Review: ลุยเดียวเมืองสามอ่าว พิชิตเขาล้อมหมวก

เรื่องราวการเดินทางพิชิต “เขาล้อมหมวก”
วันที่่ 17–18 ก.ค. 2559 ในเวลา 2 วัน 1 คืน กับเงิน 1,200 บาท

“ทริปคนจน ที่ดิ้นรนทำตามความฝัน”
#ทริปทะเลที่ทะเลไม่ใช่เป้าหมาย

เครดิต :
รูปภาพ : Iphone 5s
แอพฯ : Snapseed
สถานที่ : กองบิน 5, เขาช่องกระจก,
ศาลหลักเมือง, สะพานสราญวิถี,
เขาล้อมหมวก, สบายดี เกสต์เฮ้าส์
พาหนะ : การรถไฟไทย

ผลงานต่าง ๆ
Pantip : https://pantip.com/topic/35412852
Page :
https://www.facebook.com/AmWillGo/
IG :
https://www.instagram.com/amwillgo/

วันที่ 16/0759

หลังจากที่ประกาศหาเพื่อนร่วมทาง ก็ไม่มีใครสนใจ หรือไม่เห็นก็ไม่รู้
ทำให้วันที่ 17/07/59
ต้องออกเดินทางคนเดียว
โดยใช้บริการรถไฟฟรี
ธนบุรี -หลังสวน กำหนดการออกเดินทางเวลา 7.30 น. ปลายทางของเราคือ “ประจวบคีรีขันธ์”

เมื่อได้ตั๋วเป็นที่เรียบร้อยก็มานั่งรอ
เจ้าหน้าที่เปิดประตูโบกี้รถไฟ ที่จอดอยู่ในชานชาลาที่ 2 วันนี้ เป็นวันที่คนเยอะมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว 5 วัน

“เป๊ง…เป๊ง…เป๊ง” (เสียงระฆังดัง)
เวลา 7.30 น. ก็ได้เวลาล้อหมุน
ซึ่งจาก ธนบุรี — ประจวบฯ ต้องผ่านสถานีทั้งหมด 48 สถานี ซึ่งก็นั่งจนเมื่อยทวาร แต่ด้วยความที่เป็นทริปคนจน ก็ต้องอดทน

เวลา 13.12 น. รถก็เดินทางมาถึง อ. สามร้อยยอด ซึ่งก็ใกล้ถึงปลายทางของเรา
ณ ตอนนี้ รถล่าช้ามาประมาณ 30 นาที (เป็นเรื่องปกติ ของการรถไฟไทย)

และอีก 1 ชม. ถัดมา รถไฟก็วิ่งเรียบอ่าวไทยเป็นวิวที่สวยงามมาก ซึ่งอีกครึ่งชั่วโมง
เราก็จะถึงปลายทาง “ประจวบคีรีขันธ์”

เวลา 14.20 น.

เราก็มาถึงสถานี “ประจวบคีรีขันธ์”
เราก็โทรให้ “สบายดี เกสต์เฮ้าส์” มารับที่สถานี

ณ สบายดี เกสต์เฮ้าส์
เมื่อมาถึงก็สำรวจห้องพัก ซึ่งโอเคมากกับราคา 550 ฿ ถ้ามา 2 คนก็คนละ 275 บาท

(แต่เรามาคนเดียวกินเต็ม 550 ฿)
ซึ่งมีทั้ง แอร์, ไวไฟ, ทีวี, ห้องน้ำรวม *แอร์เย็นเจี๊ยบ *เจ้าของเป็นกันเองมาก

หลังจากสำรวจห้องพักเรียบร้อย
เราก็ต้องหาพาหนะเพื่อใช้ในการตระเวนเที่ยว
และจากการที่สอบถามจากที่พักก็ได้คำตอบว่า ซอยตรงหน้าที่พักมีจักรยานให้เช่า วันละ 50฿ คืนรถได้อีกวันนึงเลยทีเดียว

*มัดจำด้วยบัตร ปชช.*

หลังจากที่เช่าจักรยานสำเร็จเราก็ขี่ออกมาจากซอย และสิ่งที่เจอก็คือทะเล เป็นไงล่ะ! สะดวกสบาย ถนนก็รถไม่เยอะขี่ชิวๆ ดี๊ดี!มากชีวิต วิวสวย อากาศดี ซึ่งเรากำลังจะขี่ไปยัง “เขาช่องกระจก” ที่ว่ากันว่า ลิงเกเรมาก

ภูเขาที่อยู่ไกลๆ ด้านซ้ายนั้นคือ เขาช่องกระจก” ซึ่งมาพร้อมกับเมฆฝน ที่น่ากลัว แต่เราไม่กลัว รีบควบจักรยานคู่ใจไปทันที

ในที่สุดเราก็มาถึงยังเขาช่องกระจก
แล้วมองหาที่จอดจักรยานทันที
(จอดตรงไหนให้ไม่หายวะ)

และเราก็มาโผล่บน “เขาช่องกระจก “ที่ไม่มีรูประหว่างทาง เพราะ กลัวลิงขโมย
ภาพนี้ถ่ายบน “เขาช่องกระจก”ซึ่งรีบถ่าย รีบเก็บ เพราะกลัวลิง และกลัวฝน
ที่มาจ่ออยู่บนหัวเรา ข้างบนจะมี “ศาลกรมหลวงชุมพร”ให้เราได้กราบไหว้ขอพร และมีพระพุทธรูปถ้าอยากไหว้พระ ต้องบอกคนขายอาหารลิงให้เปิดประตูให้

หลังจากที่ลงมาจากเขา เราก็มุ่งหน้าไปยังกองบิน 5 เพื่อไปสำรวจเส้นทางที่จะเข้าไป
ยัง “เขาล้อมหมวก” (ตอนเช้าจะได้มาถูก) #ภูเขาด้านขวาไกลๆ คือ #เขาล้อมหมวก

เวลา 17.00 น. เราก็มาอยู่ที่ กองบิน 5 ซึ่งตอนนี้เราก็รู้จุดที่จะไปลงทะเบียนขึ้นเขา
ในตอนเช้าแล้ว ขากลับก็แวะชมวิวภายในกองบิน 5 และนั่งพักไปในตัวด้วย
*** บางพื้นที่ห้ามถ่ายรูป ***

ที่กำลังมองอยู่นั่นคือ “ยอดเขาล้อมหมวก” ที่พรุ่งนี้เช้าเราจะขึ้นไป

“มาคนเดียวบางทีก็เหงา แต่มันก็สอนให้เรารู้จักที่จะอยู่คนเดียวให้เป็น”

เป็นวินาทีที่คิดทบทวนตัวเองว่านี่ใช่มั้ย คือความสุขของเรา เราไม่ได้บ้า ใช่มั้ย ? ที่มาคนเดียวเราไม่ได้อกหัก หรือโดนเท อย่างที่คนอื่นคิด แต่เราแค่เหนื่อยอยากเติมพลังชีวิตให้ตัวเองก่อนกลับไปทำงาน

เป็นความผิดพลาดที่วางแผนผิด 555 มัวแต่หนีฝน จนลืมไหว้ศาลหลักเมือง
เราจึงต้องขี่ย้อนกลับมาแถวๆ “เขาช่องกระจก” เพื่อกราบไหว้ศาลหลักเมือง “ประจวบคีรีขันธ์”

ออกจากศาลหลักเมือง เราก็มุ่งหน้าไปยัง “สะพานสราญวิถี” เพื่อถ่ายรูปอีกครั้งหลังจากที่ฟ้ากลับมาสดใส ซึ่งเมฆฝนอ้อมไปอีกทางเป็นความโชคดีมาก
#ข้างหลังมาเป็นคู่ #กูล่ะ

สะพานสราญวิถี” #ถ้าข้อมูลไม่ผิด วันศุกร์ และเสาร์ จะมีถนนคนเดิน
บรรยากาศบนสะพาน ลมเย็นมากมีแต่คนมาถ่ายรูปกัน เป็นคู่ เป็นครอบครัว
และภาพขวามือที่เห็นคือ เขาล้อมหมวก จากการถ่ายบนสะพาน “สราญวิถี”

เวลา 20.00 น. เราก็ออกมากินข้าวมื้อแรกของวัน มาตามคำแนะนำของลูก
เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ ชื่อร้าน “สเต๊ก เกาะหลัก” กินแค่นี้แหละ แต่อิ่มนะ

พล่ากุ้ง ราคา 80 ฿ ซึ่งไม่แพงราคาเท่า กทม.ที่นี่กุ้งตัวใหญ่กว่าด้วยซ้ำ สำหรับมื้อนี้
สูญเสียไป 100฿ = ข้าว 10 ฿ พล่ากุ้ง 80฿ น้ำ 10 ฿

หลังจากอิ่มท้องแล้ว ก็เข้าที่พัก เพื่อเก็บแรงไว้ปีนเขา และสิ้นสุด 1 วันที่อ่อนล้า
พรุ่งนี้เช้าจะตื่น ตี 4.50 น. เพื่อรีบทำภาระกิจส่วนตัว และขี่จักรยานไปยัง กองบิน 5 เพื่อรีบไปขึ้นเขา

เวลา 5.50 น. เราก็ขี่จักรยานเข้ามากองบิน ๕ นี่คือ ด่านตรวจที่ 2 เพื่อแลกบัตร และรอเวลา 6.00 น. ถึงเปิดให้เข้าไปด้านใน ซึ่งเราก็เห็นเขาอยู่ไกลๆ

เวลา 6.10 น. เราก็มาถึงยังตีนเขา และรีบลงทะเบียน พร้อมซื้อน้ำ 2 ขวด
เป็นสเบียงในการปีนเขา เป็นวันที่อากาศสดใสมาก

ตอนนี้ทุกอย่างพร้อม เราก็… ลุย!!!

บางคนก็ทำฟิตจัด รีบวิ่งขึ้นไป
ด้วยความที่บันไดชัน ก็หมดแรงไป
ส่วนเราเดินเรื่อยๆ แซงคนอื่น ไปด้วยความที่เป็นนักบอล กำลังขาดีเลยชิวๆๆ

จุดพักที่ 1 สิ้นสุด บันได ที่ตรงนี้ก็แวะถ่ายรูป “อ่าวมะนาว”

ด้วยความที่นำหน้ามาเป็นคนที่ 2
ซึ่งยังไม่มีทหารคุมความปลอดภัยชั้นนี้ก็ต้องดูแลตัวเอง ก็ลุยสิครับ แค่นี้ยังง่ายอยู่ใครถอดใจชั้นนี้ก็กลับบ้านได้เลย เพราะมียากกว่านี้

มายังมุมดีๆอีก 1 จุด ซึ่งตรงนี้น่าจะประมาณครึ่งเขาแล้ว และก็ลุยต่อ

ดูจากการวางเท้า น่าจะบอกความชันได้ดีแต่ก็ไม่ต้องกังวล มันจะมีซอกหินให้เหยียบ
ลุยต่อครับ !!!

มาถึงชั้นนี้เหงื่อท่วมหัวเปียกไปหมดทั้งตัว ก็เลยต้องเอาผ้ามาโพกหัว และปีนต่อไป..

อีก 1 ช่วง ยังไม่ถึงสักที

และจุดนี้คือ #จุดพีค ของเขาล้อมหมวก**อันตราย ** ควรระวังให้มากเนื่องจาก
ซอกหินให้เหยียบน้อยต้องหาดีๆ ถ้าเจ้าหน้าที่คุม ก็จะมีคนช่วยแนะนำครับ
แต่ด้วยความที่ขึ้นคนแรกๆ พี่ทหารยังเดินไม่ถึงก็ต้องช่วยเหลือตัวไปเองครับ
#ทหารเดินมา2วันติดยังเหนื่อยเลย และเราล่ะ

นึกสภาพเหมือน หน่วยคอมมานโดไต่ลงจากตึกจับเชือกให้มั่น และก้าวอย่างระวัง ฮึ้บ!

หลังจากเหนื่อย ก็ได้สัมผัสวิวสวย ๆ ให้หายเหนื่อยกันไป

พักหายใจสักครู่ แล้วลุยต่อช่วงท้าย ไป!!!.

และแล้วววววววว….. เราก็เห็นยอดอยู่ไม่ไกล

ในที่สุดก็มาถึงเวลา 06.37 น. ก็มาถึงยอดเขาใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที (ถ้าคนน้อย) ถึงเป็นคนที่ 2 คนไม่มี ก็แอ๊คถ่ายรูปให้เต็มที่ครับ

วิว ฝั่ง “อ่าวมะนาว” และถัดไปเป็น “อ่าวคลองวาฬ”

วิวฝั่ง “อ่าวประจวบ”

และนี่… “ ผู้พิชิตยอดเขาล้อมหมวก ”

ธงชาติไทย ที่ใครๆ ขึ้นมาก็ต้องถ่าย

มันสุดยอดมาก วิวสวยมั้ยล่ะ ?

นี่แหละ… คำตอบ ของ “ ความสุขที่ตามหา ”

“ มองชีวิตให้เหมือนการขึ้นภูเขา แค่มองมันอาจจะดูใหญ่ และสูง แต่ถ้าอดทน ยังไงมันก็เล็กกว่าความพยายาม ”

ภาพแห่งความทรงจำ : ท่านี้จะเป็นท่าประจำตัวของผม และเป็นครั้งแรกที่ทำท่านี้

“ อยากกอดเขา ” #ท่าสุดท้ายก่อนลงเขา #ลงเขาเวลา 7.30 น

เวลา 8.10 น. ก็ลงมาถึงข้างล่าง ใช้เวลา 40 นาที แวะดูค่างแว่นซักหน่อยก่อนกลับ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจของการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ก็ถึงเวลาที่่จะต้องเตรียมตัวกลับบ้าน

แต่ก่อนกลับก็ต้องแวะเติมพลังงานเสียก่อน เลยเวะกินข้าวมันไก่ข้างทาง ก่อนเข้าที่พัก เพื่อเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพมหานคร

#มัดผ้าเช็ดหน้าทำสัญลักษณ์ให้จักรยาน

สุดท้ายก็ได้เวลากลับ รถไฟล่าช้าเป็น 10.22 น. ซึ่งตอนมาถึงสถานี รถไฟกำลังจะถึงพอดี ถ้ามาช้าไปกว่านี้คงได้นั่งรถตู้กับแน่ๆ

เวลา 10.22 น.
รถไฟก็เข้าเทียบชานชาลา
รถไฟฟรีเหมือนเดิม
ขบวน 254 หลังสวน — ธนบุรี

เวลา 16.55 รถไฟก็เดินทางมาถึงสถานีธนบุรี
เป็นการบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาความสุขได้จบลง

  • ขอบคุณการรถไฟ สำหรับ รถไฟฟรี
  • ขอบคุณที่พักดีๆ “ สบายดี เกสต์เฮ้าส์”
  • ขอบคุณความอัธยาศัยดี ของคนประจวบฯ
  • ขอบคุณคุณน้าผู้หญิง ที่ช่วยถ่ายรูปสวยๆ
  • ขอบคุณเพื่อน สำหรับไม้เซลฟี่
  • ขอบคุณธรรมชาติ ที่สรรค์สร้างสิ่งสวยงาม

“ ตัวคนเดียวไม่ได้ทำให้เราทุกข์ บางเวลาก็แค่เหงา แต่ถ้าลองอยู่กับตัวเอง
ทำในสิ่งที่อยากทำ แล้วมีความสุขกว่า ความรักก็ไม่จำเป็นเสมอไป ”

)
Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade