3 อาชีพเกิดใหม่ที่น่าจับตามอง: Interactive Artist, Experiential Designer และ Creative Technologist

กว่าสิบปีที่แล้วในวิชาแนะแนวเรามักได้ยินชื่ออาชีพอยู่ไม่กี่ชื่อที่คุณครูจะมาแนะนำให้นักเรียนได้รู้จัก และก็คงมีอยู่ไม่กี่อาชีพที่จะได้รับความนิยมเป็นที่ต้องการในหมู่นักเรียน เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวะ สถาปนิก จิตรกร นักร้อง นักบัญชี เป็นต้น สิบปีต่อมาอาชีพใหม่ ๆ ก็เกิดตามมาอีกหลากหลายให้เราได้พิจารณาบรรจุลงไปในบทเรียนให้เยาวชนได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็น นักออกแบบเว็บไซต์ นักพัฒนาเกม นักพัฒนาแอพลิเคชันมือถือ ภัทรารักษ์ หรือแม้แต่ ยูทูปเบอร์ ที่ตอนนี้หลายคนก็รู้จักแล้วว่าอาชีพนี้คืออะไร

Arspiration บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับคำศัพท์ที่ใช้เรียกอาชีพใหม่ ๆ อันเกิดจากการรวมตัวของคนสร้างสรรค์งานศิลป์และนักออกแบบที่เข้าใจหัวใจของเทคโนโลยีดิจิทัล อันได้แก่ Interactive Artist, Experiential Designer และ Creative Technologist เชื่อว่าประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีย่อมจะมีผู้ที่ทำงานคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างสายงานเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่ประเทศตะวันตกได้ผ่านยุคเริ่มต้นสู่ช่วงเติบโตที่งดงามแล้วในขณะนี้ โดยเราขอพาผู้อ่านไปรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งเสียก่อน เพราะเธอเป็นคนที่ทำให้ Arspiration เองได้รู้จักกับชื่อเรียกอาชีพใหม่ ๆ เหล่านี้

ตวงกมล ทองบริสุทธิ์ ในสตูดิโอของเธอ ที่ลอสแองจิลลิส สหรัฐอเมริกา

ตวงกมล ทองบริสุทธิ์ หรือ ตวง เป็นศิลปินที่พึ่งจบการศึกษาปริญญาโทจาก UCLA มาหมาด ๆ จากคณะ Design | Media Arts แม้เธอจะจบมากจากสาย Media Arts ที่อเมริกา แต่ปริญญาตรีของเธอก็ไม่ได้มาจากที่ไหนไกลเลยนั้นก็คือ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งตวงสำเร็จการศึกษาพร้อมพ่วงด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาอีกต่างหาก (เหรียญทอง ทุนภูมิพลฯ) ตวงชอบวาดรูปและเคยตั้งใจจะเข้าภาควิชาจิตรกรรม ก่อนจะเปลี่ยนใจมาหลงรักงานสื่อผสมเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่ศิลปากรนั้นเอง

ตวงเล่าให้เราฟังว่าตัวเธอทำงานใช้หลากหลายเทคนิคและอุปกรณ์เพื่อทำงานศิลปะ เธอไม่เคยจำกัดว่ามันต้องเป็นลักษณะไหนหรือทำจากวัสดุอะไร แต่เธอสร้างงานจากจินตนาการว่าเธออยากเห็นผู้ชมของเธอมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานอย่างไรต่างหาก เช่น การกระโดด การจับมือ ความใคร่รู้ การมุดลอด หรือการจับต้องเพื่อค้นหา เป็นต้น แล้วจึงค้นคว้าว่าจะสร้างปรากฏการณ์นั้นอย่างไร การร่ำเรียนในสายศิลปะสื่อสมัยใหม่ตั้งแต่ครั้งที่เธอยังอยู่ในประเทศไทยก็ทำให้ตวงได้เปิดโลกกว้างอย่างมากแม้จะเป็นเพียงผ่านโลกอินเตอร์เน็ต ยิ่งในวันนี้ที่เธอยืนอยู่บนอีกซีกโลกซึ่งกำแพงของศิลปะกับศาสตร์อื่น ๆ นั้นแทบไม่มีเหลือ ยิ่งทำให้เธอสนุกไปกับการค้นหา สื่อแปลกใหม่มาสร้างงานศิลปะสนุก ๆ ของเธอ

เรื่อง.ของ.ทีวี , ศิลปิน: ตวงกมล ทองบริสุทธิ์, ปี 2015
Social Media without the Internet, ศิลปิน: ตวงกมล ทองบริสุทธิ์, ปี 2018

Arspiration เลยขอให้เธออธิบายให้ผู้อ่านฟังว่า Interactive Artist นั้นเป็นอย่างไร และทำงานต่างจาก Artist ที่คนส่วนใหญ่รู้จักอย่างไร ตวงอธิบายว่า “ถ้าสั้นๆเลย ก็คือผู้สร้างงานศิลปะที่เน้นให้ผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของงานค่ะ แต่อาจจะต้องขยายความเพราะอะไรๆเดี๋ยวนี้ก็อยากให้ “ผู้ชมเป็นส่วนหนึ่ง” ของงานทั้งนั้น ถ้าตามความหมายของชื่อประเภทงานนี้ว่ามันถูกบัญญัติขึ้นมาได้อย่างไร เราจะเห็นว่ามันมาได้มาในช่วงที่ศิลปินเริ่มใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น สื่อที่ว่าสมัยก่อนก็เช่น วิทยุ คลื่นเสียง โทรทัศน์ วิดิโอ แสง หรือ แขนงทางวิทยาศาสตร์ การทดลอง อะไรแบบนี้ ไม่ใช่ว่าให้คนจับประติมากรรมได้โดยไม่มีเหตุผล แล้วเลยบัญญัติคำใหม่ว่าอันนี้ Interactive Art แล้วนะ แบบนั้นตวงคิดว่าเรากำลังบอกว่า งานชิ้นนี้มี interaction เฉย ๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นเมื่อเรากำลังพูดถึง “ประเภทงาน” Interactive Art ตัวงานเองก็ต้องตอบสนองหรือมีเหตุผลว่าการมีปฎิสัมพันธ์นั้นมันเติมเต็มการรับรู้ผลงานศิลปะนั้นอย่างไร ดังนั้นศิลปินที่สร้าง Interactive Art จะให้ความสำคัญกับเจ้าส่วนที่ว่าผู้ชมจะมาเกี่ยวข้องกับงานของเขาในรูปแบบใด อย่างไร และเมื่อไร แล้วมันสำคัญอย่างไรในกระบวนการรับรู้ของเขา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสื่อหลัก”

ผลงาน “Into the wind”, ศิลปิน วิทยา จันมา, ปี 2015

ตวงเลยอธิบายต่อว่า ณ ปัจจุบัน มันคาบเกี่ยวต่อไปยังอาชีพทางสายออกแบบคือนักออกแบบประสบการณ์ หรือที่เราเรียกว่า Experiential Designer อาชีพนี้เป็นอาชีพที่กำลังมามีบทบาทในหลาย ๆ วงการ เช่น พิพิธภัณฑ์ (Exhibition Design) งานอีเวนท์เพื่อการตลาด (Marketing) งานออกแบบสิ่งแวดล้อมและแลนด์มาร์ค (Environmental Graphics and Placemaking) เป็นต้น เหตุผลที่นักออกแบบทั่ว ๆ ไป หรือ นักออกแบบภายใน อาจไม่ตรงสายกับการออกแบบลักษณะนี้เพราะ นักออกแบบประสบการณ์ ต้องเข้าใจข้อความที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้ชมและเทคโนโลยีหรือวิธีการที่สร้างสรรค์และเหมาะสมกับพื้นที่จริง แค่เพียงออกแบบกราฟิก, ตัดวิดีโอ หรือตกแต่งภายใน เท่านั้นจึงยังไม่พอ นักออกแบบประสบการณ์ต้องเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ด้วย

ผลงาน “Into the wind”, ศิลปิน วิทยา จันมา, ปี 2015

ในประเภทงานอื่น ๆ ที่เน้นไปทางเทคโนโลยี เช่น บริษัทพัฒนาแอพลิเคชันมือถือ บริษัทสร้างโมเดลและสเปเชียลเอฟเฟค บริษัทออกแบบเกมโลกในโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) บริษัทการตลาดและโฆษณาดิจิทัล ก็ยังมีอีกหนึ่งตำแหน่งใหม่มาแรงที่น่าสนใจ นั้นก็คือ Creative Technologist ซึ่ง Arspiration ขอแปลเป็นภาษาไทยว่า ผู้ชำนาญการเทคโนโลยีสร้างสรรค์

Game Masters: The Exhibition Curated by the Australian Centre for the Moving Image (ACMI) รูปประกอบจาก http://www.exhibitionsagency.com/game-masters/

ตวงได้อธิบายให้ Arspiration ฟัง จากประสบการณ์ในการหางานของเธอด้าน Creative Technologist ว่า Creative Technologist หรือผู้ชำนาญการเทคโนโลยีสร้างสรรค์ คือคนที่เข้าใจการใช้งานและเทรนด์ใหม่ๆของเทคโนโลยีในสังคมหรือเฉพาะทางที่บริษัทหรือองค์กรนั้น ๆใช้งานอยู่ ส่วนใหญ่ Creative Technologist ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าทำหน้าที่อะไร เพราะแต่ละองค์กรก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่นั้น Creative Technologist จะเป็นผู้ทดลอง ทดสอบ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (prototype) หรือ ระบบการพัฒนาเทคโลยีใหม่ ๆในองค์กรนั้น ๆ เขาจะต้องรอบรู้ในเรื่องภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเล็กทรอนิก มีจิตนาการและเข้าใจกลยุทธ์ในการใช้งานเทคโนโลยีในมือ Creative Technologist มักทำงานอยู่ตรงกลางระหว่าง นักออกแบบ (Designer) และพวกนักพัฒนาระบบหลักขององค์กร เช่น นักขียนโปรแกรม วิศวกร ช่าง เป็นต้น นอกจากนี้อาจรวมไปถึงนักการตลาดและนักเขียนโฆษณาอีกด้วย

Game Masters: The Exhibition Curated by the Australian Centre for the Moving Image (ACMI) รูปประกอบจาก https://2015.acmi.net.au/exhibitions/touring-exhibitions-folder/game-masters-the-exhibition/
ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ของ Creative Technologist: Richard Clarke ที่มา http://www.rjc-creativetech.co.uk/

นอกจากจะได้ความรู้ใหม่ ๆ ว่าปัจุบันมีอาชีพอะไรเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว Arspiration บทความนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นแรงจูงใจที่ดีให้กับใครหลาย ๆ คนในการตามหาอาชีพในฝันเลยทีเดียว ความรู้เป็นสิ่งที่ไม่สูญเปล่าและสามารถต่อยอดออกไปได้หลากหลาย วันนี้อาชีพที่เรามีในสถาบันการศึกษาอาจจะไม่ครอบคลุมทุกอาชีพบนโลก แต่แน่นอนว่าการเรียนรู้ไขว้คว้านอกห้องเรียนก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ Arspiration ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้ทำงานตามที่ฝันเอาไว้นะครับ

สามารถติดตามผลงานของตวงได้ที่ www.tuangstudio.com