Tekapo ที่ๆดาวสวยแม้มองไม่เห็นดาว

คืนที่tekapoเป็นคืนที่ฉันรักที่สุดในทริป

ไม่ใช่เพราะพ่อบอกว่าใต้ฟ้าตรงนี้ดาวสวยที่สุดในโลก ไม่ใช่แน่ๆเพราะคืนนั้นฝนตกมาตลอดตั้งแต่เย็นเมฆกลมหนาคลุมทั้วท้องฟ้าที่ควรจะเป็นผืนดาว ไม่ใช่เพราะที่นี่มีกิจกรรมสุดเหวี่ยงให้ฉันทำ ไม่ใช่แน่ๆเพราะสิ่งปลูกสร้างที่ดูเหมือนจะเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งเดียวของที่นี่เป็นเพียงโบสถ์ที่เล็กที่สุดในโลก

ไม่มีเรือกลล่องทะเลสาบ ไม่มีบันจี้จั้ม เรือฉลาม หรือแม้อินเตอร์เน็ตดีดี

ที่tekapoไม่มีอะไรให้เราทำเลยด้วยซ้ำ นอกจากเดินไปรอบๆทะเลสาบ

เพราะแบบนั้น ทำให้เราต้องดึงเพื่อนยามเด็กที่ชื่อจินตนาการกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง

มันน่าเหลือเชื่อนะในวันที่เทคโนโลยีแทรกซึมอยู่ทุกที่แต่ฉันกับขาดแคลนwifiที่tekapoฉันไม่ได้กำลังยกบทผู้ร้ายให้กับอินเตอร์เน็ต ฉันก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตในการหายใจ ฉันแค่รู้สึกแปลกใจนิดๆว่า จินตนาการการเล่นแบบอนาล็อคของเรายังทำงานกันได้ดีไม่ต่างจากเดิม

หรือบางทีการมาต่างที่อาจจะดึงความตื่นเต้นไว้กับเรามากกว่าอินเตอร์เน็ตหน้าเดิมๆ

นัทกับกิตเดินไล่หาก้อนหินที่เรียบและแบนที่สุด เพื่อจะทำให้มันกระดอนได้ไกลกว่าอีกคน เล่นอย่างจริงจังเหมือนความเป็นเด็กไม่เคยหายไปไหน นัทใช้ความพยายามส่วนใหญ่ของวันไปกับการไล่กระต่ายป่า ก่อนจะถอดใจและเห็นว่าการเดินชมวิวช้าๆดีกว่าเป็นไหนๆ

กิตที่ยังคงอยากได้รูปใหม่ๆไปลงอินสตาแกรมที่นานๆทีอัพเดท ก็ใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับการเล็งวิวสวยๆ

ฉัน..หนึ่งเดียวผู้มาที่นี่เป็นครั้งแรก ฉันตื่นเต้นกับทุกๆอย่าง โบสถ์หลังจิ๋ว ทะเลสาบใสกว้าง กระต่ายป่าวิ่งขวั่กไขว่ เป็ดหัวเขียวที่บินเก่งไม่แพ้นก

ฉันตื่นเต้นกับสายน้ำไม่มีที่มาที่ไป ฉากหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่ที่ถูกหมอกบังไปจนเกือบหมด ตื่นเต้นแม้กระทั่งกับการแข่งขันปาก้อนหินของกิตและนัท

อากาศแสนดีที่นี่ทำให้ฉันหัวเราะเสียงใสกว่าที่เคย


ยังไม่เย็นเกินไปนักตอนเราวนเข้าบ้านพัก ณ อีกฝากหนึ่งของทะเลสาบ

เราใช้เวลาขณะหนึ่งทดลองชิมขนมแฮร์รี่ รวบรวมความกล้าลองรสอ้วกหรือรสขี้หู การได้เห็นคนอื่น(หรือเราเอง)ทำหน้าบอกบุญไม่รับตอนได้ชิมมันก็ตลกดี

เมื่อค้นพบว่าขนมลดราคาส่วนใหญ่ที่ซื้อมาระหว่างทางไม่มีอันไหนอร่อยเลย เราก็กลับมาใส่รองเท้ากันอีกครั้ง ครั้งนี้ฉันหยิบเสื้อกันฝนสีแดงหม่นมาใส่ด้วย

อาจเป็นเพราะสบโอกาสเดินเล่นใต้สายฝนพร่ำก็ได้

ที่ทำให้ฉันหลงรักทะเลสาบแห่งนี้..เช่นเดียวกับสายฝน


ใกล้กับบ้านพักมีต้นสนเรียงเป็นแถบ เราสามคนเดินผ่าป่าสนขนาดย่อม เจอเห็ดโคนใหญ่สีสันสดใส อะไรที่นี่ก็ดูใหญ่โตไปหมดแม้กระทั่งเห็ด ลูกสนร่วงหล่นกระจายอยู่ตลอดทาง ฉันหมายมั่นปั้นมือที่จะเอากลับบ้าน

นัทดึงความสนใจของเราสองคนไป ด้วยการวิ่งไปที่ริมหาด เศษไม้ ขอนไม้ ก้อนหิน กลายเป็นของเล่นของเด็ก 3คนที่ไม่ยอมโต เราแข่งกันเดินบนขอนไม้แข่งกันเรียงก้อนหินสูงขึ้น และทำลายลงอย่างคนไม่ยอมแพ้

ฟ้าใกล้มืดเต็มที ฝนเม็ดใหญ่ขึ้นกับอุณหภูมิที่เย็นลงเรื่อยๆ ทำให้เราเดินกลับเข้าบ้านพร้อมเสียงหัวเราะ

ฉันอ่านหนังสือมามากมายเกี่ยวกับบ้านที่อบอุ่นยามอากาศหนาวเหน็บ เพิ่งเข้าใจและได้เจอกับตัวจริงๆเอาวันนี้ บ้านที่ถูกอุ่นด้วยไอร้อนจากฮีทเตอร์และแกงเขียวหวาน ในวันที่หนาวและเปียกจะมีอะไรดีไปกว่าบ้านที่มีคนรอให้กลับไปหา :)


เวลาไปเที่ยวเนี่ย กินได้เยอะเน๊าะ มื้อเย็นของฉันยังไม่จบด้วยแกงเขียวหวาน แต่เลยเถิดไปถึง pop tart และมาม่าเกาหลีกับกิมจิ ฉันยังจำภาพนัทวางหม้อบนเตา ต้มมาม่าอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ตอนที่ฉันกำลังเล่นกับกิต กระโดดขี่คอกิตและออกคำสั่งให้ไปจัดการนัท ยังจำสีหน้าหมั่นไส้เล็กๆของนัทได้ พร้อมถือหม้อไล่เราสองคนเข้าห้องนอนไปเลยตัวเองจะกินมาม่าแค่คนเดียว

แต่สุดท้ายมาม่าหม้อนั้นก็ตกเป็นของเราทั้งสามคน

ฉันจบวันนั้นด้วยการนั่งมาร์คหน้าให้สองหนุ่ม เรานอนคุยกันอย่างไร้สาระท่ามกลางความมืดมิดของtakapoและเสียสายฝนที่พร่ำเบาๆตลอดคืน


เสียงพูดคุยเงียบลงแล้วแต่ความคิดฉันยังตื่น วันนี้เป็นวันที่ 6 แล้วที่ฉันมาอยู่ที่นี่กับครอบครัวนี้ ได้ใช้เวลาร่วมกันทั้งกลางวันและกลางคืน 6วัน เป็นช่วงเวลาที่เราคุ้นเคยกัน คุยกันได้หลายเรื่อง สนิทกันจนแกล้งกันได้

ช่วงเวลาสั้นๆนี้ นัท พ่อ แล้วก็แม่ กลายมาเป็นอีกส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน โดยเฉพาะนัท ความสัมพันธ์แบบพี่น้องก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่เชิงของฉันกับเขากลับทำให้เราสนิทกันได้ง่ายขึ้น จากที่ฉันเคยกังวลว่าการมาของฉันจะทำให้นัทอึดอัดหรือเปล่า นัทเป็นเหมือนอีกด้านหนึ่งของกิต ฉันคุยกับนัทแทบทุกเรื่องที่ฉันไม่คิดว่าจะได้คุยด้วย กินข้าวด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกันเหมือนรู้จักมานาน

อาจเป็นเพราะทุกอย่างมันกำลังดี เลยทำให้ฉันหลงรักที่นี่ เราผ่านวันด้วยกันมาจากจนอาจเรียกได้ว่าเป็นมากกว่าแค่คนรู้จัก และยังมีเวลาอยุ่ด้วยกันอีกมากเกินกว่าจะนั่งกังวลถึงวันที่ต้องจาก

ดีใจที่ทริปนี้ให้ฉันมากกว่าการมาเที่ยวกับแฟนมากนัก ดีใจที่วันที่เหยียบนิวเป็นวันแรกฉันมาคนเดียว แต่วันนี้ฉันเริ่มสัมผัสได้ในการเป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ครอบครัว

ที่นี่ ฉันเห็นบางสิ่งสวยงามกว่าดวงดาว

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.