หวัดดีจ้า Flask — Micro-framework with Python based

จริง ๆ แล้วได้ลองศึกษามาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560 แล้วล่ะ แต่เพิ่งรู้ว่า ต้องเขียน Blog ในสิ่งที่ทำ/เรียนรู้ไปแล้วด้วย … โอ้โห้ว ได้จย้า เขียนก็ได้จย้าา งั้นก็ได้จย้าาา อ่อ แล้วก็ใน Blog แห่งนี้ที่จะเขียนอัพเดทงาน อัพเดทสิ่งที่เรียนรู้ไป ก็อาจจะเป็นภาษาพูด+ภาษาเขียน รวม ๆ กันไป ท่านผู้อ่านคงไม่ว่าอะไร (มั้ง!!) ใช่ไหมครับ
เริ่มกันเลยนะ Flask คือ framework ตัวหนึ่งแหละ ที่สามารถรันเป็น Server ได้ มีพื้นฐานภาษาที่ใช้ก็คือ ภาษา Python และแน่นอนมันเหมาะสมกับ Web Developer ที่ต้องการความง่าย สิ่งที่ว้าวที่สุดเลยอยู่ตรงที่ Flask เป็น Micro-framework ตามที่ผมเข้าใจ และตามที่ผมจะสามารถตีความได้ในตอนนี้คือ มันสามารถประกาศ เพียง 5 บรรทัด ในการสร้าง Server และหน้าเว็บสำหรับแสดงผลได้เลย (EZ ไหมล่ะ)
“Flask is Fun — Flask”
สำหรับการเริ่มต้นที่จะใช้งาน ผมขอกล่าวไว้ก่อนว่า ในตอนนี้ผมหันมาใช้ Ubuntu 16.04 มาเป็น OS หลักในการ Dev แล้ว ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ก็อิงมาจาก Linux Based เด้อจ้าา
สิ่งเราจำเป็นต้องมีก็คือ Python ซึ่งใน Ubuntu มัน Integrated มาแล้นนน แล้วก็ควรจะมี pip ที่เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยลง Python Package ด้วยนะ อันดับแรกให้เราสร้างไฟล์ hello.py ขึ้นมาก่อน ภายในไฟล์ประกอบไปด้วย 5 บรรทัดสุดฟิน ดังนี้
- hello.py
from flask import Flask
app = Flask(__name__)
@app.route('/')
def hello():
return 'Hello World!'หลังจากที่สร้างแล้ว ก็ต้องมีการ Installation Flask กันก่อนที่จะรันเซิฟ โดยสามารถใช้คำสั่ง Bash Command ดังนี้
$ pip install Flask
$ FLASK_APP=hello.py flask run
* Running on http://localhost:5000/โดยเมื่อรันเซิฟแล้ว เราจะมีเซิฟเวอร์ที่ใช้เฟรมเวิร์ก Flask รันอยู่บน localhost และ บนพอร์ต 5000 เอาจริง ๆ แล้ว การติดตั้งก็ไม่ได้ยากเกินไปนักสำหรับผู้เริ่มต้น ดังนั้นก็คงสามารถทำตามกันได้อยู่นะ ผลลัพท์การแสดงผลบนเว็บบราว์เซอร์ก็มี Plain text โชว์ง่าย ๆ ว่า Hello World! << คำนี้เจอตั้งแต่เริ่มเขียนโปรแกรม ยันจะเป็นเจ้าของโปรแกรมยังต้องเจอเลย -3-
โอเค ถึงตอนนี้ก็จะมี Server รันอยู่เป็นของตัวเองแล้วนะ ส่วน Document สำหรับการใช้งานอื่น ๆ ก็สามารถเข้าดูได้ที่เว็บนี้เลย Flask Docs Complete Task ไปแล้วหนึ่ง Task หน้า หรือ Blog หน้าจะทำอะไร โปรดติดตามต่อไปจย้าาา
Credit: Flask, Flask@Github