พัฒนาการของอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตอนที่ 1

(Development of Prince of Songkla University Science Park: Episode I)

หลังจากที่รอคอยมาอย่างยาวนานในที่สุด อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อว.ม.อ.) ก็ถึงเวลาที่จะมีบ้านของตัวเองเสียที ใช่ครับผมหมายถึงการเริ่มต้นก่อสร้างอาคารอำนวยการและห้องปฏิบัติการพร้อมทั้งโรงงานต้นแบบของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ จังหวัดสงขลา ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ 2559 จำนวน 430 กว่าล้านบาท (เฉพาะค่าก่อสร้าง) บนพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ของพื้นที่ส่วนขยายของวิทยาเขตหาดใหญ่ ติดถนนปุณณกันต์ และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 800 กว่าวันในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

เหตุผลที่ผมบอกกว่าการรอคอยอย่างยาวนานเนื่องจากว่า ผมถูกมอบหมายให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานสนับสนุนการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ ตั้งแต่ปีพศ. 2547 โดยเริ่มจากการเตรียมความพร้อมในเรื่องการทำแผนศึกษาความเป็นไปได้และแผนธุรกิจของการให้บริการอุทยานวิทยาศาสตร์ก่อนในระยะที่ 1 ในตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดถึงการก่อสร้างอาคารของอุทยานฯ แต่อย่างใด เพราะทางรัฐบาลโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขณะนั้นได้มอบหมายให้ สวทช. เป็นพี่เลี้ยงของโครงการฯ และโจทย์ที่สวทช. กำหนดในขณะนั้นคือการสำรวจความต้องการของบริการอุทยานวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ภาคใต้ แม้ว่าผลการศึกษาจะชี้ชัดว่านอกจากบริการที่เกี่ยวกับ soft services ของอุทยานวิทยาศาสตร์แล้ว ภาคใต้ยังมีความต้องการโรงงานต้นแบบด้านการแปรรูปอาหารและผลิตผลทางการเกษตรอีกด้วย เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดแคลนสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในพื้นที่ อย่างไรก็ดีเราไม่ได้รับการสนับสนุนให้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในระยะที่ 1 การดำเนินการเรื่องการออกแบบก่อสร้างต่างๆจึงล่วงเลยมาหลังจากนั้นอีกหลายปี

จนในที่สุดเมื่อปีพศ. 2556 ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กำหนดให้เราเริ่มต้นศึกษาและออกแบบรวมทั้งวางผังแม่บทของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลาได้ พร้อมๆกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ. เชียงใหม่ และ ขอนแก่น ตามลำดับ และด้วยความที่ระยะเวลาในการศึกษาออกแบบนั้นค่อนข้างจำกัด ประกอบกับการที่ ม.อ. ในขณะนั้นยังไม่มีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เหมือนเช่นกับ มช. และ มข. ที่สามารถให้คณาจารย์ของสองคณะดังกล่าวทำการออกแบบอาคารและระบบต่างๆให้ได้ ผมจึงต้องขออนุม้ติดำเนินการเรื่องดังกล่าวด้วยวิธีพิเศษและโชคดีที่บริษัท เอ.พี.วาย จำกัด ซึ่งมีบุคลากรที่มีความชำนาญในการออกแบบก่อสร้างและเข้าใจเกี่ยวกับอุทยานวิทยาศาสตร์อยู่บ้างจากการมีส่วนร่วมในการออกแบบกลุ่มอาคาร Inc2 ของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย มีความสนใจที่จะรับทำงานดังกล่าวโดยมีคุณอภิชาติ แหยมเจริญ และคุณสง่า เหล่ากิจพาณิชย์ เป็นกำลังหลักที่สำคัญร่วมกับทีมงานวิศวกรระบบต่างๆ จนเราได้แบบอาคารที่สวยงามและมีประโยชน์ใช้สอยที่ครบครันดังที่เห็นในภาพ

ความยากและท้าทายในการออกแบบก่อสร้างอาคารดังกล่าวนั้นสืบเนื่องมาจากเหตุผลหลายประการด้วยกันคือ สภาพภูมิประเทศของพื้นที่จำนวน 200 ไร่นั้นเป็นเนินเขาที่มีความสูงต่ำลดหลั่นกันมาก และมีก้อนหินขนาดใหญ่ทั้งที่โผล่บนดินและใต้ดินจำนวนมาก ทำให้สถาปนิกและวิศวกรต้องออกแบบให้อาคารกลมกลืนไปกับสภาพภูมิประเทศ และไม่สามารถทำเป็นอาคารหลังเดียวที่มีขนาดพื้นที่ครอบคลุมประโยชน์ใช้สอยทั้งหมดได้ และด้วยความที่เป็นพื้นที่พิเศษที่มีลักษณะการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เช่น สำนักงาน ห้องประชุม ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง และโรงงานต้นแบบ จึงต้องกระจายตัวอาคารเป็นกลุ่มอาคารย่อยๆ จำนวน 10 กว่าอาคาร ดังที่เห็น

และด้วยเหตุผลของการเป็นอาคารอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ และเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะมีการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคขึ้นนั้น ผมได้ให้แนวคิดกับสถาปนิกว่านอกจากจะเป็นอาคารที่สะท้อนถึงความเป็นนวัตกรรม ทันสมัย และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์คือพื้นที่การใช้งานแบบผสมผสาน (mixed use) สามารถให้บริการได้ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมงโดยที่ผู้ทำงานในอาคารได้รับความสะดวก และการบริหารจัดการอาคารไม่ว่าจะเป็นเรื่องความประหยัด คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลแล้ว จะต้องสะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็นภาคใต้ในตัวอาคารและการออกแบบด้วย โชคดีที่ทีมสถาปนิกทำการบ้านมาดีมาก เราจึงได้อาคารที่มีรูปทรงและการออกแบบที่สะท้อนถึงเรือขุดแร่ และเรือกอและที่มีอยู่ในภาคใต้ ตลอดจนลวดลายและการให้แสงสว่างภายในอาคารก็สะท้อนถึงแสงที่ส่องลอดผ่านต้นยางพาราในสวนยางที่เรามักพบเห็นในภาคใต้จนชินตา การเล่นระดับของอาคารก็จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างอาคารที่มีวัตถุประสงค์การใช้สอยที่แตกต่างกันไป แต่จะคงสภาพธรรมชาติและความร่มรื่นของภูมิทัศน์รอบๆพื้นที่ไว้ให้มากที่สุด

จุดทำเลที่ตั้งของอาคารนั้นสามารถที่จะมองเห็นทะเลสาบสงขลาที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่ถึง 30 กม. และวิวรอบๆ ก็เป็นภูเขาที่สวยงาม เหมาะแก่การทำงานเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นนำของประเทศ

ในวันที่ผมและทีมงานคือ คุณสมปอง เพชรโรจน์ ผจก.อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. คุณภาคภูมิ ยอดปรีดา นักพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรม นำทีมสถาปนิกไปสำรวจพื้นที่ครั้งแรกนั้น เราต้องบุกป่า ผ่าดงเข้าไปจริงๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการตัดถนนและแผ้วถางแต่อย่างใด ข้อดีคือเรามีต้นไม้ใหญ่อยู่จำนวนไม่น้อยแล้ว และผมได้บอกกับสถาปนิกว่าขอให้ออกแบบเพื่อคงต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ได้มากที่สุด อีกทั้งผมได้สำรวจไม้พุ่ม ไม้ลุ้มลุกทั้งที่มีดอกและไม่มีดอกไว้จำนวนหนึ่งเพื่อที่จะได้นำต้นเหล่านี้มาปลูกในการตกแต่งภูมิทัศน์รอบๆอาคารต่อไปในอนาคต เนื่องด้วยผมคิดว่าต้นไม้เหล่านี้เติบโตและอยู่รอดมาได้นานหลายสิบปีโดยไม่มีผู้ดูแล ย่อมแสดงถึงกับการปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ได้เป็นอย่างดีและน่าจะส่งผลให้การดูแลภูมิทัศน์ของอุทยานวิทยาศาสตร์อาจจะไม่ต้องใช้งบประมาณที่สูงมากนัก และเป็นการสะท้อนสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับสภาพความจริงให้มากที่สุด เวลาที่มีผู้มาเยือนอุทยานวิทยาศาสตร์จะได้มีความเข้าใจในความเป็นท้องถิ่นของเราด้วย บางครั้งเรื่องเหล่านี้เรามักจะมองข้ามไป และหยิบสิ่งต่างๆที่ไม่สอดคล้องหรือเข้ากับอัตลักษณ์มาใส่มากจนเกินไปและทำให้ขาดความเป็นตัวของตัวเอง

ผมและทีมงานโชคดีมากที่ในระหว่างการเริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบก่อสร้างนั้น เราได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของ Adlerhof ซึ่งเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และพื้นที่นวัตกรรมขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในประเทศเยอรมันนี เมื่อครั้งที่ไปประชุม IASP ที่ประเทศบราซิล จึงขอร้องว่าผมอยากจะพาทีมงานไปดูงานและเรียนรู้ว่าเค้าเริ่มต้นสร้างและพัฒนา Adlerhof ได้อย่างไร โดยเฉพาะการออกแบบอาคารกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ใช้งานตามความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ (tenant) ซึ่งผมจะขอยกยอดไว้เล่าในโอกาสต่อไปนะครับ เพราะมีรายละเอียดพอสมควรที่เราไปศึกษามาจาก Adlerhof และ Technology Park ที่ Heidelberg ซึ่ง Dr. Andres Domin กรุณาอนุเคราะห์ให้เราได้ไปเรียนรู้มาเพื่อเป็นต้นแบบสำหรับอุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ.ครับ

และหลังจากที่เราได้ออกแบบก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่เรารอคอยกันมานานหลายปีก็เริ่มมีความหวังเมื่อสำนักงานส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (สอว) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทะยอยจัดสรรงบประมาณเพื่อลงทุนก่อสร้างอาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ด้วยงบประมาณปี 2557 และ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ด้วยงบประมาณปี 2558 จนมาถึงเราในปีงบประมาณ 2559 จากนี้ไปก็เป็นการเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อที่จะเห็นสิ่งที่หลายๆคนทุ่มเท กำลังกาย กำลังใจ ลงไปเริ่มเป็นรูปร่าง อย่างไรก็ดีผมยังมีความเชื่อว่าอาคารและสิ่งก่อสร้างเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งเท่านั้นแต่ไม่ใช้ทั้งหมดในการที่อุทยานวิทยาศาสตร์จะดำเนินการได้บรรลุวัตถุประสงค์และสร้างคุณค่าให้กับสังคม เรื่องของทรัพยากรบุคคลยังเป็นความสำคัญและจำเป็นยิ่งกว่าที่จะต้องมีการเตรียมการและการพัฒนา ดั่งคำกล่าวที่ว่า Science Park doesn’t build only from bricks but brains.

เมื่ออาคารสร้างเสร็จและพร้อมให้บริการ ผมหวังว่าพื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการทำงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม การใช้ชีวิต การเชื่อมโยงกับชุมชนสังคมที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง