Emerging Technology Asia 2017, Singapore Day 1 Part 3

ในงาน Em Tech Asia มีคนเก่งจำนวนมากที่เก่งระดับอัจฉริยะ และนำความเก่งนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมและส่วนรวม ไม่ใช่เก่งเฉพาะเอาตัวเองรอดและได้ดิบได้ดี หนึ่งในจำนวนนั้นคือ Thomas Sohmers, CEO ของ REX Computing ซึ่งเป็นอัจฉริยะอายุน้อยจริงๆ เพราะเริ่มสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และด้วยอายุเพียง 10 ขวบก็เข้าเป็นผํู้ช่วยวิจัยที่ MIT และตั้งบริษัทของตัวเองตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ

งานวิจัยและพัฒนาที่เค้าสนใจเป็นเรื่องของการพัฒนาการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เมื่อเทียบกับการพัฒนาทางด้าน hardware แล้วยังถือว่าล้าหลังค่อนข้างมาก REX Company จึงได้เริ่มการพัฒนา 16-Core prototype ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลและสามารถระดมทุนได้ 2 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และมีทีมงาน 4 คนในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ว่านั้นได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี

คนที่สองที่ดูแล้วอัจฉริยะทั้งในเรื่องของ IQ และวิธีการคิดคือ Walter O”Brien ที่เป็นเจ้าของบริษัท Scorpion ที่เป็นชาวไอริช เก่งทางด้านการเป็น hacker ตั้งแต่อายุน้อยที่สามารถ hack ระบบของ NASA ได้ตั้งแต่อายุ 13 ขวบและ hack ระบบธนาคารอังกฤษเมื่ออายุได้ 16 ปี ชีวิตเค้าจึงวนเวียนอยู่ในเรื่องของ Cybersecurity มาโดยตลอดและได้รับการติดต่อจากรัฐบาลหลายประเทศให้ช่วยทำงานด้านความมั่นคงด้าน ICT และเค้ายังรวบรวม producers รายการทีวีและภาพยนต์ดังๆหลายคนเพื่อทำ Series ทางทีวีเกี่ยวกับชีวิตของเค้าและเป็น Series ที่ติดอันดับ 1 ช่อง CBS ของสหรัฐด้วย เค้าเองยอมรับว่าจุดแข็งในตัวเค้าคือ IQ ที่สูงเกือบ 200 แต่ที่แย่คือเรื่องของ EQ ที่แทบจะต่ำมาก ทำให้เค้าต้องเข้าใจและรู้จักตัวเองและการทำงานกับคนอื่นด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องที่เค้าให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทางด้าน Cybersecurity ที่ในมุมมองของเค้านั้นอาจจะไม่ทันต่อเหตุการณ์เพราะเรื่องของวิธีการคิดและการทำงาน ดังนั้นจึงควรเป็นการทำงานร่วมกันกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญแต่ละเรื่อง เพราะการจัดลำดับความสำคัญและความถนัดนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ตัวเค้าเองที่ว่าเก่งก็ไม่ได้ทำทุกอย่างเองทั้งหมด หลักการคิดแบบนี้น่าสนใจครับ

การที่ได้ฟังแนวคิดและประสบการณ์จากคนในวงการที่เป็นมืออาชีพระดับโลกแบบนี้ ทำให้ผมได้มุมมองและแนวคิดที่ดีๆอยู่เสมอๆ บ้านเราผมก็เชื่อว่าเรามีคนเก่งอยู่มากแต่ทำอย่างไรที่จะให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสแสดงความสามารถตามศักยภาพและมีเวทีให้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น ฝากให้ช่วยคิดกันด้วยนะครับ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.