A.I. ภัยคุกคามหรือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง เมื่อ 2 ผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่าง Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและ CEO เว็บไซต์เฟซบุ๊ก กับ Elon Musk CEO บริษัท Tesla และ SpaceX เมื่อทั้งสองออกมาปะทะเชือดเฉือนกันถึงประเด็ดเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ A.I.
เรื่องนี้กลายเป็นประเด็ดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ Stephen Hawking นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Cambridge ได้ออกมาเตือนถึงความน่ากลัวในอนาคตของ A.I. ว่าสามารถนำไปสู่การสิ้นสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยทีเดียว
แต่ก็มีคนที่เห็นต่าง อย่าง Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google ที่มีความเห็นว่า A.I. เป็นเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นมาก็เพื่อประโยชน์ของมนุษย์มากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคาม ถึงกับออกมาเขียนบทความ “Let’s Stop Freaking Out About Artificial Intelligence”
เราลองมาวิเคราะห์กันดูครับว่า แต่ละฝ่ายมีมุมมองและความคิดเห็นต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กันอย่างไร
Dystopia Team
ทีมนี้ประกอบด้วย
- Elon Musk CEO ของ Tesla and SpaceX
- Stephen Hawking นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Cambridge
- Bill Gate ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท Microsoft
- Jack Ma ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของกลุ่ม Alibaba

ฝ่ายนี้เชื่อว่า A.I. จะเป็นภัยคุกคามจนอาจถึงสร้างความหายนะและอาจทำให้มวลมนุษยชาติถึงกับสูญสิ้นเผ่าพันธุ์เลยทีเดียว
เมื่อ A.I. ถูกพัฒนาจนมีขีดความสามารถที่เหนือกว่ามนุษย์ มีวิวัฒนาการตัวเองและสามารถตระหนักรู้ถึงตัวตนได้ ก็ยากเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถควบคุม และนั่นอาจนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าที่จะเป็นประโยชน์กับมนุษย์
มนุษย์ถูกจำกัดด้วยวิวัฒนาการทางชีวภาพที่เชื่องช้า ต้องใช้เวลากว่า 2.5 ล้านปีในการวิวัฒนาการจนกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถครองและควบคุมโลกใบนี้ แต่เมื่อถึงวันที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุม A.I. ได้ วันนั้น “มนุษย์อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว”
ทีมนี้กังวลว่า “เมื่อเครื่องจักรได้รับความชาญฉลาดที่สูงกว่าพวกเรา ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมพวกมันไว้ได้ และเรากำลังสร้างชีวิตที่ชาญฉลาดเผ่าพันธุ์ต่อไปขึ้นมาแทนที่มนุษย์หรือไม่?”
Utopia Team
ทีมนี้ประกอบด้วย
- Mark Zuckerberg CEO ของ Facebook
- Eric Schmidt CEO ของ Alphabet และอดีต CEO ของ Google
- Jeff Bezos CEO ของ Amazon
- Andrew Ng นักวิจัยด้าน deep learning ระดับต้นๆ ของโลก

ฝ่ายนี้เชื่อว่า A.I. จะเป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์และช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายให้กับมวลมนุษยชาติได้ Andrew Ng ถึงกับกล่าวว่า “A.I. คือไฟฟ้าชนิดใหม่” ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากไฟฟ้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ทั้งในเชิงอุตสหกรรม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของมนุษย์
Eric Schmidt มองว่า เราไม่ควรแตกตื่นกับเรื่องของ A.I. และยังมองในแง่บวก ว่ามันจะมาช่วยเติมเต็มงานของมนุษย์และช่วยพัฒนากันและกันด้วย
ทีมนี้เชื่อว่า “A.I. เปรียบเสมือนเครื่องมือที่จะมาเติมเต็มและขยายขีดศักยภาพความสามารถของมนุษย์ ให้สามารถแก้ปัญหาที่ท้าทายหลายๆ อย่างได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์นั้นนำไปใช้เพื่อสร้างสรรค์หรือทำลายล้าง”
แต่โดยส่วนตัวผม ผมกับเห็นด้วยกับ Michio Kaku นักฟิสิกส์และนักอนาคตศาสตร์ชื่อดัง ที่กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายนี้ต่างก็มีมุมมองที่ถูกต้องด้วยกันทั้งคู่ แต่แตกต่างกันในแง่ของระยะเวลา
หากในระยะอันใกล้นี้ ฝ่ายที่กล่าวได้ถูกต้อง ก็คือฝ่ายที่เชื่อว่า A.I. จะเป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์มหาศาล จนสามารถเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อุตสาหกรรมรวมถึงความเป็นอยู่ของมนุษย์
แต่ในระยะยาว ฝ่ายที่เชื่อว่า A.I. จะเป็นภัยคุกคามจะค่อยปรากฎเด่นชัดขึ้น ทั้งในแง่ของมนุษย์ที่นำเอาเทคโนโลยี A.I. ไปใช้ในเชิงทำลายล้าง หรือ A.I. ที่พัฒนาจนมนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ก็คือ “Self Awareness” หรือ “การตระหนักรู้ตนเอง”
เมื่อใดที่ A.I. ฉลาดขึ้นและเหนือมนุษย์ขึ้นที่ละน้อย เมื่อนั่นเราก็เริ่มที่จะสามารถบอกได้ถึงอันตรายต่างๆ ที่คาดว่าจะต้องเผชิญ
มันเป็นไปได้ว่า เราอาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของคอมพิวเตอร์ มีชีวิตอยู่เพื่อเอาใจเหมือนสุนัขเล็กๆ ที่นั่งบนตัก แต่ผมหวังว่าเราจะรักษาความสามารถในการถอดปลั๊กออกเสมอ ถ้าเราคิดอยากจะทำ — อาร์เทอร์ ซี. คลาร์ก
ดิสโทเปีย (dystopia) หมายถึง สถานที่ซึ่งสิ่งต่างๆ ล้วนเลวทราม แทนที่จะเป็นสิ่งดีงามสุขสบายอย่างในยูโทเปีย
ยูโทเปีย (Utopia) หมายถึง สถานที่ในอุดมคติ ที่ไม่มีสงคราม ไม่มีความเห็นแก่ตัว ทุกๆทีมีแต่ความสุข สงบ สันติ
