กองทุนรวมคืออะไร

ในปัจจุบันอัตตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำนั้นน้อยเหลือเกินแค่ 1–1.7 % ต่อปีเท่านั้น การเก็บเงินในธนาคารจึงไม่สามารถทำให้เงินงอกเงยได้เท่าที่ควร เลยมีสิ่งที่เรียกว่า กองทุนรวม มาช่วยเราได้

กองทุนรวม หมายถึง การเอาเงินมากองรวมกันแล้วใช้ลงทุนเพื่อให้ได้ผลประโยชน์มากขึ้น

ซึ่งแต่ละกองทุนรวมก็จะมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันไปเช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้น ทองคำ น้ำมัน ลงทุนในต่างประเทศ เป็นต้น กองทุนเหล่านี้ก็จะมีโอกาสที่จะไม่ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวังที่แตกต่างกันไป(ความเสี่ยง) แต่ไม่ไช่ว่าเสี่ยงมากจะได้ผลตอบแทนมากกว่าเสมอไป

ต่างอะไรกลับแชร์ลูกโซ่ต่างๆ ที่เราเห็นข่าวออกมาหลอกลวงประชาชนเสียหายหลายพันล้าน กองทุนรวมแตกต่างเพราะถูกควบคุมอย่างเครงครัดตามกฏหมาย ผู้จัดการกองทุนต้องมีการสอบใบอนุญาตยากๆ มากมาย ไม่ไช่ว่าใครๆ ก็ทำกองทุนรวมได้ จึงมันใจว่าปลอดภัยแน่นอน

กองทุนรวมเปิดโอกาสทางการลงทุนมากกว่า เช่นการลงทุนในหุ้นที่ยุ่งยากต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นงายกว่าเยอะเพราะมีผู้จัดการกองทุนดูแลทำหน้าที่ซื้อขายหุ้นแทนเรา(เขาได้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซนต์รายปีเรียกว่า ค่าธรรมเนียมการจัดการ)

ซื้อกองทุนไม่ไช่การฝากเงิน มันคือการซื้อของที่มูลค่าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เรียกว่า หน่วยลงทุน เช่นวันนี้เราซื้อ กองทุนรวมหุ้นพรุ่งนี้รวย ในราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท (NAV) ต่อหน่วย ไป 1,000 บาท ก็จะได้ 100 หน่วยลงทุน ถ้าพรุ่งนี้กองทุนนี้มีราคาหน่วยลงทุนเป็น 20 บาท เราขายคืนเราก็จะได้กำไร 1,000 เป็นต้น แต่ราคาขายคือส่วนใหญ่ก็จะถูกกว่าตอนซื้อเล็กน้อยเช่น 19.9950 บาทเป็นต้น

ผลตอบแทนที่ซื้อไปแล้วไม่ได้เหมือนที่โฆษณาไว้เลย สิ่งที่คนที่ซื้อกองทุนทุกคนต้องเจอ เช่น กองทุนเขาโฆษณาว่าผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนได้ 10% (Total Return) จากการวัดผลโดย ดาวประกายพรึก ซึ่งจริงๆ แล้วค่า 10% มันคือผลตอบแทนเฉลี่ยของทุกๆ เดือน 6 เดือนก่อน ทำให้ไม่ตรงกับที่เราได้จริงๆ อีกทั้งอนาคตอาจจะไม่ได้ตามอย่างที่เคยเป็นเสมอไป เลยไม่ได้ตามที่โฆษณาเอาไว้เสมอไป ถ้าถามว่าทำไมไม่คิดแบบเอาเปอร์เซนต์ผลต่าง(%Change) ของ NAV 6 เดือนก่อนกับวันนี้เลย ก็เพราะว่าถ้าคิดแบบนั้นถ้าเกิดกองทุนทำงานได้ผลดีมาตลอด เกิดมีวันนี้มีข่าวร้ายมากๆ NAV ตกหวบก็จะกลายเป็นว่ากองทุนนี้ผลงานแย่ไปเลย ทั้งๆ ที่ทำดีมาตลอดหกเดือน มาแย่แค่วันเดียว (ค่า %Change) มันก็ไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด คล้ายเกรดเด็กนักเรียนที่ทำใมต้องใช้เกรดเฉลี่ยเป็นตัวชี้วัดการจบไม่ไช่เกรดเทอมสุดท้าย เพราะมันบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่านั่นเอง

เคยได้ยินแต่ซื้อกองทุนแล้วลดภาษี LTF RMF กองทุนมีมากมายหลากหลายกว่านั้นเยอะ แล้วแต่วัตถุประสงค์กองทุนเลย LTF RMF ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐสนับสนุน โดยใช้ประโยชน์ทางภาษีมาจูงใจให้คนลงทุน

กองทุนรวมแบ่งตามนโยบายการลงทุน
1 กองทุนรวมตลาดเงิน = เอาเงินไปฝากกินดอก​ หรือ​ถือ​พันธบัตรระยะ​สั้น​
2 กองทุนรวมตราสารหนี้ = เอาเงินไปซื้อพันธบัตร หรือหุ้นกู้ คือปล่อยกู้ทางอ้อม
3 กองทุนรวมตราสารทุน = เอาเงินเราไปเล่นหุ้น
4 กองทุนรวมผสม = เอาเงินไปลงทุนแบ่งตามสัดส่วนตามที่กำหนดไว้แล้ว ซื้อกองเดียวครบ
5 กองทุนทรัพย์สินทางเลือก = เอาเงินไปซื้อสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

ควรซื้อกองทุนกี่กองดี ที่จริงแล้วซื้อได้ไม่จำกัด แต่ควรมีให้ครับตามสัดส่วนประเภทการลงของกองทุนตามความเสี่ยงที่เรารับได้

แล้วกองทุนที่เอาเงินไปฝาก มันจะดีกว่าเราฝากเงินเองอย่างไง หลายๆ คนคงคิดแบบนี้ แต่ที่จริงแล้วแม้แต่กองที่เอาเงินเราไปฝากเฉยๆ เพราะกองทุนคำนวนผลตอบแทนให้ทุกวันหมายความว่าเราซื้อกองทุนแค่ 1 สัปดาห์ก็จะได้ผลตอบแทนเท่ากับฝากประจำหนึ่งปีในระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์ซึ่งสถาพคล่องดีกว่าธนาคารแน่ๆ ถ้าเราเกิดต้องใช้เงินฉุกเฉินถ้าเราฝากธนาคารคงอดดอกเบี้ยไปเลย

กองทุนแบบจ่ายปันผลกับไม่มีจ่ายปันผลแบบไหนดีกว่ากัน กองทุนที่จ่ายปันผลดูเหมือนจะดูดีกว่าแต่จริงๆ แล้วเงินปันผลต้องเสียภาษี ตรงกันข้ามกับกองที่ไม่จ่ายปันผลเงินมันก็พอกพูนอยู่ในกองนั่นแหละไม่ต้องจ่ายภาษีด้วย แต่ถ้าเรามีเงินต้นเยอะอยากได้เงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเรื่อยๆ ไม่ต้องทำงาน ก็เอาแบบที่จ่ายปันผลจะดีกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขายหน่วยลงทุนคืน

ใช้เงินลงทุนเยอะไหม คนที่ไม่มีเงินก้อนจะซื้อกองทุนได้เปล่า คำตอบคือไม่ต้องมีเงินเยอะมากก็ได้ ขั้นต่ำครั้งแรกกองทุนหลายๆ ตัวแค่ 500 ถึง 1,000 บาทเอง ซื้อได้ทันทีเลยไม่ต้องรอเก็บเงินเยอะๆ เพราะมันแพง ขึ้นไปทุกๆ วัน

ดูข้อมูลกองทุนได้ที่ไหน ได้จากการ Google เลยครับ หรือง่ายที่สุดก็คือแอพ FundRadars ได้ทั้ง iOS Android และ Website เป็นแอพที่ผมทำเอง คัดกรองกองทุนมาให้เสร็จสรรพ

ซื้อกองทุนที่ไหนได้ กองทุนที่จัดตั้งโดยธนาคาร(บริษัทลูกของธนาคาร) ส่วนมากซื้อได้จากธนาคารนั้นๆ ได้ทุกสาขา แต่มีข้อจำกัดทางเนื่องจากซื้อได้เฉพาะกองทุนที่ต้องโดยธนาคารนั้นเท่านั้น หรือเดินไปซื้อกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการการลงทุน(บลจ.) นั้นโดยตรง ถ้าอยากซื้อให้ครบทุกที่ต้องเพิ่งพา ฟันด์ซุปเปอร์มาเก็ต คือโบรกเกอร์ที่รวมกองทุนหลายๆ เจ้าไว้ด้วยกัน เช่นที่ บล. โนมูระ พัฒนสิน หรือ หลักทรัพย์ฟิลลิป (ไม่ได้ขายหลอดไฟ) สะดวกมากกว่าเพราะรวมศูนย์มาให้เป็นที่เดียว เลือกได้หลากหลาย (ยกเว้น กองทุนจาก บลจ. บัวหลวง ซึ่งกั๊กให้ธนาคารขายอย่างเดียว)

สรุป คนที่เริ่มลงทุนใหม่ๆ ง่ายก็ควรเริ่มที่กองทุนรวมนี่แหละครับ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของทุกคนได้แน่นอน