6 เหตุผลที่ลูกไม่อยากเล่าปัญหาให้พ่อแม่ฟัง

aomyiim
aomyiim
Jun 18, 2017 · 2 min read

ทำไม แฮนนาห์ เบเคอร์ 13 Reasons Why ต้องสู้กับชีวิตวัยรุ่นเพียงลำพัง?

(**บทความนี้มีสปอยล์**)

เชื่อว่าหลายๆคนที่ดูซีรี่ส์วัยรุ่นชื่อดังจากฝั่งอเมริกาอย่าง 13 Reasons Why จบแล้ว ต้องมีบ้างที่สงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวเบเคอร์ ว่าทำไมพ่อแม่ของแฮนนาห์ เบอเคอร์ ไม่เอะใจสักนิดเกี่ยวกับชีวิตของลูกสาวตัวเอง บางคนมองว่าพ่อแม่ของเธอที่เป็นอีกเหตุผลให้เธอตัดสินใจเลือกจบชีวิตตัวเองลงด้วยซ้ำ ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ จึงสนใจในประเด็นนี้

เพราะครอบครัวก็มีส่วนสำคัญในการเติบโตของวัยรุ่น

ในฉากท้ายๆ เรารู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งในใจของแฮนนาห์ที่แบกรับปัญหาชีวิตเอาไว้คนเดียว รู้สึกไร้ที่พึ่ง และสิ้นหวัง รู้สึกว่างเปล่า แม้จะมีคนรอบตัวมากมาย แต่เหมือนไม่มีใครสักคน แม้แต่คนในครอบครัวเธอเอง

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.coxinhanerd.com.br/os-13-porques-primeiras-fotos/

สำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ จากทุกๆความสัมพันธ์ของตัวละครวัยรุ่นกับตัวละครพ่อแม่ เราลองสรุปได้ออกมาเป็น 6 เหตุผล ที่ทำให้วัยรุ่นไม่กล้าเล่าปัญหาให้พ่อแม่ฟัง

1.ไม่ไว้ใจ กลัวจะถูกตำหนิหรือลงโทษ กลัวจะต้องอับอาย

เราทุกคนต่างก็มีความลับที่ไม่อยากเปิดเผยกับใคร

โดยเฉพาะกับพ่อแม่ ที่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ในเมื่อเค้าสามารถชื่นชมเราได้ เค้าก็สามารถตำหนิเราได้เช่นกัน และในบางครอบครัว พ่อหรือแม่ อาจมีอำนาจภายในบ้านมากกว่าแค่ตำหนิ ถ้าสิ่งที่ลูกทำลงไปนั้นร้ายแรงสำหรับพวกเขา สำหรับหัวข้อนี้ เรามองเห็นจากตัวละคร “อเล็กซ์” ค่ะ เขามีพ่อเป็นตำรวจที่เข้มงวดมากทีเดียว

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.moviepilot.de/serie/tote-maedchen-luegen-nicht/bilder/671434

2.รู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ควรจัดการเอง คิดว่าจัดการเองได้

เมื่อเราเติบโตจากวัยเด็กที่ยังช่วยเหลืออะไรตัวเองได้ไม่มากนัก มาสู่วัยรุ่นที่มีอะไรหลายๆอย่างให้รับผิดชอบแล้ว เราคงอยากจะจัดการปัญหาของตัวเองให้ได้มากกว่าการให้พ่อแม่ทำให้ ส่วนหนึ่งก็คือมันน่าจะบ่งบอกว่าเราโตแล้วนะ มีพื้นที่ส่วนตัว และสามารถคิดแก้ปัญหาเองได้

แต่ในบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่ามันคือปัญหาที่เกินตัวและเกินใจจะรับไหวในท้ายที่สุด

จากในเรื่อง แม้ว่าเคลย์ และแฮนนาห์ จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ ดูมีโอกาสหลายครั้งที่จะเล่าปัญหาของตัวเอง แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่พูด แม้แต่โทนี่ ที่ดูเหมือนจะสามารถรับมือกับหลายๆสิ่งได้เสมอ แต่ท้ายที่สุด ก็มีจุดที่อัดอั้นตันใจและระบายกับเพื่อนชายคนสนิทออกมาว่า “คิดว่าตัวเองจะรับมือเรื่องนี้ได้”

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.manhattandigest.com/2017/04/24/13-reasons-whys-christian-lee-navarro/

3.กลัวจะไม่เข้าใจ และช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายแล้วจะทำให้เรื่องเสีย

แน่นอนว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มมีความคิดและความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้น กับเรื่องที่เจอพวกเขาคงจะรู้สึกว่ามันละเอียดอ่อนมาก เกินกว่าที่พวกพ่อแม่จะมาเข้าใจได้ ถ้าเกิดเผลอพลั้งปากเล่าไป เรื่องอาจจะใหญ่โตขึ้นก็เป็นได้

ตัวอย่างประเด็นนี้ เรามองเห็นจากตัวละคร “เคลย์” ที่มีแม่เป็นทนายความฝ่ายจำเลย ซึ่งก็คือ โรงเรียนมัธยมลิเบอร์ตี้ไฮ ที่เขาเรียนอยู่นั่นเอง แน่นอนว่าถ้าเกิดพูดเรื่องเทปของแฮนนาห์ออกไป เรื่องจะต้องลุกลามใหญ่โตมากขึ้นแน่นอน อีกอย่างก็คือเขายังฟังเทปไม่ครบ และไม่แน่ใจเช่นกันว่า

ตัวเขาเองมีส่วนมากน้อยแค่ไหนในการฆ่าตัวตายของแฮนนาห์ เบเคอร์ ?

4.ไม่อยากรบกวน เพราะพ่อแม่ก็ดูมีปัญหาเยอะมาก ไม่อยากเป็นภาระ

ดูเหมือนว่าแฮนนาห์พยายามจะพูดคุยกับพ่อแม่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนปัญหาลงคอไปเสมอ เพราะพ่อกับแม่มักจะมีปัญหาให้มาถกเถียง ขึ้นเสียงใส่กันบ่อยครั้งโดยเฉพาะช่วงหลังๆที่เรื่องราวเริ่มพีคมากขึ้น ส่วนมากก็จะเป็นปัญหาเงินทอง รายรับไม่พอกับค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ที่ทำให้แฮนนาห์ไม่อยากรบกวนด้วยปัญหาชีวิตวัยรุ่นของเธอ

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.digitalspy.com/tv/ustv/news/a826906/hannahs-mum-in-13-reasons-why-thinks-a-season-2-is-possible/

5. ไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เพราะถูกคาดหวังเอาไว้มาก

แน่นอนว่าไม่มีใครเป็นคนดี 100% หรือชั่ว 100% แต่ในหลายครั้ง คนที่มีภาพลักษณ์ดูดี เป็นคนดี เป็นที่รักก็คงไม่อยากสูญเสียมันไปเพียงเพราะการทำผิดพลาดในบางครั้ง

เรายกจุดนี้ให้กับตัวละคร “คอร์ทนีย์” เธอเป็นสาวเอเชียที่เป็นมิตรกับทุกคน ยิ้มแย้มและพูดจาไพเราะ มีน้ำใจ เป็นเด็กกิจกรรม เรียนเก่งและโดดเด่นอยู่เสมอ ความคิดเห็นของเราคิดว่า เธอช่างเป็นคนที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยสับสนคนหนึ่งเลยทีเดียว จากฉากที่เธอสารภาพความอายของเธอต่อหน้าหลุมศพของแฮนนาห์เกี่ยวกับการมีพ่อเป็นคู่เกย์ และตัวเองก็มีรสนิยมแบบนั้นด้วย เธอไม่สามารถยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ เพราะไม่อยากถูกตราหน้าว่า

“เป็นเพราะโตมากับพ่อที่เป็นคู่เกย์”

ทำให้เรารับรู้ความกดดันภายในใจของคอร์ทนีย์ อีกหนึ่งฉากคือฉากที่ต้องนั่งทานอาหารเช้ากับพ่อพร้อมกับนั่งฟังเขาวิจารณ์การบ้าน บ่งบอกว่าพ่อของเธอน่าจะคาดหวังในตัวเธอไม่น้อยเลย

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.awardscircuit.com/characters/michele-selene-ang-13-reasons-why/

6.พ่อแม่ดูไม่สนใจอยู่แล้ว ไม่ว่าเราไปพบเจออะไรมา ดูเหมือนพวกเขาไม่ทันสังเกต ไม่เอะใจด้วยซ้ำ

ข้อนี้มันช่างเจ็บปวดนะ

เพราะในใจของลูกอาจจะอยากเล่าและปรึกษาใจแทบขาด แต่มันทำไม่ได้ เพราะแม้แต่เรื่องทั่วๆไปในชีวิต พ่อแม่ยังไม่สนใจด้วยซ้ำ การเล่าปัญหาให้ฟังอาจจะโดนเมินเฉยหรือด่ากลับให้เจ็บปวดใจมากขึ้นซะมากกว่า ข้อนี้เราเห็นได้ชัดเจนมากจากตัวละคร “จัสติน” ที่มีแม่ที่ไม่ค่อยสนใจอะไรในชีวิตลูก อยู่ภายใต้อำนาจของสามีใหม่ ปล่อยลูกให้อยู่ตามมีตามเกิดจนตัวเขาต้องไปพึ่งพาครอบครัวของไบรซ์อยู่เสมอ

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.imdb.com/character/ch0568079/mediaviewer/rm2335454720

เราเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก แม้ในบางครั้ง ชีวิตของพ่อแม่ก็ไม่ได้สวยงามราบรื่นเสมอไป แต่จะเป็นไปได้ไหมที่พ่อแม่หยุดพักปัญหาส่วนตัว สละเวลาสักนิด มามองดูลูกๆที่เรารักอย่างใส่ใจมากขึ้น เปิดใจ ทำความเข้าใจ ช่วยเหลือพวกเขาให้ก้าวผ่านปัญหาของช่วงวัย เพราะถึงแม้ว่าปัญหาในชีวิตคู่หรือการเงินจะหนักหนา แต่ถ้าหาก การสูญเสียลูกไปมันหนักหนายิ่งกว่าและไม่มีอะไรมาทดแทนได้แล้ว เราว่ามันก็คุ้มที่จะทำ

วันนี้มีใครกำลังรอความช่วยเหลือจากคุณอยู่หรือเปล่า ?