อีกขั้นกับ Technology การวัดผลโฆษณา

ปัจจุบันการวัดผลสำเร็จทางโฆษณาถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามช่องทางการสื่อสาร ซึ่งก็คือการวัดผลแบบ Offline และการวัดผลแบบ Online ซึ่งถ้าหากนำตัวเลขที่ได้จากการวัดค่าผลโฆษณาทั้ง 2 กลุ่มมาเปรียบเทียบกันแล้ว แน่นอนครับว่าการวัดผลแบบ Online นั้นมีตัวเลขที่น่าเชื่อถือ และดูจับต้องได้มากกว่าการวัดผลแบบ Offline ที่เราไม่สามารถรู้ตัวเลขที่แน่ชัดอยู่มากพอควร อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารแบบ Online หรือ Offline ลูกค้าแบรนด์ใหญ่ๆก็ยังคงยืนยันที่จะทำการวิจัย ทั้งก่อนโฆษณา และหลังโฆษณา เพื่อทำให้แน่ใจได้ว่าโฆษณาที่จะปล่อยออกไปนั้น จะประสบความสำเร็จ และทำหน้าที่สื่อสารข้อความบางอย่างที่แบรนด์อยากจะสื่อสารออกไปได้อย่างครบถ้วน และทำการตรวจสอบผลสำเร็จหลังปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึงเทคนิคในการทำให้โฆษณาประสบความสำเร็จ หรือเรียนรู้ข้อผิดพลาดที่ทำให้ล้มเหลว ซึ่งในบทความนี้ผมจะอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งอาจพลิกวงการโฆษณาไปอย่างสิ้นเชิงก็เป็นได้ครับ

เทคโนโลยีที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นั่นก็คือ การวิเคราะห์ระดับความผูกพันธ์ของสื่อผ่านคลื่นสมอง โดยหลักการนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยมหาวิทยาลัย นอร์ทเวสเทริน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศาสตราจารย์ Moran Cerf ศาสตราจารย์ทางด้านประสาทและธุจกิจ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยด้านประสาท Dr. Sam Barnett เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว

หลักการทำงานของเครื่องตรวจวัดคลื่นสมองนั้นก็คือ การตรวจสอบว่าในระหว่างที่มีการดูสื่อต่างๆนั้น คลื่นสมองที่ถูกปล่อยออกมามีลักษณะเดียวกันกับคลื่นสมองในช่วงเวลาปกติหรือไม่ โดยจะมีการวัดออกมาเป็นภาพพลังงานของของคลื่นสมองดังภาพ

ขอบคุณภาพจาก https://news.northwestern.edu/stories/2017/march/brain-waves-predict-success-of-advertisements/

ถ้าหากว่าค่าที่อ่านออกมาได้นั้นมีลักษณะเข้าใกล้สีส้มและแดง แสดงว่าคลื่นสมองมีการทำงานคล้ายกันกับการทำงานของสมองในช่วงเวลาปกติ ดังนั้นจึงหมายความว่าระดับความผูกพันธ์ของของสื่อนั้นมีสูง สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่เสพสื่อนั้นมีความผูกพันธ์และสามารถจดจำสิ่งที่ดูไปได้ดีกว่าสื่ออื่นๆที่มีค่าความผูกพันธ์ต่ำกว่า

นอกจากนี้ตามภาพข้างบนยังสามารถพิสูจน์ว่า ถ้าค่าความผูกพันธ์อยู่ในเกณฑ์ที่ดีนั้น จะสามารถทำนายได้ว่ายอดขายของสื่อชนิดนั้นมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ โดยในภาพตัวอย่างนั้นเป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างภาพยนต์เรื่อง Mr. Peabody and Sherman กับ X-men : Days of Future Past ครับ ซึ่งทำรายได้ต่างกันอยู่ที่ 23 ล้านเหรียญสหรัฐต่ออาทิตย์ ซึ่งค่าวัดความผูกพันธ์ที่กล่าวมานี้ ทางมหาวิทยาลัย นอร์ทเวสเทริน ไก้กล่าวไว้ว่าการวัดผลในลักษณะนี้สามารถทำนายยอดขายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีกว่าการทำการสำรวจเพื่อคาดเดายอดขายแบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้ถึงร้อยละ 20 ซึ่งผู้ทำการวิจัยได้บอกเหตุผลของความสามารถในการทำนายที่ดีกว่านี้มาจากการที่การวิเคราะห์คลื่นสมองนั้นไม่มีอคติเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นจุดแตกต่างจุดสำคัญหากเปรียบเทียบกับการทำสำรวจครับ

นับได้ว่าการตรวจวัดระดับความผูกพันธ์ที่มีต่อสื่อเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองมากในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคต ถ้าหากว่ามีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ว่ามานี้ให้มีความพร้อมเพียงพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างแพร่หลาย ขั้นตอนการทำงานของเอเจนซี่โฆษณาก็คงจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ หรือคงได้เวลาบอกลาการทำวิจัยแบบเก่า และก้าวเข้าสู่ยุคของการนำเทคโนโลยีไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะครับ

Like what you read? Give LIKEME a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.