ปีที่เขียน : 09.06.2018
บทความโดย : Kirsten Korosec
เรียบเรียงและแสดงความคิดเห็น : Noppaket Sontiweroj
Amazon ถือเป็นแอพลิเคชั่นซื้อขายสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์ที่มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในประเทศอเมริกา หากเป็นฝั่งประเทศไทยเรานั้นคุณคงคุ้นเคยกับ Lazada 11-Street หรือ Shoppe ที่เราย่อมคุ้นเคยกับการซื้อหรือขายสินค้าราคาย่อมเยาว์และมีโปรโมชั่นมากมายทั้งระบบจัดส่งฟรี รับและชำระสินค้าหน้าบ้าน ส่วนลดจากบัตรเครดิตเงินคืน หรือโค้ดส่วนลดสำหรับสินค้าพิเศษ เหมาะสำหรับลูกค้าขาประจำที่มีความคุ้นเคยกับสินค้าแต่ละแบรนด์ที่เราซื้อประจำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้า รองเท้า หรือของใช้ส่วนตัวภายในบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากมายกับการเลือกชมสินค้าตามห้างสรรพสินค้า และสามารถชำระเงินได้หลากหลายทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง หรือชำระพร้อมรับสินค้าทันที เหมาะกับคนที่คุ้นเคยกับสินค้าที่ใช้เป็นประจำกับไม่มีความกังวลกับวิธีจ่ายงานมากเท่ากับคนที่มีความสะดวกเรื่องเวลาสำหรับการเลือกสินค้าอย่างพิถีพิถันและนิยมชำระเงินสดมากกว่าชำระผ่านบัตรเพราะต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติมในแต่ละเดือน

แต่คุณอย่าลืมว่าสินค้าที่ตั้งโชว์ให้เลือกนั้นมีค่าราคาที่รวมถึงค่าพื้นที่ ค่าพนักงาน หรือแม้แต่ค่าการตลาดของสินค้า ทำให้สินค้านั้นมีราคาสูงจนมนุษย์เงินเดือนเฉกเช่นพวกเราต้องรอเทศกาลลดราคาทั้งต้นปี กลางปี ท้ายปี หรือเทศกาลของแต่ละเดือนมาเลือกซื้อสินค้าตามระยะเวลาที่กำหนด ใกล้กับช่วงเวลาเงินเดือนออกช่วงสิ้นเดือนหรือต้นเดือนที่ทุกคนต้องมาเช็คยอดเงินและลิสต์สิ่งที่ตนเองต้องการตามงบประมาณที่วางไว้ซึ่งบางครั้งเงินของคุณอาจมีไม่มากพอสำหรับความต้องการของคุณ สินค้าที่คุณต้องการหมดเสียก่อน หรือพ้นช่วงโปรโมชั่นแล้วก็ไม่มีสินค้าลดราคาจนกว่าจะถึงรอบเทศกาลลดราคาครั้งต่อไป ที่เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเงินคุณจะพอไหมสำหรับสิ่งที่คุณต้องการ? สำหรับผมเองแล้วบอกเลยว่า “บางครั้งสิ่งที่ถูกใจกับสิ่งที่ราคาเอื้อมถึงมักสวนทางกัน” นอกเสียจากว่าคุณมีเงินเข้าบัญชีหลักแสนทุกเดือนควบคู่กับกองทุนหรือหุ้นกองโตที่เจริญงอกงามตลอดเวลาชนิดที่ไม่ต้องแคร์มากมายเวลาซื้อของไงครับ

ปัจจุบันเราโชคดีแค่ไหนที่เราสามารถซื้อขายของผ่านทางโลกออนไลน์ได้ทางแอพลิเคชั่นมากมายทั้ง Amazon Ebay Lazada หรือ Shoppe เพราะคุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลาทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถชำระเงินแสนสะดวกผ่านทางบัตรเครดิต บัตรเดบิต อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง หรือรอรับสินค้าพร้อมชำระทันที และมีโปรโมชั่นลดราคาทั้ง Cashback หรือโค้ดส่วนลดเพื่อกระตุ้นและเพิ่มจำนวนผู้ซื้อให้มากขึ้น ควบคู่กับสินค้าราคาย่อมเยาว์กว่าท้องตลาด แต่ย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยงทั้งสินค้าที่เรามองไม่เห็นหรือระบบการชำระเงินที่สามารถล่มได้ตลอดเวลาหากมีผู้ซื้อจำนวนมาก
สำหรับกรณีนี้เราจะมาพูดถึง “สถานการณ์เว็บล่มวัน Prime Day บนเว็บไซต์ Amazon” ที่ทุกคนต่างรอคอยข้อเสนอพิเศษจากสินค้ามากมายหลายชนิดจากการลดราคาครั้งใหญ่ประจำปี ลองจินตนาการดูสิครับหากมีผู้คนมากมายจากทั่วโลกรอเวลานับถอยหลังเพื่อซิ้อสินค้าลดราคาช่วง Prime Day หากสลับจากนั่งหน้าอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์มาเป็นการต่อแถวยาวหน้าห้างช่วงเทศกาล Black Friday เชื่อเถอะครับว่าทั้งห้างและเว็บ Amazon ย่อมถล่มทะลายอย่างบ้าคลั่งจากผู้คนมากมายทั่วสารทิศทั้งอเมริกาและประเทศทั่วโลกจนสถานการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ Amazon คือระบบขัดข้องจนพวกเขาต้องทำการแก้ไขและเพิ่มโฆษณาโปรโมชั่นพิเศษในราคาสูงถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐตามการวิเคราะห์ของ Spencer Millerberg.

ส่งผลให้พวกเขาต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับอเมริกาทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญของพวกเขา และแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ภายในระยะเวลา 75 นาที และขาดทุนถึง 90 ล้านดอลล่าสหรัฐช่วงปี 2017 จากระบบเว็บไซต์ขัดข้องช่วง Prime Day เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาซื้อขายสินค้าผ่านทางเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากจนระบบไม่สามารถรองรับลูกค้าได้ทั้งหมด หากนึงถึงประเทศที่เคยเกิดขึ้นล่าสุดคงไม่พ้นระบบ K-Bank จากความผิดพลาดบางประการของระบบส่งผลต่อการโอนหรือชำระค่าบริการของลูกค้าขัดข้อง ส่งผลให้เงินของลูกค้าไม่ถึงปลายทาง สร้างความไม่พึงพอใจจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างวงกว้างของกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน แต่ทาง Amazon กลับมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตจากระบบขัดข้อง แต่สามารถแสดงถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อการชอปปิ้งวัน Prime Day เมื่อเริ่มต้นชั่วโมงแรกที่ประเทศอเมริกาจากยอดสั่งซื้อจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วจากนับร้อยพันในช่วง 34 ชั่วโมงตลอดการซื้อขาย ณ วัน Prime Day แม้ว่าไม่มีการเปิดเผยยอดขายแต่จากประเด็นยืนยันจากทางบริษัทแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นช่วงวันอังคารและวันพุธจากปีที่แล้วในช่วงระยะเวลา 10 ชั่วโมงของมหกรรมลดราคาประจำปี

สำหรับช่วงวันพุธยอดขายวัน Prime Day ของเว็บ Amazon แซงหน้า Cyber Monday และ Black Friday และงาน Prime Day ที่ผ่านมาจากการพิจารณาช่วงเวลา 36 ชั่วโมงที่ผ่านมา สมาชิกหลักของเว็บต่างซื้อขายสินค้าจำนวนมากถึง 100 ล้านผลิตภัณฑ์ช่วงวัน Prime Day โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีด้วยยอดสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงความจำเป็นทางสังคมที่มนุษย์ต้องสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับตนเองตามงบประมาณที่มีจำกัดในแต่ละช่วงเวลาที่เราต้องใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองและคนรอบข้างเพื่อชีวิตที่ดีและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ควบคู่กับความสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและแอพลิเคชั่นให้เราได้เลือกสรรตามความเหมาะสมของท่าน และยิ่งไปกว่านั้นตามการสำรวจข้อมูลของ Feedviser ได้เล็งเห็นการเติบโตมากกว่าปีที่แล้วของช่วงเวลาเดียวกันของการซื้อขายวัน Prime Day ช่วง 12 ชั่วโมงแรกถึง 89 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามีความสอดคล้องต่อการเติบโตของ E-commerce ทั่วโลกด้วยความสะดวกสบาย
ถือเป็นการอธิบายปรากฏการณ์ส่วนหนึ่งจากการก้าวกระโดดของยอดขายจากการขยายช่วงเวลา Prime Day จาก 30 เป็น 36 ชั่วโมง หรือการเพิ่มสิทธิ์ให้กับประเทศทั่วโลก แต่ก็ยังมีเหตุผลอีกนานับประการต่อการกระตุ้นยอดขายรวมถึงระบบเซิร์ฟเวอร์ขัดข้องที่เกิดขิ้นและได้รับการแก้ไขจากการโฆษณาถึงโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกู้สถานการณ์ และยิ่งไปกว่านั้นเราพบว่ามีข้อเสนอพิเศษเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมในต่างประเทศอย่างอิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก และสเปน ซึ่ง 84 เปอร์เซ็นต์มีการลดราคาสินค้ามากกว่า 1 ชิ้นและมากกว่าปีที่แล้วเพียงแค่ 67 เปอร์เซ็นต์

ตามทรรศนะของผมมองเห็นว่าปัจจุบันนั้นการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านทางระบบออนไลน์ถือเป็นเรื่องสะดวกและเสียเวลาน้อยมาก จนบางครั้งเราอาจวางใจกับตัวสินค้าที่ไม่ได้สัมผัส ระบบธนาคารที่ไม่ได้มั่นคงตลอดเวลา หรือระบบเว็บไซต์ออนไลน์ที่สามารถขัดข้องได้ในวันหนึ่งโดยเฉพาะมหกรรมงานลดราคาสินค้าที่ใครก็อยากได้สินค้าราคาถูก โปรโมชั่นดี ได้เงินคืน และสะดวกสำหรับคนไม่มีเวลาเดินดูสินค้าหรือกดเงินสด แต่พึงสังวรไว้เลยว่าความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอหากเราเลือกร้านผิด ซื้อหรือชำระเงินผิดเวลาก็ทุกข์มหันต์นะครับ โปรดใช้วิจารณญาณของท่านก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าก่อนที่เงินในบัญชีจะหมดเกลี้ยง ฮา
Bonazst_
09.06.2018
