Emerging Technology Asia 2017, Singapore Day 1: Part 2 Meet Innovators Under 35 & DoInnovate

ช่วงที่สองของการประชุมในวันแรกของงาน EmTech Asia 2017 เค้าจัดให้หน่วยงานที่สนับสนุนนวัตกรรมในสิงคโปร์มาบรรยายและแนะนำให้รู้จักกับนวัตกร 2 คนแรกที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นนวัตกรอายุน้อยกว่า 35 ในเอเชียที่มีผลงานน่าจับตามองว่าจะสร้างนวัตกรรมที่สำคัญต่อโลกได้

Steve Leonard ซึ่งเป็น founding CEO ของ SGInnovate ที่เป็นหน่วยงานเอกชนแต่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ในฐานะผู้ร่วมลงทุนนั้นได้มาเล่าให้เราฟังว่าประเทศสิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างระบบสนับสนุนนวัตกรรมและดูแลนวัตกรรมให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ เพราะหากปราศจากนวัตกรรมแล้ว สิงคโปร์คงจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ยากเนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรแทบทุกอย่าง (ยกเว้นคน)

SGInnovate จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว Steve นำเสนอได้อย่างน่าสนใจว่าปัญหาในโลกนี้มีหลากหลายที่รอรับการแก้ไข คำถามที่เค้าถามคือทำไมปัญหาเหล่านั้นยังแก้ไม่ได้ เป็นเพราะว่าขาดแคลน งบประมาณวิจัยและพัฒนา หรือขาดนักวิจัย หรือ ขาดมหาวิทยาลัยที่สนในการแก้ปัญหาดังกล่าว หรือว่าบริษัทเอกชนไม่สนใจที่จะช่วยแก้ปัญหา ก็เปล่าเลยในกรณีของประเทศสิงคโปร์ เพราะเรื่องที่ขาดแคลนและทำให้เป็นอุปสรรคกลับเป็นเรื่องของความกล้าในการที่จะเสี่ยง (courage to take risk) อย่างพอเพียง (ฟังดูคุ้นๆนะครับว่าบ้านเราก็เป็น เงินรัฐเอามาเสี่ยงไม่ได้ หืม…แล้วที่ทำไปโดยไม่มีแผนหรืออะไรเลยนี่ไม่เสี่ยงเลยนะ)

ดังนั้นหลายๆกิจกรรมจึงถูกพัฒนาขึ้นโดยการดำเนินงานของ SGInnovate ด้วยความมุ่งหวังที่ก่อให้เกิดการทำงานด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กิจกรรม Bootcamp, การจัดการประกวดแข่งขันการแก้ปัญหาสำคัญๆของโลก โดยระดมนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย หมอ วิศวกร หรือผู้ประกอบการมาร่วมกันคิดหาทางแก้ปัญหา และนำไปสู่การสนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยมีโมเดลทางธุรกิจรองรับ

จากนั้นเราก็ได้พบกับนวัตกรท่านแรกที่อายุน้อยกว่า 35 Dr. Zhi Wei Seh ซึ่งเป็นนักวิจัยอยู่ที่ Institute of Material Research and Engineering, A*STAR ประเทศสิงคโปร์ ที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทำแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาด้านพลังงานที่ยั่งยืน

นวัตกรท่านที่สองคือ Dr.Sumeet Walia ที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือที่ Royal Melbourne Institute of Technology, Australia ซึ่งก็ทำงานวิจัยด้านวัสดุชนิดใหม่สำหรับใช้เพื่อการทำแบตเตอรี่เช่นกันแต่เป็นคนละเทคโนโลยีกับนวัตกรท่านแรก จะสังเกตได้นะครับว่า งานวิจัยและนวัตกรรมสำหรับพลังงานทดแทนและแบตเตอรี่นั้นมาแรงมากๆ และคาดว่าเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอยู่นั้น มีการแข่งขันสูงมากเช่นกัน ทำให้เรามีโอกาสที่จะได้เทคโนโลยีใหม่มาเพื่อใช้งานค่อนข้างมาก และจะก่อให้เกิดการพลิกผันและก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมากด้วยเช่นกันครับ

หลังจากที่พักรับประทานกาแฟกันแล้ว เราก็ได้ฟัง Paul Daugherty ซึ่งเป็น Chief Technology & Innovation Officer ของ Accenture ซึ่งเป็น VC เอกชนรายใหญ่ของโลกที่สนใจลงทุนในนวัตกรรมมาเล่าให้ฟังว่า ยุคของปัจจุบันที่เป็นยุคเทคโนโลยีเพื่อการใช้งานกับมนุษย์นั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องอาศัยข้อมูลและองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ

ซึ่ง Paul ได้สรุปว่าเทคโนโลยีและประเด็นที่สำคัญและกำลังมาแรงในยุคนี้และในอนาคตอันใกล้นี้มอยู่ด้วยกัน 5 ด้านคือ (1) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ซึ่งจะกลายมาเป็น User interface ที่สำคัญในระบบต่างๆเกือบทั้งหมด (2) Ecosystem Power Plays (การที่ระบบนิเวศน์เพื่อสนับสนุนการทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นจะมีอิทธิพลต่อการทำงานเป็นอย่างมาก) (3) Workforce Marketplace ตลาดแรงงาน(ที่ใช้ความรู้)จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้น (4) Design for Humans หรือการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริงโดยคนเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม ชีวิตและความเป็นอยู ่และสุดท้ายคือ (5) Unchartered ที่หมายถึงการแบ่งปัน และไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเองในทุกเรื่องสำหรับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.