอนาคตเร็วๆนี้แน่นอนว่ายุคแห่ง iot ก็จะเข้ามาอีก IOTคือ internet of Thing คือทุกสิ่งทุกอย่างสามารถที่จะเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตได้ สั่งงานผ่านอินเทอร์เน็ตได้แม้กระทั่งตู้เย็นของคุณ ก็สามารถตรวจสอบได้ว่ามีอะไรที่มันใกล้หมดอายุแล้ว สามารถตั้งเวลารดน้ำต้นไม้ เปิดปิดไฟรอบบ้าน เปิดเครื่องซักผ้า สั่งให้หุงข้าวผ่านหม้อหุงข้าวอัจฉริยะ หรือแม้กระทั่งการใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยผ่านทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป รวมทั้ง SMART CAR รถอัจฉริยะที่สามารถวิ่งไปถึงจุดหมายได้เองโดยที่คนขับแค่นั่งอยู่เฉยๆ ซึ่งสามารถควบคุมโดยระบบ gps ผ่านทางดาวเทียมเชื่อมต่อผ่านระบบ 5G โดยใช้สมองกลอัจฉริยะที่เรียกว่า AI

แน่นอนว่ายุคนี้จะเป็นยุคที่เกิด อาชีพใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกมากมายและยุคที่ คนอาจจะเห็นว่ามีหุ่นยนต์ออกมาเดินเพ่นพ่านบนถนนหรือเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร แน่นอนว่าเมื่อมีอาชีพที่เกิดขึ้นมาใหม่ก็ย่อมมีอาชีพที่หายไป ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเช่นในขณะนี้ ธนาคารต่างๆ ต่างก็ลดพนักงานลง โดยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้เองผ่านเครื่อง ATM หรือโทรศัพท์ แม้กระทั่ง Call Center ซึ่งบางครั้งการที่คุยผ่านพนักงานผ่านโทรศัพท์เข้าไป คุณอาจไม่ได้คุยกับมนุษย์ก็ได้ ซึ่งอาจเป็นสมองกลอัจฉริยะหรือ AI นี้เรียกง่ายๆว่าบอท แม้กระทั่งบน Facebook หรือใน LINE Application www.panun999.com

ปัจจุบันนี้ก็เริ่มมีบอทออกมาสนทนากับคุณแล้ว โดยที่คุณไม่รู้เลยว่าคนที่แชทด้วยกันกับคุณนั้นจะเป็นคนจริงๆ หรือว่าเป็นบอท และได้มีการเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว โดยการวิเคราะห์จากลักษณะคำถามที่เราถามว่ามี keyword ใดๆ ที่สำคัญที่เชื่อมโยงกับคำตอบใดได้

อย่าแปลกใจว่าวันนึงเมื่อคุณไม่สบายในอนาคตแล้วตื่นขึ้นมา แล้วพบกับตัวเองกำลังคุยกับหมอผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ คุณหมอท่านนั้นอาจจะมีตัวตนแต่อยู่ห่างไกลออกไป หรืออาจจะเป็นเพียงสมองกลอัจฉริยะ ที่ได้รับการถอดความรู้มาจากตำราแพทย์จากทั่วโลกเก็บลงไว้ในเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะ BIG DATA ที่ใดที่หนึ่งในโลกแล้วทำการวิเคราะห์จากตัวเซ็นเซอร์หรือคลื่นไฟฟ้าที่ออกมาจากตัว คล้ายกันกับการจับชีพจรของหมอจีนสมัยโบราณ (ซึ่งปัจจุบันนี้ศาสตร์นี้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง) หรืออาจจะสนทนากับคุณแล้วทำการวิเคราะห์โรค สแกนร่างกายแล้วก็จ่ายยา แน่นอนครับนี่คือยุค digital disruption ยุคที่หลายๆสิ่งถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งถ้าใครปรับตัวได้ก็จะอยู่รอดยืนยาว สวัสดีครับ

ปรีชนะ ชาภัย

Written by

อยากรู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับเรื่องราวเกมส์ต่างๆ ตามลิ้งค์นี้ครับ http://www.panun999.com